นั่งรถไฟ (ฟรี) ไปปั่นชิลชมวิว @ เขาล้อมหมวก อ่าวประจวบ อ่าวมะนาว

Untitled-1

ฉึกฉัก ฉึกฉัก… ผมชอบนั่งรถไฟครับ หวานเย็นไปเรื่อยถึงจุดหมายกี่โมงก็ช่าง และมีอยู่สถานที่หนึ่งซึ่งผมเฝ้าสังเกตการณ์มานานแต่ต้องพลาดมาหลายครั้งคือการนั่งรถไฟไปประจวบคีรีขันธ์ หมายถึงนั่งไปเที่ยวตัวเมืองประจวบนะครับ ไม่ใช่แค่หัวหิน หรือเลยไปบ้านกรูด เหมือนที่ผมเคยนั่งมาก่อนแล้ว

ตอนนี้หน้าร้อนแดดดีๆ พอว่างปุ๊บ 17-19 มีนาคม วันธรรมดากลางสัปดาห์ เลยจัดทริปปั๊บไม่ให้เสียโอกาสอีกต่อไป ตีธงไว้ว่าจะนั่งรถไฟฟรีไปเช่าจักรยานปั่นเที่ยวเมืองประจวบ เป้าหมายหลักคือการขึ้นเขาช่องกระจก กับเขาล้อมหมวก ที่เหลือคือการเที่ยวถ่ายภาพเล่นตามชายหาดอ่าวประจวบ อ่าวมะนาว

001

ทริปนั่งรถไฟไปประจวบออกตัวง่ายสุดที่สถานีรถไฟธนบุรี หรือบางคนยังติดเรียกว่าบางกอกน้อย รถเที่ยวเช้าสุดประมาณ 7.30 น.คือ ขบวนที่ 255 ธนบุรี-หลังสวน จ.ชุมพร เป็นรถธรรมดา หมายถึงรถหวานเย็นจอดทุกสถานี รับประกันว่านั่งยาวแน่นอน (ฮา…)

ช่วงนี้โรงเรียนปิดเทอม มหา’ลัยปิดภาค วัยรุ่นวัยเรียนเดินทางเที่ยวกันเพียบ รถไฟจึงแน่นขนัดกว่าปกติ เป้าหมายของพวกเขาอยู่ที่ชะอำกับหัวหินครับ สำหรับผมก็นั่งหวานเย็นมาเรื่อยๆ หลับบ้าง สัปหงกหัวโขกที่นั่งบ้าง ผ่าน นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ฟังดูเหมือนนิดเดียวแต่กว่าจะผ่านแต่ละจังหวัดก็นานโขอยู่นะ จนถึงประจวบราวบ่ายสองโมงครึ่ง

002

003

004

ภารกิจแรกคือหาห้องหับหลับนอน เดินจากสถานีนิดเดียวเจอโรงแรมชื่อยุติชัยตั้งอยู่ริมถนน ห้องพัดลม 250 บาท ห้องแอร์ 500 บาท แต่ว่าช่วงที่ผมไปเหลือห้องแอร์เพียงห้องเดียว ก็ไม่เป็นไรครับ รู้สึกถูกโฉลกกับที่นี่ก็เลือกนอนที่นี่แหละ มองโลกแง่ดีคือหน้าร้อนนอนห้องแอร์ก็สบายดี โรงแรมนี้ไม่มีอาหารเช้า แต่มีจักรยานให้เช่าวันละ 50 บาท ไม่ต้องไปเช่าตามร้านแถวชายหาด ถือว่าสะดวกดีครับ

006

เก็บของและได้จักรยานมาครอบครองแล้วก็ลุยโลด ถนนในตัวเมืองประจวบค่อนข้างโล่ง รถน้อย เหมาะกับการปั่นจักรยานมาก ผมลัดเลาะชมเมืองสักพักแล้วจึงไปเป้าหมายแรกคือเขาช่องกระจก ที่ตั้งของวัดเขาช่องกระจกนั่นแหละ เป็นภูเขาลูกย่อมๆ อยู่ใจกลางอ่าวประจวบ เคยได้ยินชื่อมานานจะได้สัมผัสสักที วิวข้างบนสวยมากครับ แม้จะมีลิงจ๋อจอมเกเรค่อยกวนใจสักหน่อย แต่ก็คุ้มค่าที่ขึ้นมา

007

008

011

ลงมาจากเขาช่องกระจกก็ใกล้เย็นแล้ว เรื่องของกินหาไม่ยากเพราะตรงที่ว่าการอำเภอฯ เยื้องกับโรงแรม มีตลาดของกินยามค่ำทุกวัน กินตามอัธยาศัยสบายกระเพาะในราคาประหยัด เป็นอันปิดวันแรกเท่านี้แหละครับ

013

วันที่สอง เป้าหมายหลักของทริปคือขึ้นเขาล้อมหมวก พอหาข้าวเช้ากินเสร็จก็ปั่นจักรยานจากโรงแรมชมวิวอ่าวประจวบไปเรื่อยๆ จนถึงทางกองบิน 5 ที่ตั้งของเขาล้อมหมวก ถนนเลียบหาดโล่งมากแทบไม่มีรถรา ปั่นไม่ไกล แถมบรรยากาศภายในกองบิน 5 สบายเป็นที่สุด

014

017

018

จากนั้นก็ขึ้นเขาล้อมหมวก ช่วงแรกเป็นบันไดหลอกให้เราดีใจ แต่พอสุดบันไดก็ต้องเดินไต่ลัดเลาะไปตามเขาหินปูน ง่ายบ้างยากบ้างสลับกัน ช่วงที่ยากจะมีเชือกไว้ให้คอยยึดจับ เส้นทางโดยรวมสำหรับผมยังถือว่าไม่โหดมากครับ ตลอดทางมีจุดชมวิวเป็นระยะ ส่วนมากวิวที่เห็นจะเป็นฝั่งอ่าวมะนาว

019

พอขึ้นมาถึงแล้วสดชื่นสุดๆ ความรู้สึกเหมือนจะบินได้เลยแฮะ ด้านบนเป็นที่ตั้งของพระมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง เดินชมวิวได้โดยรอบทุกองศา วิวที่เห็นจะเป็นสองฝั่งคืออ่าวประจวบ กับอ่าวมะนาว

022

ฝั่งอ่าวประจวบมีเกาะน้อยใหญ่อยู่สี่เกาะ ที่เรียงกันจากบนลงล่างคือ เกาะหลัก เกาะหลำ เกาะร่ม ส่วนเกาะทางขวาคือเกาะแรด ส่วนภูเขาปลายอ่าวอีกฝั่งที่เห็นไกลๆ คือเขาตาม่องลาย ถัดออกไปคืออ่าวน้อยครับ แต่วันนั้นไอหมอกไอทะเลหนามากทัศนวิสัยเลยเลือนรางเต็มที

024

025

ฝั่งอ่าวมะนาวโค้งชายหาดสวยไม่แพ้กัน เกาะขนาดเล็กที่เห็นคือเกาะแอ่น ส่วนภูเขาสุดอ่าวด้านโน้นคือเขาคลองวาฬ

027

อยู่ข้างบนสักสองชั่วโมงกว่าๆ ค่อยลงมา ด้านล่างของภูเขาเป็นแหล่งอนุรักษ์ค่างแว่นถิ่นใต้ ตอนลงไปนักท่องเที่ยวกำลังให้อาหารพอดี เลยเก็บภาพมานิดหน่อย

028

029

เดินเล่นอีกสักพักในกองบิน 5 อำลาเขาล้อมหมวกจากข้างล่างครับ ทางขวาในภาพคือยอดเขา มองเห็นพระมณฑปเล็กนิดเดียว สูงขนาดนี้แหละที่ลากสังขารเดินปีนป่ายขึ้นไป

030

จากนั้นปั่นจักรยานต่อไปอ่าวมะนาวซึ่งยังอยู่ในเขตของกองบิน 5 ผมว่าถ้าจะมาเล่นทะเลที่เมืองประจวบก็ต้องที่อ่าวมะนาวนี่แหละ บ้านพักและร้านอาหารบรรยากาศดีพอสมควร ชิลๆ แบบไม่ต้องสวยเว่อร์มาก

031

032

033

อยู่ที่อ่าวมะนาวจนพอใจแล้วก็ปั่น ปั่น ปั่น ผ่านกองบิน 5 กลับทางเดิมสู่อ่าวประจวบ คราวนี้เลยเขาช่องกระจกไปอีกฝั่งของอ่าวคือทางปากคลองบางนางรม ปั่นไป จอดไป ถ่ายรูปไป เป็นเส้นที่เหมาะกับการปั่นจักรยานเหลือหลาย

035

034

วันนี้ทั้งขึ้นเขาและปั่นจักรยานไปๆ มาๆ เล่นเอาล้าพอสมควร กินข้าวเย็นหน้าที่ว่าการอำเภอฯ เสร็จสรรพ กลับถึงโรงแรมแทบสลบเหมือดเชียวล่ะ

สำหรับวันสุดท้าย เก็บเป้เช็คเอาต์และฝากของกับทางโรงแรมเรียบร้อย ก็ไปสถานีรถไฟเพื่อตรวจสอบเวลาเดินรถ ได้ความว่ารถไฟฟรี หลังสวน-ธนบุรี ขบวน 254 จะถึงประจวบราวสิบโมงครึ่ง สายจากตารางที่ระบุว่า 10.02 น. ทำให้ผมมีเวลาเที่ยวเก็บภาพเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย

จักรยานคันเดิมปั่นไปศาลหลักเมืองประจวบฯ เล็งไว้ตั้งแต่วันแรกแล้วครับว่าจะมาในวันสุดท้าย

036

จากนั้นไปเขาช่องกระจกอีกสักรอบ เก็บตกภาพต่างๆ กับมุมมองช่วงครึ่งวันเช้า ขึ้นไปคราวนี้คงเพราะแดดสายแรงจ้า พวกเจ้าจ๋อเลยหลบแดดกันหมดไม่ค่อยมีมากวนใจ

038

039

ใกล้สิบโมงก็ปั่นกลับไปคืนจักยานกับโรงแรม เพราะได้เวลากลับบ้าน แต่ผลคือรถไฟมาสายยิ่งกว่าคาดเสียอีก ต้องรอจน 11.20 น. แต่ก็ว่าอะไรไม่ได้เพราะเป็นรถฟรีนี่นะ ผมปิดทริปกลับถึงเมืองกรุงใกล้จะทุ่ม เป็นทริปที่ให้ความรู้สึกยาวนาน แต่ก็สนุกนาน ประทับใจ และที่สำคัญคือประหยัดมากครับ รับประกันว่าจะต้องกลับไปซ้ำรอยตัวเองแน่นอน เพราะผมตกหลุมรักเมืองสามอ่าวเข้าแล้วเต็มเปาแล้วล่ะ

———————————————————
สรุปเวลาการเดินทาง

วันแรก
07.30 ขึ้นรถไฟ ธนบุรี-หลังสวน
14.30 ถึงประจวบคีรีขันธ์
15.10 เช็คอิน โรงแรมยุติชัย
16.00 ขึ้นเขาช่องกระจก

วันที่สอง
09.30 ขึ้นเขาล้อมหมวก
13.00 เที่ยวอ่าวมะนาว
16.00 เที่ยวอ่าวประจวบ

วันที่สาม
08.30 เช็คเอาต์-ฝากของโรงแรม
09.00 ไปศาลหลักเมือง-เขาช่องกระจก
10.00 รอรถที่สถานีรถไฟ
11.20 ขึ้นรถไฟ หลังสวน-ธนบุรี
18.50 ถึงกรุงเทพ ป้ายหยุดรถจรัญสนิทวงศ์

———————————————————

ใครอยากคุยเรื่อยเปื่อยเรื่องท่องเที่ยว สอบถามข้อมูล (ถ้าผมมีให้นะ) รวมถึงชวนเที่ยว ยินดียิ่งนะครับ
www.facebook.com/alifeatraveller หรือ alifeatraveller.wordpress.com
———————————————————

About the author

นายสองสามก้าว

Leave a Comment

Shares
Loading...