รถไฟไทย : EP1 Slow Life นั่งรถไฟกันดีกว่า

EP1 : มารู้จักรถไฟกัน

เคยคิดอยากจะเดินทางไปไหนสักแห่งไหมครับ แล้วเลือกไม่ถูกว่าจะเดินทางแบบไหนดีถึงจะเหมาะกับตัวเรา…
papers
วันนี้ ผม.. นายแฮมมึน มีวิธีการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ สไตล์ Slow life มาฝากกัน นั่นก็คือ “รถไฟ” นั่นเอง
indian thesis
ไม่ได้หมายความว่านั่งรถไฟแล้วช้านะ แต่ก็แบบ…ชีวิตคนเรามันก็ไม่ต้องเร่งรีบตลอดเวลาป่ะวะ? ลองทิ้งเครื่อง ทิ้งความรวดเร็วแบบคนเมือง แล้วใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไปเรื่อยๆ กันดีกว่า….

มันอาจจะทำให้เราเห็นอะไรมากกว่าที่เราเคยเห็นก็ได้นะ

พร้อมแล้วไปกันเลย

11214168_10204431279918036_2813559907529635346_n

การเดินทางด้วยรถไฟนั้น มีขบวนรถไฟให้เลือกหลายขบวน ซึ่งแต่ละประเภทจะมีหลากหลายให้เลือกแตกต่างกันไป
โดยขบวนรถที่ให้บริการจะมีด้วยกันทั้งหมด 7 ประเภท ซึ่งก็คือ

1. รถด่วนพิเศษ
2. รถด่วน
3. รถเร็ว
4. รถธรรมดา
5. รถชานเมือง
6. รถท้องถิ่น
7. รถพิเศษ (เดินเฉพาะกิจ)

ซึ่งรถไฟแต่ละประเภทจะต่างกันที่ “สถานีหยุดให้บริการ”

ด้วยเพราะรถไฟเองนั้นไม่ได้มีการให้บริการแบบ Direct ออกต้นทางแล้วมุ่งสู่ปลายทางโดยทันทีเหมือนเครื่องบิน
แต่จะมีการหยุดรับส่งผู้โดยสารระหว่างทาง
แล้วไอ้สถานีระหว่างทางเนี่ย มันก็มีตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อยสถานี
จึงมีการจำแนกประเภทรถไฟออกเป็นหลายๆ แบบ เพื่อความสะดวกในการเดินทางด้วย

เรามาดูกันดีกว่าว่า จะต่างกันยังไงบ้าง

10985892_10204440649432268_9156115020480375403_n

นี่คือชาร์ทที่ผมสรุปมาให้คร่าวๆ ครับ
ใน Chart จะแสดงเส้นทางของรถไฟ และสถานีประเภทต่างๆ เช่น
สถานีจังหวัด
สถานีอำเภอ
สถานีตำบล
สถานีหมู่บ้าน

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า…รถไฟแต่ละประเภทนั้น “มันจอดไม่เหมือนกัน”

ก็ขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อทำความเข้าใจว่า “รถไฟนั้นเป็นยังไง” กันดีกว่าครับ

1. รถด่วนพิเศษ (ช่วงรหัสขบวน 1 – 50)
เป็นขบวนรถที่ให้บริการทางไกล
เน้นการเดินทางแบบรถนอนล้วน หรือรถนั่งปรับอากาศล้วน
หรือเป็นรถนอนผสมรถนั่งในอัตราส่วนของรถนอนที่มากกว่า
ซึ่งมีสถานีหยุดระหว่างทางน้อยมาก ประมาณ 20% ของเส้นทาง
โดยเน้นจอดที่สถานีที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ เช่น จังหวัด อำเภอใหญ่ๆ

2. รถด่วน (ช่วงรหัสขบวน 51-100)
เป็นขบวนรถให้บริการทางไกล
เน้นการเดินทางแบบลูกผสมระหว่างรถนั่ง และรถนอน หรือเป็นนั่งล้วน
รถที่ให้บริการก็จะมีตั้งแต่ชั้นประหยัด ไปจนถึงชั้นที่มีราคาสูงที่สุด
โดยมีสถานีหยุดระหว่างทางอยู่ประมาณ 40% ของเส้นทาง
เน้นจอดสถานีที่เป็นจังหวัด อำเภอขนาดใหญ่ หตือตำบลใหญ่ๆ

3. รถเร็ว (รหัส 1xx)
เป็นขบวนรถให้บริการทางปานกลาง จนถึงทางไกล
เน้นการเดินทางที่รถนั่งมากกว่ารถนอน (ถ้าเป็นรถกลางวันจะไม่มีรถนอน)
มีสถานีหยุดระหว่างทางประมาณ 50-60% ของเส้นทาง
เน้นจอดสถานีจังหวัด อำเภอ หรือตำบลที่สำคัญ

4. รถธรรมดา (รหัส 2xx)
เป็นขบวนรถให้บริการทางปานกลาง
เน้นการเดินทางแบบประหยัด โดยมีรถนั่งล้วน และไม่มีรถปรับอากาศหรือชั้น 2
มีสถานีหยุดระหว่างทาง 80-100% ของเส้นทาง
การเดินทางจะไม่รวดเร็ว
เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางระยะใกล้ๆ

5. รถชานเมือง (รหัส 3xx)
เป็นขบวนรถให้บริการทางใกล้ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
เน้นการเดินทางเพื่อเข้า-ออกเมือง
มีสถานีหยุดระหว่างทาง 90-100%
เป็นการเดินทางออกจากกรุงเทพในระยะไม่เกิน 150 กม.

6. รถท้องถิ่น (รหัส 4xx)
เป็นขบวนรถให้บริการทางใกล้ ในภูมิภาค เพื่อเชื่อมเมืองใหญ่ของภูมิภาคเข้าด้วยกัน
เน้นการเดินทางในท้องถิ่น และรับใช้สังคมอย่างเต็มที่
มีสถานีหยุดระหว่างทาง 100%
เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัด

11178338_10204431338759507_4353307372856248165_n

ดังที่เราจะเห็นว่ารถไฟนั้นมีหลายประเภท แต่ละประเภทก็จะใช้ความเร็วเท่าๆ กัน คือ
รถที่ใช้รถจักรลาก ความเร็วจะอยู่ที่ 90 กม./ชม.
รถที่เป็นดีเซลราง ความเร็วจะอยู่ที่ 120 กม./ชม.
(ทั้งนี้ ความเร็วจะขึ้นอยู่กับภูมิประเทศที่รถผ่าน)

แต่สิ่งทีทำให้ขบวนที่ต่างกัน ไม่เหมือนกันคือ
“สถานีที่จอด”

เราสามารถเลือกขบวนรถไฟ ตามการเดินทางของเราได้เช่นกันครับ

ติดตามชม EP2
เป็นเรื่องราวของ “เส้นทางรถไฟ”

เร็วๆ นี้ครับ

About the author

Hamzterz

Thai train's lover who addicted in travelling by train.
คนรักรถไฟไทย ที่เสพติดการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟ

Leave a Comment

Shares
Loading...