ผลาญเงิน ล้านนน !! ที่วังเวียง (5 วัน 4 คืน กับมนต์เสน่ห์แห่ง ~ ลุ่มแม่น้ำซอง)

DSC_0061-tile

วังเวียง น่าไปว่ะ ….. เฮ้ย อยากไป วังเวียง …. เฮ้ย ลำบากปะวะ …. เฮ้ย มันจะสนุกมั้ย ???

หลายต่อหลายคน คงเคยได้ยินคำเหล่านี้ และหลายต่อหลายคนคงได้ไป สัมผัส กับ วังเวียง มาแล้วว

แต่ !

บางคนก็ ยังไม่เคยไปวังเวียง….

วังเวียง คือ เมืองเล็ก ๆ ที่ประเทศ ลาว ( ส่วนใหญ่ ก็รู้ปะว่ะ ? ) ที่มี แม่น้ำซองไหลผ่าน มีธรรมชาติที่สวยงาม ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา ซึ่งเป็นที่ หลงไหล ของผู้ที่ชื่นชอบ ธรรมชาติ

อยากไปสูดอากาศบริสุทธิ์ หรืออยากสัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของทิวเขา ซึ่งที่นี่มีกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ ให้เล่นมากมาย ในราคาไม่แพงอีกด้วย

ซึ่งทำให้ วังเวียง กลายเป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตในเวลานี้

และเราทั้ง 3 คน จะพาไปดูว่าวังเวียงมัน น่าไปมั้ย ? ลำบากรึเปล่า ? แต่หวังว่าข้อมูลทั้งหมดคงจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ

***  สิ่งของสำคัญที่ แนะนำ ให้ต้องเตรียมไป ! ***

1. เงินไทย หรือ ลาว ( ได้หมด เหลือดีกว่าขาด )

2. Passport ( สำคัญมากกกกกกกๆๆ…ห้ามลืม ท่องไว้ )

3. กระเป๋าเป้ ( ที่ไม่ใช่กระเป๋าเดินทางที่ใส่เสื้อผ้ามา ไว้ใส่ของตอนเดินหรือไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ )

4. กล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือ ( เดี๋ยวเขาไม่รู้ว่าเรามา วังเวียง ถ่ายเยอะ ๆ ถ่ายไว้ก่อน คัดรูปที่หลัง )

5. รองเท้าผ้าใบ (เอาไว้ไต่ผาเงิน ) ( เอาไปเถอะ มันจำเป็น )

6. ยารักษาโรค ( ถ้าคุณมีโรคประจำตัว , ยาแก้ปวดหัว, เอาไปเผื่อๆ เดี๋ยวเพื่อนก็ ขอ เชื่อเถอะ ! )

7. ทบทวน ของที่จำเป็น นอกเหนือ 6 อย่างด้านบน นี้ …คิดสิ่ ๆ

พร้อมแล้วววววว ก็ ไป ผลาญเงิน ล้านกัน ลุยยยยยยย ! Woooo…..hoooooo

20150408_173448


 วันที่ 1

IMG_3942-tile

 

เราเลือกที่จะเดินทางจาก กรุงเทพ ( ดอนเมือง ) โดย เครื่องบิน ( ซึ่งมีโปรโมชั่นไปกลับราคาอยู่ที่ 1600 บาท ) ไปยังอุดรธานี ขึ้นเครื่องเวลา 5.55 ถึง 6.55 โดยประมาณ

ซึ่งวันนั้น สภาพอากาศ ไม่ค่อยเอื้ออำนวย ฝนตก ก่อนขึ้นเครื่อง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร นอน พักผ่อนดีกว่า ( ถ้าไม่คิดอะไรเรื่องที่ไม่คาดคิดก็จะเกิด … ปิ๊ง )

วูบบบบ วูบบบบบบบบบบ แบบ 2 จังหวะต่อเนื่อง สะดุ้งตื่น ! 2 มือดันตัวขึ้นกับที่เท้าแขน ทันใด โดยไม่รู้ตัว

 หันหน้า มอง เพื่อน ด้วยความตกใจ ตกหลุมอากาศ ? ( เชดเข้ ! เล่นกูแล้วววไง ) มือเปียก อัตโนมัติ

เขย่าต่อ เป็นระยะ มันไม่ธรรมดาเหมือนที่เคยผ่านมา กัปตัน ประกาศ ห้ามใคร เดินทั้งสิ้น ตั้งแต่ ต้นยัน จบ แม้กระทั้ง แอร์โฮสเตส

ช่วงเวลาแห่งความยาวนาน 1 ชั่วโมงที่ไหลช้า ๆ ยังกับนาฬิกา ทราย

มีเสียง กรี๊ดอ่อน ๆ ในเครื่องประปราย ตอนนั้นถึงพยายาม ข่มตาให้ หลับ แต่มันหลับไม่ลง จริง ๆ

นี่ แค่ เริ่ม ก็ ตื่นเต้นแล้ว พอลงมาเหยียบพื้น มันเป็นความรู้สึก ที่อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเลยจริง ๆ

นั่งรถจากสนามบินไป บขส.อุดรธานี ด้วยแท๊กซี่ที่ สนามบิน 200 บาท

 เพราะต้องรีบไป บขส.อุดรธานี เพราะ มีรถเที่ยวเดียวที่จะไป วังเวียง ซึ่ง มีแค่รอบเดียว ต่อวัน รถออกเวลา 08.30 น. ราคา 320 บาท

ยังไงก็ทัน ลงเครื่อง 7 โมง เวลา เหลือ ๆ ….

เต็ม !

IMG_3945

เต็ม…จ้าาาาาา

เร็วแค่ไหนก็ไม่ทัน เพราะว่าจองล่วงหน้าไม่ได้ ชิบล้ะ ! เอาไงดี  ก็เลยต้องเปลี่ยนแผนนั่งรถไป เวียงจันทร์ แล้วต่อรถไป วังเวียง แทน ราคา 80 บาท

09.00 น. รถออกถึงด่านก่อนออกจากประเทศไทย ( หนองคาย )  รถจะจอด ก็เอาพาสปอร์ต+เอกสารใบออกนอกประเทศที่ต้องยื่น ให้เจ้าหน้าที่ปั๊มตราก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เดินขึ้นรถคันเดิมเพื่อนั่งรถต่อ

IMG_3965

เมื่อถึงด่านฝั่งลาว รถก็จะจอดอีกครั้งเพื่อทำเรื่องเข้าเมือง สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ เดินไปเข้าคิวซื้อ ONE WAY TICKET เป็นบัตรพลาสติก ซึ่งจะเป็นค่าธรรมเนียมเข้าเมือง

ราคา 5 บาท (สำหรับวันธรรมดา) 47 บาท (สำหรับเสาร์อาทิตย์)

ซื้อ ONE WAY TICKET เสร็จก็ต่อคิว เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง พร้อมกับพาสปอร์ต + เอกสารขาเข้าประเทศลาว

เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเสร็จก็ เดินมาเสียบบัตร คล้าย ๆ กับ BTS ส่วนพวกผม ยังไม่ขึ้นรถ แอบไปซื้อ ซิม Lao Telecom ( วัยรุ่น ติด โซเซียล อ้ะ )

1385428201-Simnet6-o

จัด  โปรที่ 2   ระยะเวลา 30 วัน ใช้ได้ 5GB ราคา 50,000 กีบ = 200 บาท

กำลังจะให้เขา เซ็ทระบบ มือถือหลังจาก ใส่ซิม ลาว คนขับแม่งก็เร่งจัง เลยไม่ได้เซ้ท ไปเซ็ทเองบนรถแม่งเลยยย

(ไอโอเอสเปลี่ยนซิมใส่สามารถเล่นได้เลยนะครับ แต่แอนดรอยด์ต้องไปตั้งค่าก่อน)

หลังจากนั้นขึ้นรถ ไปเวียงจันทร์ ต่อ

ตั้งค่า อินเตอร์เน็ต ตลอดการเดินทาง จากฝั่งลาว จนถึง เวียงจันทร์ ยังไงก็ไม่ได้ สัญญานมานะ แต่เน็ตไม่มา ช่างแม่ง ! ล้ะ

เดี๋ยวลงรถ ค่อยหาวิธี

ในที่สุดก็ถึง เวียงจันทร์ สักทีระยะเวลาน่าจะประมาณ เกือบ 2 ชั่วโมงได้ จาก บขส.อุดรธานี

และระหว่างที่คุณกำลังจะ ลงรถจะมี คนลาว ยืนรอคุณที่ทางลงประตู รถ แล้วถามว่าคุณจะไปไหน สบายใจได้เลยครับ คุณได้ไปวังเวียงแน่นอน : )

ก่อนที่เราจะหารถนั่งไป วังเวียง เรามาทำ มือถือของเราให้เล่น อินเตอร์เน็ต ให้ได้ก่อน ซึ่ง เสียค่าครู ในการทำ 50,000 กีบ ( 200 บาท ) ครับ T^T

DSC_0016

(คือโมเม้นต์นั้นถามเค้าว่าต้องทำยังไง เค้าขอมือถือเราไป ทำเสร็จปุ๊บ แบมือขอตังค์ ไม่เหลือทางให้พวกผมเดินเลยดิ่)

หลังจากนั้นก็ ติดต่อ กับคนแถวท่ารถ ที่วังเวียงเลยครับ มีนายหน้า หลายคน ยืน งง เดี๋ยวเขาก็เดินเขามาหาเราเองครับ

ก็ตกลง กันเรียบร้อย คนละ 100,000 กีบ ( 400 บาท ) สำหรับการเดินทางจาก เวียงจันทร์ ไป วังเวียง ใช้เวลา 3 ชั่วโมงครับ  ( มีแบบเร็วและแบบช้า )

แบบเร็ว = รถตู้เสาวีย์ ซิ่ง ๆ เบียด ๆ หน่อย , มินิบัส

แบบช้า = รถบัส หรือ รถทัวร์แบบตอนนั่งจาก อุดรมาเวียงจันทร์

ทางที่จะไป วังเวียง ค่อนข้างแย่ เป็นหลุมเป็นบ่อ และแคบ มีโค้งเยอะ ใครที่เมารถ อย่าลืม กินยา กันไว้ก็ดีนะครับ

เรา 3 คนถึงวังเวียง ประมาณ 16.30 น. ก็เช็คอินที่ โรงแรม Champalao The Villa ครับ 300,000 กีบ ( 1200 บาท ) / คืน – ตกคนละ 400 บาทครับ

S__5022276

( Champalao The Villa )

DSC_0043

( อันนี้เป็นห้องสำหรับ 2 ท่านครับ )

laos-0136

http://www.champa-lao.com/

https://www.facebook.com/champalaothevilla

( ติดต่อทางเฟส ได้เลยครับ พี่เขาเป็นคนไทย ใจดีมากครับ )

หลังจาก เก็บสัมภาระ เรียบร้อยแล้ว ก็ไปนั่งกินข้าวเย็นริมแม่น้ำซอง

หลังจากกินข้าวเสร็จเราก็ไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่ champa lao bungalow กันครับ

DSC_0072

( ที่พักของ  champa lao bungalow )

20150409_173015-tile

( บรรยากาศนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่  champa lao bungalow )

หลังจากนั้น ก็ไป ซื้อทัวร์ One Day Trip ที่ น้ำทิพย์ทัวร์ สำหรับ วันที่ 2 ราคา 90,000 กีบ ( 360 บาท ) / คน

DSC_0104

ซึ่งจะพาเราไป ถ้ำช้าง เดินผ่านทุ่งนา ถ้ำน้ำ และพายเรือคายักครับ รวมอาหารกลางวันด้วย

หลังจากจัดการ วางแผนชีวิต เรียบร้อยก็ ออกไปย่ำราตรีกันครับ มาวังเวียง ต้องมา ซากุระ บาร์

20150408_183950

ที่นี่จะรวบรวม ชาวต่างชาติ ไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่ง เกาหลี คนลาว อื่น ๆ เยอะครับ มาเองแล้วเดี๋ยวจะรู้


 วันที่ 2

บริษัท ทัวร์ นัด 08.30 ที่เดิม ที่ที่เราซื้อนั่นแร่ะครับ มาถึงก่อนก็ หาอะไรกินรอ แถวนั้นครับ ส่วนพวกเรา กิน บาแก็ต แฮม-ชีส ครับ มีขายเต็มไปหมดที่นี่ ชอบร้านไหนก็จิ้มเลยครับ

IMG_4034

ราคา 15,000-20,000 กีบครับ (60-80 บาท )

ได้เวลาก็ขึ้น รถกะป๊อ ไปถ้ำช้าง กันเลยครับ กรุ๊ปทัวร์ก็จะประมาณ 10 กว่าคน ส่วนใหญ่มีแต่ชาวเกาหลี ครับที่นั่งไปด้วยกัน

GOPR6478

( รถกะป๊อ หรือ รถกระบะ  ?? )

ระยะทางประมาณ 20 โล ก็จะถึงจุดที่ต้องลง เพื่อเดินต่อไปยัง ถ้ำช้างครับ

DSC_0163

( ไหนช้าง ? มาหาเอาเองละกันนะ )

หลังจากนั้น ก็เดินผ่านทุ่งนา เพื่อไป ถ้ำน้ำครับ

IMG_4036-tile

( ทุ่งนา )

เมื่อถึงถ้ำน้ำ ตรงนี้ แร่ะ ครับ เราจะพักกินข้าวกลางวันกันที่นี่ แล้วที่นี่ก็เป็นจุดที่มี นักท่องเที่ยง ต่างชาติเยอะแยะมากมาย รักใครชอบใครก็ นัดแนะเลยครับ คืนนี้ ซากุระ บาร์ ที่เดิม 555

นอกนั้นที่นี่ ยังมีกิจกรรม Zip line ให้เล่นด้วยนะครับ ใครที่ชื่นชอบก็จัดไปเลยครับ ราคาน่าจะประมาณ 150,000-200,000 กีบ ( 600-800 บาท)

DSC_0201-tile

GOPR6468

( ภายในถ้ำน้ำ ถ้าเจอกรุ๊ปทัวร์สวนกันใน ถ้ำอย่าลืมสาดน้ำ กันนะครับ สนุกๆ )

ช่วงบ่าย หลังจากที่พักกินข้าวกันเป้นที่เรียบร้อยก็ ได้เวลา พายเรือคายัก

GOPR6485

( ชัดภาพ กับ กรุ๊ปทัวร์ที่มาด้วยกัน )

(  ระยะทางจากจุดเริ่มต้นพายเรือคายักถึงจุดหมาย 8 กิโลเมตร )

GOPR6527-tile

มีช่วงแก่งน้ำให้เล่นสนุก ๆ ด้วยครับ แต่ ข้อควรระวัง คือ บางจุดน้ำตื้น มีหินเยอะ ระวังเท้า หรือเข่า ถ้าเรือพลิกคว่ำนะครับ อาจบาดเจ็บได้

ซึ่งตลอดทางการพายเรือ แม้อากาศจะร้อน แต่ ข้างทางเต็มไปด้วยธรรมชาติ 2 ฝั่ง ภูเขาต้นไม้ ใบหญ้า สายน้ำและลมเย็นๆ ลืมไปเลยว่านี่หน้าร้อน

ผ่านมาได้ ประมาณ 1/2 ทางก็จะให้ แวะพัก กันครับ ซึ่งเป็นเหมือนร้านชิวริมน้ำ มีกิจกรรมให้เล่น มีเบียร์ให้จิบ ก็จะพักที่นี่ประมาณ 45 นาที

DSC_0381-tile

หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศ แบบ Slow Life กันแล้วก็ พายเรือ กันต่อ ( พายเรือไป เจอเรือพายข้าง ๆ ก็สาดน้ำใส่เลยนะครับ )

ถึงจุดหมายประมาณ 4 โมงนิด ๆ ก็กลับที่พัก ไปพักผ่อนตามอัธยาศัย หลังจากนั้นก็ไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่เดิม

DSC_0415

( ชีวิตมันเศร้า กินเหล้าดีกว่าาาา*** )

แล้วก็ไปนั่งกินข้าวที่ ร้าน วังเวียงเบเกอรี่เฮ้าส์ เพื่อคุยกันว่าพรุ่งนี้จะไปไหน เดินทางยังไง ?

IMG_4106-tile

( อยู่ใกล้ ๆ กับ น้ำทิพย์ทัวร์ ทางด้านขวา.. )

ก็ตกลงกันว่า เราจะ ปั่นจักรยานไป ผาเงิน และ บลูลากูน กันครับ

เช่า จักรยานเสือภูเขา ราคา 20,000 กีบ ( 80 บาท / วัน ) แล้วก็ ขอแผนที่ มาด้วยนะครับ เขาให้ฟรี แนะนำให้อีกต่างหาก สะดวกเช่าที่ไหน ก็แล้วแต่เลยครับ

DSC_0395

( แผนที่ผมไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ อยากให้ลองศึกษากันเอาเอง เพราะเวลาเรา หลงมันจะสนุกมากครับ 555 )

สำหรับวันนี้ก็คราว ๆ ประมาณนี้นะครับ

พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า

คืนนี้ ก็ ซากุระ บาร์ อีกครั้ง….?


 วันที่ 3

เสียงนาฬิกา ดัง อยากหลับตาอยู่อย่างนั้น ทำอยู่อย่างนั้น ฝันถึงเธอเรื่อยไป… ( เสียงนาฬิกาปลุกอิฐมันครับ ถึงว่าทำไมตื่นยากตื่นเย็น ชัดเลย เปลี่ยนเสียงเถ๊อะะะ )

ตื่นมาตี 5 กว่า ๆ รีบอาบน้ำ แต่งตัว ใส่รองเท้าผ้าใบ เก็บของใส่ เป้ ! ( สิ่งสำคัญที่บอกให้เตรียมไป 2 อย่าง ) *** ( ข้าวไม่ แดรก ? ) ***

รีบปั่นจักรยานไป ผาเงิน หรือ เขาเงิน ขอเรียกว่า ผาเงิน ล้ะกัน เพราะว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ดูหมอก ยามเช้า

GOPR6545

 (ปั่นไปปั่นมา สุดท้ายก็หลง พระอาทิตย์ก็ขึ้น หันหลังไปเห็นบอลลูนพอดี )

DSC_0468

ค่าขึ้นบอลลูน ราคา 600,000 กีบ ( 2,400 บาท / คน )  บอลลูน มี 2 รอบ เช้า-เย็น ขึ่นได้ 6-9 คน ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ( พวกเรา 3 คนไม่ได้ขึ้นนะครับ เงินไม่พอ 55 )

เข้าเรื่อง ศึกษาแผนที่มาแค่ไหน สุดท้ายก็หลง เมืองไทย ยังหลงเลยเอาไรมากกกก

IMG_4152

( ภาพนี้เพื่อน ถ่ายไว้ให้ ตอนหยุดหยิบแผนที่ …. หลง จ้าาาา )

มาโผล่ ทุ่งนาหลังเขา เฉย แต่สวยดีครับ ตอนเช้า ๆ ลมเย็นอ่อน ๆ ธรรมชาติสุด ๆ

กว่าจะ เจอทางที่จะไป จริง ๆ ก็ปา เข้าไป 7.00 โมงเช้า

ถามทางชาวบ้านไปเรื่อย เขาบอกประมาณ 7-8 โล แต่ทางที่ปั่น มันไม่ง่ายอย่างนั้นสิ่ครับ หิน ล้วน ๆ เขย่าตลอดเวลา ( คิดถูกหรือคิดผิดที่ปั่นมา ? )

จากที่แต่งตัวหล่อ ๆ จากที่พัก กว่าจะมาถึง ผาเงิน ตัวก็เปียกชุ่มฉ่ำ ลงจาก จักรยาน ปุ๊บ ก็รู็สึก เจ็บก้น ปั๊บ

IMG_4157-tile

( เพราะว่าไม่เคยปั่นจักรยานทางขรุขระมาก่อน อาการมาเดี๋ยวนั้นเลยครับ รออะไร เข็นสิ่ครับ ! )

 DSC_0476-tile

รูปซ้ายมือ เป็นปากทางเข้านะครับ ไป ผาเงิน นะครับ

รูปขวามือ หลังจากที่เข้ามาจะเจอป้อมผ่านทาง ก็ จ่ายค่าผ่านทาง 10,000 กีบ ( 40 บาท / คน )

เริ่ม !

เดินขึ้นเขา (ป้ายบอกไว้ว่าเดินขึ้นเขาใช้เวลาเพียง 20นาที)

อากาศชื้น ๆ  สดชื่นดีนะ แต่ ทางแมร่ง โคตร ชัน ! + กับ ปั่นจักรยานมา หลายกิโล อาการเมื่อยล้าก็ตามมา

ทางเดินเป็นทางธรรมชาติ หินสลับดิน 2 มือจับ กิ่งไม้หรือหิน เพื่อรักษาสมดุล และที่สำคัญ ถ้าไม่ใส่รองเท้าผ้าใบมา กลัวจะเดินแล้วเป็นอันตราย หรือ ลื่นได้ ( สำคัญมั้ยล้ะ ! )

IMG_4161

เดินมา 20 นาที เหนื่อยมาก ปวดขา หยุดกินน้ำ หยิบน้ำในกระเป๋า เป้ ( สำคัญมั้ยล้ะ ! ) หรือจะเดินมาตัวเปล่า แล้วถือขวดน้ำ ก็แล้วแต่เลย คนเก่ง …

ในที่สุดเราก็เห็นศาลาแรก ! ย้ำศาลาแรก

นั่งพักกันก่อน ซักแปป รอเพื่อน อีกคนที่ยังมาไม่ถึง

DSC_0491

( บางที แม๊คก็คิดนะว่า มันจำเป็นมั้ยที่ต้องเอา ชีวิตมา เสี่ยง 5555555 )

เดินต่ออีกไม่ไกล ก็จะเห็น หลังคา สีส้ม นั่นแร่ะครับ ถึงแล้วววววววว หมอกเพียบ นอนพักกัน ซักแปปป ดูวิวให้หายเหนื่อย แล้วเด้วค่อยถ่ายรูปกัน (สรุปเดินขึ้นมาใช้เวลาร่วมชั่วโมง แล้วที่บอกไว้ว่า 20นาทีคืออัลไล หึ!!)

DSC_0540

( สังเกตุ ถังขยะสีฟ้า มีแต่ซากขวดน้ำเปล่า ล้วน ๆ เหลือดีกว่าขาดนะครับ เอามาเผื่อ มันเหนื่อยจริง ๆ )

ซึ่งตอนนี้ น้ำหมด ข้าวไม่ได้แดรก หิวและกระหายมาก ๆ ซึ่งถ้าคนที่จะมาแนะนำ ให้เอาน้ำกับข้าวมากินบนนี้เลย จะเวิคมาก

GOPR6562

( หายเหนื่อยมั้ยยยยย ? ล้ะ )

DSC_0541

( หมอกหนาจัด อากาศเย็นอ่อน ๆ ชิวมากครับ )

DSC_0511-horz

( เอาให้หน่ำใจ …. หึ ๆ )

ใช้เวลาอยู่บนนี้ 2 ชั่วโมงได้ หายเหนื่อย ก็ลงเขาถึง ตีนเขา เจอ ลุงคนนึงเขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของผาเงินนี้ ! หูยยยยยย

IMG_4187

( ตอนลง ระวัง ลื่นนะครับ ขาสั่น เข่าอาจ จะเบรกไม่อยู่ )

ก็เลยคุยกับลุงเขาสักหน่อยว่า ที่มาที่ไป เป็นยังไง

GOPR6573

( ลุงที่บอกว่า เป็น เจ้าของ ผาเงิน )

หลังจากนั้นเราก็ปั่นจักรยานกันต่อ พอขึ้นจักรยานเท่านั้นแร่ะ ร้าวมาถึงท้ายทอย จี๊ดมากที่ ก้นกบ ( อยากจะทิ้งจักรยาน นี่กูมาเที่ยวหรือแข่งไตรกีฬา )

ปั่นต่อ อีก 2-3 โล แบบ ขรุขระ ย้ำ ขรุขระ สึส ๆ

GOPR6576

( ปั่นมา ยังลำบาก ปั่น กลับไม่ อยากจะคิด…เห้ออออ )

และแล้วก็ถึง Blue Lagoon ~

กินข้าวแพ๊พ

 Blue Lagoon ~ เป็นอีกหนึ่ง สถานที่ยอดฮิตที่ได้รับความสนใจมาก จากนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลี และถ้าสังเกตุที่ริมขอบสระน้ำ จะมีกองเชียร์

ยืนดูผู้ที่มีใจกล้า กล้าโดด ซึ่ง การโดดมี 2 ระดับ อันบน กับ อันล่าง ซึ่งดูด้วยสายตาแล้วว่า ไม่เท่าไหร่ …..

แต่ ผมขอแนะนำสำหรับผู้ที่มาถึง และยังไม่ได้ลงน้ำ เดินขึ้นไปอันบนเลยครับ สุดแน่นอน

IMG_4217

( ลังกา หน้า หรือ ลังกาหลัง ดีว่ะ ….. )

ระหว่างที่เดินขึ้นไปนั้นท่านอาจจะยังรู้สึกเฉย ๆ แต่พอเดินมาถึงกิ่งไม้ ที่เราจะไปยืนโดด แล้วมองลงมาข้างล่างเท่านั้น ใจคอไม่ดี ทันที กวาดสายตามองรอบข้าง

เหล่ากองเชียร์ ส่งเสียงให้กำลังใจ ยากที่จะเปลี่ยนใจเดินถอยกลับ เอาว่ะ ! โดด ก็โดด ….ตู้มม…ม !

IMG_4219

( I believe I can fly, I believe I can touch the sky )

น้ำเย็นโคดดดดดดดดดดดดด บรึ้ยย…ยย สะใจมว๊ากกกกกก

GOPR6622

( แนะนำให้มา เช้า ๆ คนจะน้อย )

มันเป็นระยะที่แบบว่า เสียวกำลังดีเลย ใครมาอย่าพลาดเชียวว

หลังจาก เล่นน้ำกันจนหายเหนื่อย ก็ได้เวลา ปั่นจักรยาน กลับ ( อยากจะทิ้งจักรยานไว้ตรงนี้ แล้วนั่งรถกลับ เห้อออออ T^T )

กว่าจะถึงห้อง ก็บ่าย 3-4 เมื่อยล้าไปหมด ระยะทางทั้งหมดที่ปั่นวันนี้ก็น่าจะเกือบ 20 กิโล + ปีนเขา 40 นาที  ซึ่งยังดีโดดน้ำเฉย ๆ ถ้าว่ายน้ำนี่ ไตรกีฬา ชัด ๆ !!

สลบ ! กันหมด เพลียสุด ๆ กว่าจะตื่นก็ 3 ทุ่มกว่า ไปคืน จักรยาน กินข้าว แล้วจะกลับไปนอนแต่เดินผ่าน…..

และแล้ว คืนนี้ ก็ ซากุระ บาร์ อีกครั้ง…. ฟัค


 วันที่ 4

วันสบาย ๆ ก่อนพรุ่งนี้จะกลับบ้านเรา ( เมืองไทย ) รักรออยู่ ตื่นกัน 11 โมงกว่า หลังจากที่เมื่อคืน ปาร์ตี้ กันหนักไปหน่อย

โดยวันนี้เรา จะไป ถ้ำจังกัน แต่จะเราจะไม่นั่งรถไป เราจะเดินไปครับ ซึ่งระยะทางน่าจะไปกลับประมาณ 6-7 โล

อาบน้ำแต่งตัว จัดของสำคัญใส่กระเป๋า ออกไปกินข้าวแล้วก็ เดินทางกันเลยครับ

20150411_123721

( 2 คนนี้ ท่าจะดู หนัง มากไป + หมวกฟาง 40 )

ตลอดข้างทาง เต็มไปด้วยเสียง เพลง และงานเลี้ยง ทุกบ้าน คล้าย ๆ งานทำบุญบ้าน ยังไงยังงั้น กินเหล้า กินเบียร์กันตั้งแต่ เช้า ( ถามคนแถวนั้นมา )

ซึ่งวันนั้นตรงกับช่วงสงกรานต์ พอดี ( ป้าแถวนั้น บอกว่าสามารถเดินเข้าไปนั่ง กินข้าว จอย ร่วมงานได้เลย ฟรี ) บ้านไหนก็ได้ ? ป้า : ใช่ตามใจเลย

เดินกันต่อ มาเรื่อย ๆ ก็ถึง ค่าผ่านทาง แรก 4,000 กีบ ( 16 บาท / คน ) หลังจากนั้น ก็เดินต่อ ก็มาถึง สะพาน สีส้ม

DSC_0563

เดินมาอีกนิดก็ถึงทางขึ้นถ้ำ จ่ายค่าเข้า ถ้ำ 15,000 กีบ ( 60 บาท / คน )

หลังจากนั้นก็เดินขึ้นบันได 147 ขั้น ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็ เรียกเหงื่อได้ดี ทีเดียว จนถึงปากทางเข้าถ้ำ

DSC_0588

ก็มุดเลยครับ แล้วไปชม บรรยากาศในถ้ำกันเลย

GOPR6682-tile

หลังจากเดินเยี่ยม ชมทุกซอกทุกมุมแล้ว ก็ได้เวลา ไปหาอะไรกิน ก่อนกลับ ก็แวะกิน จิ้มจุ่ม

IMG_4282

( เขียน ” สามเกลอ ” ไว้เป็นที่ ระทึก เฮ้ย ! ระลึก )

หลังจากที่ กินแต่ เฝอ  กับข้าว กระเพรา ทุกมื้อ กินเสร็จก็เดินกลับห้อง เพื่อที่จะไปพักผ่อน

บังเอิญเดินเจอฝรั่งคนนึง แจกใบปลิว แล้วก็บอกว่า วันนี้ ซากุระ บาร์ กิน เหล้าฟรี ตั้งแต่ 20.00 – 21.00

as

( มองหน้ากันแล้ว พูดว่า กินฟรีแล้วกลับตามนั้นจบ ไม่มีต่อ เคนะ ! )

และแล้ว คืนนี้ ก็ ซากุระ บาร์ อีกครั้ง…. ฟัค อยู่กันจนถึงเที่ยงคืน ร้านปิด มีบริการรถฟรีไป

ปารตี้ ที่ The Jungle ต่ออีก เละ !  ครับ เละ

เพื่อนทิ้งไป 1 คน ไปไม่ไหวเมาหิวทิ่ม เหลือกัน 2 คน ก็ไปต่อ ด้วยความคะนอง หลังจากนั้น เมาเละเทะ ภาพตัด …. ( กระจัดกระจายกันกลับ อ้วกแตก อ้วกแตน  )

……….. เห้อออออ…..นึกถึงก่อนเริ่มจัง…….( มองหน้ากันแล้ว พูดว่า กินฟรีแล้วกลับตามนั้นจบ ไม่มีต่อ เคนะ ! )   ฟัคยู


วันที่ 5

ตื่นเช้า 08.30 รถมารับถึงหน้าโรงแรมเลยครับ ซึ่งเราติดต่อกับเจ้าของโรงแรมให้จองรถเที่ยวขากลับให้ด้วยเพื่อความสะดวก

ราคา 100,000 กีบ ( 400 บาท / คน )

( น่าจะมีทุกโรงแรมนะครับ ลองถามดู คนลาวส่วนใหญ่พูดไทยได้เกือบหมดครับ )

ขากลับ เอกสาร เข้าเมืองไทย ออกเมืองลาว ทำคล้ายๆ ขามา

 สำหรับคนที่ยังไม่เคยมาวังเวียง หวังว่าข้อมูลนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย

แล้วคนไหนที่ยังไม่เคยมาวังเวียง แต่ยังลังเลอยากให้ลองเปิดใจดูนะครับ

เปลี่ยนบรรยากาศ มาสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม ภูเขา แม่น้ำ มาใช้ชีวิต

แบบ Slow Life แล้วคุณ จะหลงรัก เมืองเล็ก ๆ เมืองนี้ ” วังเวียง “

About the author

3glers

1 Comment

  • ขรรมม ( บางที แม๊คก็คิดนะว่า มันจำเป็นมั้ยที่ต้องเอา ชีวิตมา เสี่ยง 5555555 )

Leave a Comment

Shares
Loading...