ภูทับเบิก สวรรค์ที่ใครๆก็ไปได้ (รีวิว)

Kiattikhun Samritpiam
Follow me

Kiattikhun Samritpiam

• TU Student
• Photographer
• Traveler
Kiattikhun Samritpiam
Follow me

“ภูทับเบิก สวรรค์ที่ใครๆก็ไปได้”

          ย้อนกลับไปช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงปลายฝน-ต้นหนาว ผมเปิดอ่านพวกรีวิวทีไรก็มักจะพบเห็นกระทู้ไปสูดอากาศเย็นๆพร้อมกับภาพทะเลหมอกสวยๆอยู่บ่อยๆ ผมเองก็ชอบถ่ายรูปเป็นงานอดิเรกด้วย จึงแอบอิจฉาคนที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวสุดๆ อยากจะไปเก็บภาพกับสูดบรรยากาศดีๆแบบนั้นบ้าง และด้วยความบังเอิญเพื่อนของผมดันแชทมาชวนไปเที่ยวภูทับเบิก จึงได้เกิดทรปนี้ขึ้นมาครับ โดยมีสมาชิกผู้ร่วมเดินทาง 3 คน

         การเดินทางไปจังหวัดเพชรบูรณ์นั้นผมได้ใช้บริการรถทัวร์ของเพชรประเสริฐซึ่งต้องไปขึ้นที่หมอชิตครับ โดยเที่ยวรถที่พวกผมไปกันจะออกตอนห้าทุ่มครึ่งครับ ซึ่งจะไปถึงที่ตรงท่ารถทัวร์ตรงบริเวณแยกหล่มสักพิดีครับ ซึ่งตรงข้ามกับท่ารถนั้นจะมีตลาดสดตอนเช้าอยู่ครับ พวกก็เลยไปหารถขึ้นภูที่ตลาดนั้นกัน ตอนนั้นเวลาประมาณตีห้าครับ

ตลาดผักตรงแยกหล่มสัก

พวกเราก็เดินกันไปแบบมึนๆครับ เลยแวะถามคุณป้าร้านขายปาท่องโก๋ ป้าเลยแนะนำว่าให้ลองไปถามม้งที่ลงมาส่งผักจากบนภูครับและขอเขาติดรถขึ้นไปด้วย พวกเราก็เลยเดินไล่ถามไปทีละคันๆเลยครับจนมีพี่ผู้หญิงใจดีๆคนนึงขี้มอเตอร์ไซมาถามว่าจะขึ้นภูหรอ เดี๋ยวพี่เขาจะหารถของม้งที่จะขึ้นภูให้ เขาให้เราไปนั่งรอกันที่ร้านกาแฟก่อนครับ เดี๋ยวได้แล้วจะไปตาม

ร้านกาแฟ-ไข่ลวก

ร้านกาแฟ-ไข่ลวก

 

พี่ผู้หญิงใจดี

นั่งถ่ายรูปเล่นกันสักพักก็มีรถมาแวะรับครับ ขึ้นโลดดด

ทางออกจากตลาด

 

ระหว่างทาง

 

วิวสวยๆจากข้างล่าง

 

อีกไกลเลย TT

 

วิวข้างทาง

ชมวิวกันไปชิวๆสักพักครับ พอเริ่มขึ้นเขาเท่านั้นแหละ…..จับรถให้ดีๆครับ เดี๋ยวลอย แถมพี่ม้งยังขับซึ่งมากกกกก ต้องภาวนาให้ตัวเองปลอดภัยเลยครับ

โค้งโครตหักศอก

 

วิวข้างทาง

 

วิวข้างทาง

ภาพการเดินทางหลังจากนี้ไปจนถึงยอกภูไม่ได้บันทึกไว้ครับ มันเละมากครับ ฝนตกแรงมากๆๆๆๆๆ แย่างกับเข้าไปอยู่ในพายุ จนพี่ม้งที่ขับรถต้องเอากระสอบพาสติกผืนใหญ่ๆสีฟ้าๆที่ใช้คลุมผักมาให้พวกผมคลุมครับ ไหนจะต้องรักษากระเป๋า กล้อง มือถือ ไม่ให้เปียก etc. แทบร้องครับ …. สุดท้ายก็ขึ้นมาถึง เดินไปอีกนิดหน่อยก็ถึงวิชาหกิจชุมชนภูทับเบิกครับ

วิสาหกิจชุมชนภูทับเบิก

ก่อนจะมาพวกผมได้จองเต็นท์ไว้แล้วครับ 2 คืน แต่ด้วยสภาพฝนแบบนี้เลยของเปลี่ยน เพิ่มราคาเป็นห้องพักแทนครับในคืนแรก ส่วนคืนที่สองรอดูสถานการณ์ก่อนครับ

บ้านพักคืนแรก (ถ่ายอีกวัน)

หลังจากเก็บของอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็เลยออกไปตามหาทะเลหมอกครับ มองจากที่บ้านพักจะไม่เห็นครับ ต้องเดินไปแถวจุดชมวิว และในที่สุดก็มาถึงครับ น้ำตาจะไหล

ทะเลหมอก

ทะเลหมอก

ทะเลหมอก

ทะเลหมอก

ทะเลหมอก

ยังเช้าอยู่ครับถ่ายรูปยังไม่ค่อยสวยเลย หมอกยังมัวๆอยู่ ฝนก็พรำๆ เดินไปนี่จะลื่นเป็นสิบๆรอบเลยครับ เลยกะว่าจะไปเดินเล่นหาอะไรกินกันก่อนครับ ค่อยมาถ่ายใหม่ตอนสายๆ เลยไปเดินกันแถวตลาดครับ บรรยากาศประมาณนี้

ร้านค้าบนภูทับเบิก

ร้านค้าบนภูทับเบิก

ราคาพวกตามร้านค้าแผงลอยนี่ผมคิดว่าก็ราคาปกตินะ อาจจะมีแพงหน่อยก็พวกมาม่า โอวันติน กาแฟซองอะไรพวกนี้ที่อัพราคาแบบพรุ่งปรี๊ด ส่วนร้านอาหารตามสั่งก็จะค่อยข้างราคาสูงครับ แบบข้าวราดธรรมดาๆนี่จานละ 50 ขึ้นไป กับข้าวก็แพงครับ กะหล่ำผัดน้ำปลาที่มีปลูกอยู่บนนั้นแท้ๆบางร้านยังจานละเป็นร้อยเลย แต่ก็เข้าใจครับว่าอาจจะเป็นเพราะการเดินทางที่ค่อนข้างลำบาก เลยอาจทำให้ต้นทุนเพิ่ม หน้าตาอาหารก็ประมาณนี้ครับ เริ่มกันที่มื้อแรกของวันแรกครับ ที่ร้านภูทับเบิก goodview

ร้าน ภูทับเบิก goodview

ร้านนี้หิวจนลืมถ่ายรูปอาหารเลยครับ อร่อยดีครับ หิวกันสุด หมดไปดังนี้ครับ

เติมพลังเสร็จยังเช้าอยู่เลยครับ ไปเลยไปนอนครับ ไม่ไหวครับเมื่อคืนนั่งรถมานอนไม่ค่อยหลับเลย ….. ตื่นมาอีกทีก็กลางวันแล้วครับ อากาศสดใสแล้วครับ เลยออกไปถ่ายรูปเล่นครับ

เดินผ่านจุดชมวิวครับ คิดว่าน่าจะเป็นหอดูดาว เลยตกลงกันว่าจะไปถ่ายดาวกันคืนนี้ครับ

หอดูดาว

ชมวิวระหว่างเดินกันยาวๆเลยครับ

 

 

น้องหมาบนยอดภู

 

 

 

เดินมาเจอมุมนี้เข้าใจคำว่าสวรรค์เลยครับ ที่บ้านน่าจะมีวิวแบบนี้บ้าง TT

 

สวรรค์บนยอดภู

สวรรค์บนยอดภู

เดินกันไปมาก็เริ่มมืดแล้วครับ หิวแล้วครับ เลยไปหาอะไรกินกัน ร้านนี้อร่อยมากครับอยู่ข้างล่างตรงข้ามกับร้านแรก ให้เยอะแถมอร่อยสมราคาครับ แต่ว่าจำชื่อร้านไม่ได้ แย่จริงเรา ร้านนี้อยู่ตรงมุมทางแยกเลยครับ ติดๆกับร้านแผงลอยที่ขายผัก

อันนี้น่าจะเป็นมุมที่ถ่ายออกจากร้านนี้ครับ แฮ่ๆ

 

อิ่มกันแล้วครับ ก็เลยกลับที่พักเตรียมตัวขึ้นไปถ่ายรูปตรงหอดูดาวตามที่บอกไปครับ ทางขึ้นชันเชียวครับ เล่นเอาซะเหนื่อย

ปรากฏว่าท้องฟ้าปิด ลมแรงมาก หนาวมากด้วยครับ เลยไม่ได้ดาวเลยครับ ได้หมอกอย่างเดียวเลย ฮ่าๆ แต่บรรยากาศดีมากครับ สดชื่นเลย

เบลอๆครับ ลมแรงมาก ขาตั้งกล้องนี่สั่นเชียวครับ

 


 

DAY2

          เช้าวันนี้ตื่นมากะว่าจะไปดูทะเลหมอกแต่เช้าครับ แต่ว่าไม่ค่อยมีเลย มีแค่บางๆ สงสัยเป็นเพราะว่าวันนี้ท้องฟ้าโปร่ง ฝนไม่ตกเลยครับ ไปชมภาพกันครับ

 

 

 

 

ถ่ายรูปเล่นกันไปสักพักเริ่มหิวครับเลยไปกินข้าวเช้ากัน เมื่อวานตอนเดินเล่นแล้วผ่านร้านนี้วิวสวยดีครับ

เลยตั้งใจจะไปกินร้านนี้กัน อร่อยดีครับ

 

 

 

 

 

นั่งกินกันไปสักพักแดดก็เริ่มออกแล้วครับวันนี้ เลยตกลงจะไปถ่ายรูปตรงทุ่งกะหล่ำกันครับ เขียวสดมากๆครับ


 

 

 

 

 



แครอทน้อยน่ากินจัง :))

 มื้อกลางวันมาแล้วครับ

กินแล้วก็ชมวิวกันต่อครับ

 

 

เริ่มมืดแล้วครับ คืนสุดท้ายแล้วเลยแวะไปเขียนโปสการ์ดส่งให้เพื่อนๆกันหน่อยที่ร้านขายของฝากครับ

 

 

 

สถานที่กินอาหารเย็นวันนี้ครับ ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารเลยครับร้ายมืดมากๆ

ร้านนี้ขายหมูกะทะด้วยนะครับ

ลืมบอกไปครับ คืนที่สองนี้เรามานอนอีกรีสอร์ทนึง จำชื่อไม่ได้แล้วครับ คุณป้าเจ้าของใจดีมากๆครับ

ภาพที่ถ่ายบริเวณที่พักครับ

 

 

ตกดึกๆคืนนี้นี่หมอกหนาสุดๆครับ หนาแบบมองออกไปนอกบ้านไม่เห็นอะไรกันเลย


DAY3

อาหารเช้าร้อนๆกับวิวสวยๆครับ

แถมครับกินทุกวันเลย ร้อนๆอร่อยดี

สายๆเราก็ต้องกลับกันแล้วครับ บังเอิญเจอพี่ๆใจดีเหมารถตู้มาเที่ยวกัน 4 คน

พวกผมเลยขอติดรถลงจากภูด้วยครับ พี่ๆใจดีมากครับ ขอบคุณครับ

จบแล้วครับสำหรับการรีวิว ถ้ามีโอกาส อย่าลืมไปเที่ยวกันนะครับ

“Life is a journey, not a destination”

review by

Kiattikhun Samritpiam

Twitter : @ice_kiattikhun

Instagram : ice_kiattikhun

E-mail : ice_kiattikhun@hotmail.com

***ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้หากสะกดภาษาไทยบางคำผิดไป หรือวางรูปผิดวันเนื่องจากรูปเยอะมาก***

About the author

Kiattikhun Samritpiam

• TU Student
• Photographer
• Traveler

3 Comments

Leave a Comment

Shares
Loading...