สุดชิล เกาะล้าน 3 วัน 2 คืน พัก ราชาวดี รีสอร์ท

สวัสดีครับวันนี้ผมจะขอพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวเกาะยอดฮิตติดลมบน เพราะใครๆ ก็ไปกัน หากไม่ไปเดียวจะเชย นั้นก็คือเกาะร้อย เฮ้ยไม่ใช่ต้องเกาะล้านดิ! ใช่ครับเกาะล้าน พัทยานั้นเอง เนื่องจากอยู่ใกล้กรุงเทพฯ นิดเดียวเอง จึงไม่แปลกที่ชาวกรุง อย่างเรานิยมไปเที่ยวกัน ทริปนี้แพลนล่วงหน้าไม่นาน โดยเริ่มจากหาที่พักก่อน ซึ่งมีให้เลือกมากมายจริงๆ มีคนแนะนำมาว่า ราชาวดี รีสอร์ท สวย เนื่องจากส่วนตัวเป็นคนค่องข้างขี้เกลียจเปลี่ยนเทียบความแตกต่างของรีสอรท์ที่อยู่มากมาย จึงเข้าไปดูเว็บไซท์เห็นห้องสวยดี เลยโทรไปจองในทันที รีวิวนี้จะขอเน้นที่พักนะครับเพราะคิดว่า เกาะล้านไม่ใช่อะไรแปลกใหม่สำหรับใครหลายๆ คน อยากรู้ ราชาวดี รีสอร์ท เป็นยังไง ติดตามกันเลย ปะ …

เริ่มต้นการเดินทางจากหน้าห้าง Century โดยใช้บริการรถตู้ ไปลงที่แหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ คนละ 250 บาท คนเยอะมาก เวลาขึ้นรถแย่งกับเขาไม่ทัน โดนไปนั่งหลังสุดของรถตู้ซึ่งมันเป็นอะไรที่ทรมานม๊าก นั่งแถวหลังสุด นึกภาพออกใช่ไหมครับ? นั่งเบียดกับสี่คน ที่ว่างระหลังเบาะกับขาแทบไม่มี แถมกระเป๋าก็ต้องเอาวางพักตัก เหนื่อยและอึดอัดมาก แนะนำว่าให้รีบแย่งขึ้นให้ไว จะได้นั่งที่ดีๆ ใช้เวลาเดินทางเกือบ 3 ซม. เนื่องจากพอเข้าสู่เขตพัทยารถตู้แวะตลอดทางเลยจ้า ไม่ว่าจะแวะส่งคนลงระหว่างทางหรือแวะส่งของบ้าง เล่นเอาเหนื่อย แต่พอถึงแหลมบาลีฮาย เริ่มเห็นทะเล ก็หายเหนื่อย

ก่อนลงเรือก็แวะเข้า 7-11 โดยความโง่ นึกว่าบนเกาะไม่มีของกินเลยซื้อไปตุนยอะและครับ (หารู้ไม่บนเกาะก็มี กูไม่น่าถือให้หนักเลย) เรือขาไปจะออกเป็นรอบๆ ครับ 07.00 / 10.00 / 12.00 / 14.00 / 15.30 / 17.00 / 18.30 เนืองจากดูเวลาอีกทีเรือก็ใกล้จะออกเลย เลยต้องวิ่ง 4 x 100 ค่าโดยสาร 30 บาท หอบแทบตายพอขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้ว เรือดันไม่ยอมออกตรงเวลาสะงั้น แล้วกูจะวิ่งเพื่อ?? เราขึ้นไปนั่งกันชั้น 2 โดยเรือโดยสารที่นี้มีมาตรฐานความปลอดภัยนะ เพราะบังคับให้ใส่เสื้อชูชีพด้วย โชคดีที่เป็นเสื้อใหม่ไม่มีกลิ่น นั่งไปสักพักมันมาล่ะครับ …. สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘เมาเรือ’ ‘มึนหัว’ ‘อยากจะอ้วก’ และ ‘แน่นอก’ ไม่รู้ใครเป็นแบบผมบ้าง? ต้องพยายามไม่ขยับตัวมาก เพราะยิ่งขยับมากยิ่งอยากจะอ้วก คร่าวนี้ก็นั่งเป็นหินสิครับ มองทะเลไปเรื่อยๆ ประมาณ เกือน ซม. ก็ถึงท่าเรือหน้าบ้าน!

ขึ้นฝั่งปุ๊บ ถามว่ารู้ไหมว่ารีสอร์อยู่ไหน บอกเลยไม่รู้ ก๊าก! เลยโทรถามรีสอร์ทว่าต้องไปยังไง โชคดีเพราะเขาบอกว่าจะส่งรถมารับโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที ถึงแล้วเพราะมันอยู่ใกล้ท่าเรือมาก (อยู่ติดกับ มาหารักคาเฟ่เลย) ราชาวดี รีสอร์ทจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ที่บนเกาะนะครับ ทีที่ผมจองไป โซนมูลไลท์ โดยจะอยู่ติดทะเล ส่วนอีกโซนหนึ่งจะไม่ติดทะเล ตามนแผนที่อะครับ ผมจองเป็น ห้องมูนไลท์ สแตนดาร์ด ไป ราคา 2,000 บาท/คืน แอบแพงที่พอมาถึงแล้ว บอกเลยไม่เสียดาย เพราะอะไร ….. ?

ทฟย

1 เลยคือ รีสอร์ทใหม่กริป และสะอาดสะอ้าน 2. มันยืนลงไปทะเล ได้ฟิลแบบเออกูมาทะเลจริงๆ นะ! 3. ตั้งอยู่ย่านท่าเรือหน้าบ้านซึ่งมันมีร้านอาหาร ร้านโน้นนี้นั้น ตลาด ที่สามารถเดินไปถึงได้ ออกไปข้างนอกครึ้กครื้นแต่่พอกลับที่พักเงียบสงบ 4.ห้องพักตกแต่งเรียบง่าย มีอุปกรณ์ครบครับ ที่สำคัญคือห้องน้ำสะอาด สิ่งนี้ที่ผมไม่ชอบเวลาจองห้องพักราคาถูกคือห้องน้ำปรกติ แต่ที่นี้โอเคเลย ที่นี้แนะนำว่าให้จองก่อนให้ล่วงหน้านานๆ เพราะมีน้อยและเต็มตลอด ยิ่งเสาร์อาทิตย์ด้วยแล้ว ต้องล่วงหน้าเป็นเดือน

ทางเข้ารีสอร์ท

 

เตียงนอนครับ นอนสองคนสบายเลย ผ้านวมหนาหนุมเปิดแอร์ให้เย็นเย็นเจี๊ยบนอนกอดแฟนใต้ผ้าห่ม อิอิ

มีทีวีให้ด้วย + ช่องเคเบิลทีวี เห็นมะ ห้องและอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ใหม่มาก

นี้เป็นห้องน้ำครับ ถือว่าใหญ่ที่เดียว แต่แว็บแรกที่ไม่ชอบคือไม่แยกโซนเปียกโซนแห้ง อาบน้ำทีเปียกไปทั้งห้อง แต่โชคดีที่ยังใหม่เลยยังดูสะอาดอยู่

มีตู้เย้นให้ด้วย และโต๊ะกระจกเครื่องแป้งให้ด้วยนะ

อีกหนึ่งสิ่งที่ผมชอบมากๆ คือ ดาดฟ้าส่วนตัวโดยมีบันไดทางขึ้นจะอยู่ด้านหลังห้องเลย หมายความว่า คนอื่นจะขึ้นมาไม่ได้ มัน private จริงๆ ขึ้นมาข้างบนวิวค่อนข้างสวย บรรยากาศดีมาก เสียงคลื่นเสียงลม วิวไม่มีอะไรมาบดบังให้เสียอารมณ์ ด้านบนเขาก็มีเก้าอี้ชายหาดไว้ให้นอนรับลมชิวด้วยนะ

คือทุกห้องจะมีดาดฟ้าส่วนตัวแบบในรูปครับ ยกเว้นห้องใหญ่ ห้องมูนไลท์ บ้านแฝด (เป็นห้องใหญ่เหมาะสำหรับมาพักกับแก๊งค์เพื่อน พักได้ไม่เกิน 10 คน) โดยบันไดขึ้นดาดฟ้าจะอยู่ที่ทางเดินใครขึ้นไปก็ได้ ผมเลยถือโอกาสขึ้นมาถ่ายรูป รีสอร์ทจะเป็นเหมือนสะพานยื่นไปในทะเล โดยมีห้องพักขนาบข้างทางเดินตรงกลางครับ โดยมีประมาณ 10 ห้องพัก ค่อนข้างเงียบ

คืนแรกที่มาถึงอากาสไม่เป็นใจฝนตกซะงั้นเลยนอนรอให้ฝนหยุดแล้วออกมาหาอะไรกิน ร้านมีอยู่ 4 – 5 แนวจากรีสอร์ทเดินขึ้นไปท่าเรือหน้าบ้าน มีตลาดนัดด้วยนะครับตรงสามแยก สำหรับใครที่อยากจะซื้อกุ้ง หอย ปูปลาไปปิ้งย่างก็มาซื้อที่นี้ได้ ที่รีสอร์ทมีอุปกรณ์ทำครัวบริการครับ

เลือกร้านอยู่นาน และหิวมากด้วย เห็นร้านๆ หนึ่งคนเยอะ ร้านครัวชาลิดา คนเยอะๆ จริงๆนะ แต่พูดเลยอาหารห่วยมากครับ ส่วนตัวไม่แนะนำ ผมสั่งไปสองอย่างคือ ยำสามกรอบ ปลากรอบและแคปหมูนี้คือเหมือนเก็บค้างปีไว้ เหม็นหืนมาก อย่างที่สองคือแกงส้มกุ้ง อยากจะถามแม่ครัวนี้แกงส้มหรือแกงจืด เพราะมันจืดสนิทครับ

เข้าวันที่สองเริ่มต้นด้วยวิวสวยๆ บริเวณปลายสุดของสะพานรีสอร์ท วิวสวย บรรยากาศดีมาก

ที่นี้มีบริการอาหารเช้าด้วยนะเป็นข้าวตัมกุ้งชามโต กับขนมปังปิ้ง เติมได้ ข้ามต้มนี้ให้กุ้งเยอะมาก ส่วนแยมนี้ผมถือมาทั้งขวด เช้านั้นหมดไปครึ่งขวด และน้ำส้ม 1 แก้ว เท่านี้ก็มีพลังเพียงพอพร้อมไปตะลุยเกาะล้านแล้ว! ผมเช้ารถมอเตอร์ไชต์ของรีสอร์ทเลย 400 บาท อยู่ได้ 1 วัน น้ำมันเต็มถัง

จุดหมายปลายทางแรกคือไปหาดตาแหวน หาดยอดนิยม ขับขึ้นมาก็จะเจอจุดชมวิว ที่ใครมาก็ต้องหยุดถ่ายรูปเพราะวิวสวยจริงๆ หากมองจากมุมสูง นี้เกาะล้านหรือสวนสยาม คนเยอะแท้ ที่หาดตาแหวนส่วนมากจะเป็นคนไทยและชาวเอเชียซะเยอะ โดยเฉพาะเกาหลี เต็มหาดจ้า ผมไปเดินแว็บเดียวตัดสินใจเปลี่ยนหาด ขอไปหาที่สงบๆ นอนรับลมทะเลดีกว่า โดยตั้งใจจะไปเกาะแสม ซึ่งคนน่าจะนอนกว่า ก็ขับขึ้นเขากันไป หัวใจจะวายทางชันมาก

แวะมาดูหาดเทียนก่อน หาดเทียนจะเงียบๆ คนน้อยครับ

ส่วนภาพนี้เป็นหาดแสมครับ ฝรั่งเยอะ ที่ไม่พลุกพลาน เช่าเก้าอี้ทะเล 20 บาท/ตัว นอนเล่นได้ทั้งวัน ผมใช้เวลาอยู่ที่หาดแสมครึ่งวันนอนบ้าง เล่นน้ำกระโดดโตคลื่นบ้าง ตอนเย็นก็กลับ โดยตั้งใจว่าไปลองคาเฟ่สุดแนว เห็นเขานิยมถ่ายรูปกัน เลยขอไปสัมผัสจะหน่อยที่ มาหารัก คาเฟ่ เดียวจะหาว่าไม่ถึงเกาะล้าน

มาหารักคาเฟ่ อยู่ติดกับราชาวดีรีสอร์ท เดิน 10 ก้าวก็ถึง อย่างที่เห็นครับ บรรยากาศชิวๆ สบายๆ เหมาะกับการมานั่งคุยเล่นกับเพื่อนๆ ช่วงเย็นๆ ตอนพระอาทิตย์ตก ที่นั่งมีทั้งด้านในและด้านนอก ด้านนอกจะชิวและสวยกว่าเพราะติดทะเล ส่วนอาหารจะเป็นพวกเค้ก และข้าวผัดโน้นนี้นั้น ราคาพอรับได้ ตอนกลางคืนจะมีดนตรีเล่นสด

เนืองจากมาหารัก ไม่ใช่จุดหมายสุดท้ายในวันนี้สำหรับเรา เนืองจากมีคนบอกว่าร้านเฉลียงลมนั้นอร่อย เลยถือโอกาสไปชิมสักหน่อย ขับมอเตอร์ไชต์กันหลงแล้วหลงอีก เนืองจากเส้นทางบนเกาะล้านนั้นช่างมึนงงหนัก ถามคนแถวนั้น เขาก็บอกแนะนำเส้นทางดีนะ แต่เราไปตามเส้นทางที่เขาบอกไม่ถูกสะงั้น เนืองทางตรอก ซอก ซอยมันเยอะ แต่ในที่สุดก็มั่วมาถูกทาง ร้านอยู่ค่อนข้างลึกครับ แต่ติดทะเลนะ บรรยากาศดีมากจริง ที่นั่งจะเป็นเฉลียงโซนที่ติดทะเลจะชิ่วสุด แต่เนื่องจากมันไปเข้านั่งกันเต็มหมดแล้วเลยต้องมานั่งโซนด้านใน แต่ก็ยังถือว่าบรรยากาศดีอยู่ ลมเย็นๆ เพลงชิ่วๆ

เมนูที่สั่งมื้อนี้คือปลากระพงนึ่งมะนาว ปูนิ่มทอดกรอบและข้าวผัดปู เป็นอาหารทะเลจริงๆ อร่อยพอไช้ได้ (ไม่เหมือนกับร้านคืนวันแรก) ราคากลางๆ

กินอิ่มก็ได้เวลากลับครับ … กลับมานอนรับลมทะเลยามค่ำคืนบนดานฟ้าส่วนตัวของเรา อีกหนึ่งอย่างที่ผมชอบคือเนืองจากที่บอกไปว่ามันอยู่ติด มาหารัก คาเฟ่ และมาหารัก คาเฟ่ก็มีดนตรีเล่นสดตอนกลางคืน ผลพลอยได้คืน มีเพลงชิวๆ ฟัง คล้อเสียงคลื่นเสียงลม โอ้ สวรรค์เลยคร้าบบ

เช้าวันสุดท้าย ตั้งใจจะออกไปชมพระอาทิตย์ขึ้น แน่นอนครับตื่นไม่ทัน วันนี้ไม่มีแพลนอะไรขับรถเล่นรอบเกาะ และขึ้นไปจุดชมวิวกังหันลมครับ

บรรยากาศยามเช้าของหาดตาแหวนเวอร์ชั่นไร้มนุษย์ ….

ส่วนนี้เป็นวิวจากจุดชมวิวกังหันลมครับ มี skywalk เป็นวงกลมสามารถชมวิวเกาะล้านได้แบบ 360 เลย สวยๆ มาก

จบละครับ ทริป เกาะล้าน 3 วัน 2 ของผม แล้วเจอกับทริปหน้าครับ

About the author

TravelNorth

TravelNorth

นักเดินทางมือสมัครเล่น

1 Comment

Leave a Comment

Shares
Loading...