ภูทับเบิก… เมืองแห่งความทรงจำ

ชอบไหม?
Jirawan Kumraiphet

Jirawan Kumraiphet

Student at Faculty of Education, Chulalongkorn University
Jirawan Kumraiphet

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์การท่องเที่ยวสถานที่สวยงามในประเทศไทย คือ ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ค่ะ  ทริปเล็กๆของดิฉันนี้  สมาชิกประกอบไปด้วย ท่านสตรี 2 ท่าน  และบุรุษอีก 2 ท่าน  รวมทั้งหมด 4 ท่านค่ะ

ทริปนี้ จองตั๋วของบริษัทเพชรประเสริฐทัวร์ ที่หมอชิต  รอบ 22.00 น.

1

 

ด้วยความที่ไม่เคยเดินทางด้วยรถทัวร์สายเหนือ  ก็งงๆ เบลอๆ  จนเดินทางมาถึงชานชาลาที่ 130  พี่คนขับก็ถามว่าจะไปลงที่ไหน   ไอ้เท่าที่เราหาข้อมูลมาตามรีวิว  ดูเหมือนว่าจะมี 2 ที่ ที่จะลงได้แผนแรก  คือ ไปลงที่ บขส. หล่มสัก  เพื่อจะข้ามไปยัง ตลาดชุมชนสินค้าเกษตรสี่แยกพ่อขุนแล้วหารถพี่ม้งที่เอากะหล่ำปลีมาขาย ขึ้นไปภูทับเบิก   อีกที่คือไปลงที่ท่ารถเพชรทัวร์ ตลาดหล่มสัก แล้วหารถไปภูทับเบิกต่อ

พอได้ขึ้นรถ ตื่นตาตื่นใจ กับความทันสมัยของรถทัวร์สายเหนือคันอื่นๆ มีทั้งเบาะนวดไฟฟ้า  มีทั้งหน้าจอโทรทัศน์เล็กๆ  สิ่งอำนวยความสะดวกสบายดีไปหมดสักพัก เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัว  เราทั้งหมดก็เริ่มหลับกัน  เก็บแรงไว้สำหรับวันรุ่งขึ้น

 

และแล้ว ……  ก็ถึงสี่แยกไฟแดงพ่อขุน ตามที่ดูใน Google Map  พี่คนขับตะโกนถามว่า  “หนูที่จะไปภูทับเบิก จะลงตรงนี้ไหม ใกล้ตลาดพ่อขุน”    มองหน้าเพื่อนที่ทำหน้างงๆ แล้วมองมาที่เรา (ก็แหงแหละ  คนรู้เรื่องเดินทางมีข้าคนเดียว  คนอื่นเป็นประเภท ไปไหนก็ไปกัน)     “ลงค่ะพี่ ลงค่ะ”

2

เมื่อลงจากรถแล้ว พวกเราก็พากันไปล้างหน้าล้างตา เข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว จากนั้นก็ออก บขส. เพื่อข้ามถนนไปที่ตลาดผัก เตรียมตัวหารถไปขึ้นภูทับเบิกกันนั่นเอง

3

มนุษย์ทั้ง 4 คน ก็เดินข้ามถนนไปยังตลาดชุมชนสินค้าเกษตรสี่แยกพ่อขุน  พอไปถึง ก็เจอร้านขายปลาท่องโก๋  และร้านกาแฟ อยู่ติดกันเลย   คนขายก็น่ารักมาก  หันมาถามว่า “หนูจะขึ้นภูกันใช่ไหม  นั่งรอร้านกาแฟเลย เดี๋ยวมีคนเก็บเงินตลาด เขาจะหารถขึ้นภูให้”

โช๊ะเด๊ะ!!!  เลยจัดปลาท่องโก๋ กับซาลาเปาทอดมา 20 บาท  พร้อมน้ำเต้าหู้ 2 ถุงและจัดโอวัลตินอีก 2 แก้ว  มานั่งซดให้หายหนาวกันเสียหน่อย

4

นั่งไปสักพัก มีคุณลุงท่านหนึ่งบอกว่า “ม้งจะลงมาไหม  ช่วงนี้เป็นปีใหม่ม้ง จะลงมาน้อยน่ะสิ”    ทางเรานี่เริ่มใจไม่ดี เกิดหารถไปไม่ได้ จะทำไงดี

ครู่หนึ่งก็มีพี่ผู้หญิง มาถามว่า  “หนูจะขึ้นภูไหม พี่ผู้ชายเขาคิดเงินเหมารถ 700 บาท ช่วงนี้ม้งไม่ลงมา เขามีงานปีใหม่พอดี”    ในขณะนั้น สมาชิกมีทั้งหมด 4 คน  และก็โชคดี ที่มีเพื่อนร่วมทริปเป็นสาวๆ อีก 3 คน รอรถขึ้นภูทับเบิกเหมือนกับเรา

และทั้งหมด 7 คน  2 แก๊ง  ก็กระโดดขึ้นรถทันที  เสียตังคนละประมาณ 100 บาทนิดๆ

5

เมื่อรถกระบะความเร็วสูงเริ่มเคลื่อนที่ จากเดิมที่อากาศดูเย็นสบาย กลายเป็นเย็นมาก จากเย็นมาก กลายเป็นเย็นยะเยือก  แต่ก็โชคดี ที่มีดาวบนฟ้ามาห่มให้รู้สึกอุ่นขึ้นมาบ้าง

6

ในขณะที่รถขับขึ้นมา ประกอบกับอุณหภูมิที่ลดลงเรื่อยๆ ตามความสูง สายตาจับจ้องไปยังขอบฟ้าที่เริ่มส่องแสงสีทองประกายออกมา  พี่คนขับรถใจดี จึงแวะจอดรถให้พวกเราได้ลงไปชมความงามได้อย่างถนัดตา

แสงแรกในรอบหลายๆปี ในชีวิต  รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก…

7

เวลา 6.00 น.  ณ ยอดภูทับเบิก เครื่องบอกอุณหภูมิตอกย้ำความเย็นในขณะนั้น ปรากฏชัดเจนเป็นตัวเลข 11 องศาเซลเซียส  ลมปะทะใบหน้า ทำให้สั่นสะท้านไปทั้งกาย

8

หลังจากอิ่มตา อิ่มใจไปกับรุ่งอรุณแล้ว  ก็จัดการหาที่พักกาย พักใจ  พวกเราเลือกที่จะนอนบ้านพักวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก  (สำหรับใครที่ประสงค์จะนอนเต็นท์ หรือเช่าผ้าห่ม ถุงนอน ที่นี่ก็มีบริการให้ราคาที่เป็นมิตร)

ขณะที่ไปติดต่อ ก็มีสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่กำลังกินส้มอยู่ รอต้อนรับพวกเรา

9

บ้านพักที่นี่ มีแบบ หลังละ 2 คน ราคา 1500 บาท และหลังใหญ่ นอนได้ 6-8 คน ราคา 3000 บาท  พร้อมทั้งเครื่องทำน้ำอุ่น  โทรทัศน์  และตู้เย็น    (หากสนใจบ้านพัก ก็โทรได้ตามเบอร์นี้เลย 085-7339737  056-810737 )

10

ที่พักไม่ได้มีอาหารให้บริการ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะที่นี่มีร้านขายของมากมาย น่ากินกันทั้งนั้น  และพวกเราก็เลือกที่จะฝากท้องไว้กับร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ร้านหนึ่ง  ที่นอกจากจะมีก๋วยเตี๋ยวแล้ว ยังมีไข่กระทะหอมๆ ด้วย  ราคาหลักสิบ แต่วิวด้านหลังนี่หลักล้านเลย

11

หลังจากท้องอิ่มเรียบร้อยแล้ว ชีพจรลงเท้าทันที อยากจะซึมซับความสวยงามของที่นี่ไว้ทุกเม็ด

13

ทุ่งดอกไม้สีเหลือง เต็มไปหมด อดไม่ได้ที่จะขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

12

ร้านค้าในละแวกนี้ เปิดกันอยู่ไม่กี่ร้าน  เนื่องจากเป็นช่วงปีใหม่ม้ง เขาเลยหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัว เพราะบางครอบครัว ลูกหลานไปทำงานที่กรุงเทพฯ เทศกาลปีใหม่ที ก็กลับบ้านหน จึงไม่ได้มาขายของกัน

เหลือแต่ร้านค้าก็มีทั้งที่ขายของฝากพวกสมุนไพร เช่น บัวหิมะ ข้าวเหนียวลืมผัว (เด็ดมาก)

14

คุณยายขายสมุนไพร บัวหิมะ  และแถมยังใจดีให้เราติดรถไปที่หมู่บ้านม้ง
เพื่อไปชมเทศกาลปีใหม่ของม้งด้วย

หมวกไหมพรมน่ารักๆ  ถุงมือ  พวงกุญแจ  ชุดชาวดอย  หรือจะเป็นพวกอาหารก็มี หมูกระทะ เครป มันปิ้ง ไข่ปิ้ง  แพนเค้กจิ๋ว สตรอวเบอร์รี่  ผักสด แครอทจิ๋ว  ของพื้นเมืองเต็มไปหมด

15

สาวน้อยคนนี้ น่าเอ็นดู  “อ๊ะะะ อ๊ะะะ ”  แล้วก็ยื่นถุงมือให้ ช่วยแม่ค้าขายแต่เด็กเลย น่ารักจัง

น้ำผลไม้ สดๆ  และแถมมีลูกสตรอวเบอร์รี่ ลูกโตน่ากิน

16

17

อีกหนึ่งสิ่งที่ประทับใจในภูทับเบิก คือเด็กน้อยที่นี่  น่ารักมากๆ ใส่ชุดม้งด้วยมอมแมมบ้าง ตามประสาเด็กน้อย  ตาใสแป๋ว ไม่ต้องแต่ง หรือประดิษฐ์อะไรให้มาก ธรรมชาติจริงๆ

18

19

 

21

สองพี่น้อง ลูกของคุณพี่ที่ขายข้าวเหนียวไก่ และหมูกระทะ กลิ่นหอมโชยแตะจมูกมาก พ่อกับแม่ก็ขายของไป  ลูกก็เล่นซนกันสองพี่น้อง เล่นกันตามประสาเด็ก ล้มบ้าง วิ่งบ้าง  (ห่วงอย่างเดียว ก็ตอนรถมา ต้องคอยระวังรถ)

เห็นภาพเหล่านี้ ก็หวนให้นึกถึงตอนตัวเองวัยเด็ก ไม่ต้องแบกรับอะไร ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ดื้อ ซน สนุกตามวัย มีความสุขตามประสาเด็กๆ

อาหารมื้อเที่ยงที่ภูทับเบิก คืออาหารง่ายๆ “กระเพราหมูสับ”  ในราคา 50 บาท แต่ได้เยอะมาก

22

จากนั้นก็โบกรถไปหมู่บ้านม้ง เพื่อไปเที่ยวปีใหม่ม้ง งานนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากคุณยายที่ขายสมุนไพรบนภูทับเบิก แกกำลังจะกลับบ้านพอดี จึงชวนติดรถไปด้วย

23

ประเพณีฉลองปีใหม่ม้งนี้ชาวม้ง เรียกว่า “น่อเป๊โจ่วฮ์” แปลว่า “กินสามสิบ”  (ข้อมูลจาก http://www.hilltribe.org/thai/hmong/hmong-newyear.php ) ภายในงานมีปาโป่ง บ้านบอล สายไหม  ลูกชิ้นปิ้ง อื่นๆ ตามรูปแบบจัดงานท้องถิ่นทั่วไป ที่ตื่นเต้น คือ มีการแสดง หรือการละเล่นอะไรสักอย่าง  ที่ให้หนุ่มสาว  โยนลูกกลมๆ ไปมา โยนไป คุยไป หัวเราะไปพอสอบถามเด็กๆแถวนั้น ก็ได้ความว่าเป็น “การโยนลูกช่วง”  เด็กๆแถวนั้นบอกว่า เป็นการเปิดโอกาสให้หนุ่มสาว มาเจอกัน บางคนที่แยกย้ายไปทำงาน หรือไปเรียนที่อื่นๆ ก็จะกลับมาเจอกันในงานนี้

 

24

25

การแต่งกายในชุดประจำท้องถิ่น

 

เดินดูงานสักพัก ก็ไปหยุดอยู่ที่ซุ้มฝังเข็ม ของคุณแม่ท่านหนึ่ง แม่ท่านนี้ มีอาชีพฟังเข็มมานานมาก แกก็เล่าประวัติของคนไข้ที่มาฝังเข็มให้พวกเราฟัง  แม่คล่องแคล่วและดูชำนาญมากๆ   ในตอนนั้นก็มีผู้มาฝังเข็มด้วย 2 คน  คนหนึ่งมาฝังเข็มแก้หูหนวก (แต่ต้องมั่นใจว่าอวัยวะในหู พวกแก้วหูไม่เสียหายนะคะ ถึงจะรักษาได้) อีกคนมาฝังเข็มเพื่อลดไขมัน   ด้วยความใจดี เป็นมิตร ไม่หวงวิชา ของคุณแม่ท่านนี้ ทำให้อดไม่ได้ ที่จะถ่ายรูปคุณแม่สักรูปเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก

26

27

28

29

ถ้าภาพมีเสียง คุณจะได้ยินเสียงหัวเราะแห่งความสุขของเด็กๆที่นี่

30

ไม่มีความสุขไหนของยาย จะเท่าความสุขที่ได้เห็นหลานมีความสุข

 

31

ของเล่นไม่ต้องมีอะไรมาก ขอแค่ทุกคนอยู่ด้วยกัน ก็ถือเป็นของเล่นที่วิเศษที่สุด

32

33

สภาพบ้านเรือนที่นี่ เป็นบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน  เกือบทุกบ้านจะมีรถกระบะ ที่นี่เป็นชุมชนเล็กๆ มีวัด โรงเรียน อนามัย ปั๊มน้ำมันเล็กๆ

34

ปิดท้ายงานปีใหม่ม้ง ด้วยมัคคุเทศก์น้อยสุดน่ารัก ที่ช่วยบอกเล่าถึงเทศกาลปีใหม่ม้ง

“แสงสุดท้าย” แห่งภูทับเบิก

35

36

ตาชื่นชมความงาม จมูกดมกลิ่นอาหารจากแต่ละเต็นท์ จัดเต็มมาก ทั้งปิ้ง ย่าง เครื่องครัวครบครัน เล่นเอาต้องกลืนน้ำลายกันเลยทีเดียว ตอบสนองความหิน ด้วยหมูกระทะ ราคาชุดใหญ่ 650 บาท  ชุดเล็ก 450 บาท  พวกเราจึงจัดกันชุดใหญ่ กินมันตรงหน้าบ้านพักนั่นแหละ มันส์ด

37

พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยม พอเข้ามหาวิทยาลัย แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปตามความฝันของตนเอง นานๆ จะได้เจอกันที เรื่องราวต่างๆ จึงพรั่งพรูออกมาจากปากของแต่ละคน แกมด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น

“ไม่เคยมีวันไหนจะตื่นเช้าได้กับเช้าวันนั้น”  หน้าจอนาฬิกาขึ้นตัวเลขว่า 4.45

และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เราอยากตื่นเช้า เหตุผลที่ทำให้เราทนความหนาวเย็น  เพื่อมาดูสิ่งนี้

38

39

เวลาดำเนินไปเรื่อย จนถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย พระอาทิตย์เริ่มโผล่มาทักทาย โดยมีหมอกเป็นบอดี้การ์ด

40

41

42

43

ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ปกติ ของตัวเองอีกครั้ง ถ้ามีโอกาส พวกเราคงได้มาเที่ยวด้วยกันอีก ในบรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิม แต่อยู่กับคนเดิมๆ

44

45

การเดินทางครั้งนี้ ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทางทุกคน  ขอบคุณต้นไม้ใบหญ้า ขอบคุณพระอาทิตย์ ขอบคุณดวงดาวดวงจันทร์ ขอบคุณผู้คนที่น่ารัก ขอบคุณอาหารอร่อยๆ ขอบคุณยานพาหนะทุกคัน ขอบคุณความสวยงาม ณ ที่แห่งนี้ ที่จะเป็นความทรงจำที่ดี ที่เมื่อนึกถึงทีไร ก็เย็นใจทุกครั้ง…

จิรวรรณ กำไรเพ็ชร

About the author

Jirawan Kumraiphet

Jirawan Kumraiphet

Leave a Comment

Shares
Loading...