ใช้ชีวิต Slow life @ กุ้ยหลินเมืองไทย สุราษฎร์ธานี

ชอบไหม?

ใช้ชีวิต Slow life @กุ้ยหลินเมืองไทย สุราษฎร์ธานี

…สวัสดีชาวโซเซียลก็ไม่มีอะไรมากแค่อยากมาบอกเล่าเรื่องราวสุดประทับใจในการเดินทางท่องเที่ยวเมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ ซึ่งก็คือสุราษฎร์ธานีนั่นเอง แต่ครั้งนี้ไม่ได้ไปเที่ยวตามเกาะต่างๆๆนะ ไปเที่ยวที่เขื่อนรัชชประภาหรือเขื่อนเชี่ยวหลานซึ่งได้รับฉายาว่าเป็น “กุ้ยหลินเมืองไทย” เนื่องจากทัศนียภาพโดยรอบบริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ประกอบด้วยยอดเขาหินปูนที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมามากมาย สวยสดงดงาม และสงบร่มรื่น เหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างมาก…

…ก่อนอื่นขอเล่าย้อนถึงที่มาของการเดินทางครั้งนี้ก่อนนะ การเดินทางครั้งนี้เกิดจากการที่ตัวเองเป็นคนชอบเที่ยว (ก็ฉันชอบเที่ยวมันผิดหรือไร ก็แค่อยากไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆๆในเมืองไทยแค่นั้นเอง) กลับบ้านทุกครั้งแม่เลยถามว่ากลับบ้านครั้งนี้จะไปเที่ยวไหนหรือเปล่าจะได้พาไป มีการเสนอที่เที่ยวมาหลายที่มากจำไม่ค่อยได้ว่ามีที่ไหนบ้างแต่หนึ่งในนั้นมีเขื่อนเชี่ยวหลานด้วย (ก็ไม่รู้ว่าตกลงจะพาลูกไปหรืออยากไปเองด้วย แต่ก็รู้สึกซึ้งใจที่แม่รู้ใจลูกที่สุด) จะบอกว่าที่คิดกันครั้งนั้นไม่ได้ไปเพราะเราพางานกลับไปทำที่บ้าน ส่วนคุณน้องชายก็ไม่ว่างเลยทีเดียวทำแต่กิจกรรมและเรียนพิเศษไม่มีวันหยุดจริงๆๆ แต่ถึงจะไม่ได้ไปต่างจังหวัดในครั้งนั้นก็ได้ไปเที่ยวหนองทะเลที่จังหวัดกระบี่บ้านเกิดอยู่ดี คือแบบว่าอยากพักสายตาจากหน้าคอมมองไปยังบรรยากาศที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ก็ผ่อนคลายแล้ว หลังจากกลับบ้านครั้งนั้นก็กลับมาทำวิทยานิพนธ์ต่อแต่ในใจไม่เคยคิดจะหยุดเที่ยวเลย ถ้าว่างใครชวนไปเที่ยวไหนก็ไปทั้งนั้นแหละ แต่ที่ไม่ได้ไปเพราะไม่ว่างนี่สิขัดใจมาก ซึ่งมีพี่ที่มหาลัยชวนไปเที่ยวเขื่อนรัชชประภาแห่งนี้ ตอนนั้นไม่ว่าง เลยไม่ได้ร่วมทริปนี้ด้วยก็แอบเสียดายนิดๆๆ แต่ก็บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรเราก็เคยไปถึง 2 ครั้งแล้วนิ แต่แค่นั่งเรือชมทิวทัศน์รอบเขื่อนไม่เคยได้นอนพักบนแพก็ยังประทับใจกับเขื่อนรัชชประภาแห่งนี้ ถ้าได้ไปนอนแพ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติคงจะหลงใหลกับที่แห่งนี้แน่ๆๆ ตอนนั้นเลยบอกกับตัวเองว่าฉันต้องไปที่เขื่อนรัชชประภาแห่งนี้อีกครั้งให้ได้ หลังจากนั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์เมื่อว่างจากการทำวิทยานิพนธ์ ก็ได้โทรหาแม่ว่าช่วงเวลาที่จะไปแม่ว่างหรือเปล่าจะพาไปเที่ยว แม่ตอบตกลงแต่ก็มีบ่นมาว่าเสียดายเงิน เลยบอกแม่ไปว่าเงินหมดเดี๋ยวก็หาใหม่ได้อีก ไปเที่ยวพักผ่อนบ้างถือว่าให้รางวัลกับชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานนะ เดี๋ยวจ่ายเองแม่ไม่ต้องจ่ายแค่ไปด้วยแค่นั้นเองอยากพาไปพักผ่อน ส่วนคุณน้องก็บอกไปว่าถ้าไม่ว่างก็อดไป ซึ่งช่วงเวลาที่ไปใกล้กับวันเกิดของพ่อด้วย (ถือว่าเป็นการเซอร์ไพรส์วันเกิดพ่อไปในตัว) เมื่อตกลงกันได้แล้วก็หาข้อมูลเกี่ยวกับแพที่พักว่าจะไปพักแพไหนดีเพราะมีหลายแพมาก แต่ละแพราคาก็จะต่างกัน บางแพมีห้องน้ำในห้องพัก บางแพใช้ห้องน้ำรวม จึงเลือกแพที่มีห้องน้ำในห้องพักถึงราคาที่พักจะแพงไปหน่อยแต่เพื่อความสะดวกสบายของพ่อกับแม่จึงเลือกพักแพภูผาวารี ซึ่งเราสามารถติดต่อกับแพได้โดยตรงว่ามีห้องพักว่างวันไหนบ้าง ว่างตรงกับวันที่เราจะไปหรือเปล่า ถ้าหากเราไม่จองห้องพักไว้ก่อนมีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้นอนบนแพ ปกติทางแพจะมีบริการเรือรับส่งด้วยแต่ราคาจะสูงหน่อย แนะนำให้ติดต่อเรือรับส่งเองราคาจะถูกกว่า (ซึ่งต้องขอบคุณพี่ที่มหาลัยที่ให้เบอร์ลุงมา ขอบคุณคุณลุงที่บริการเรื่องเรือรับส่งเป็นอย่างมากที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในทริปนี้ถูกลงกว่าเดิม) เมื่อติดต่อทุกอย่างไว้เรียบร้อยก็จะต้องโอนเงินจ่ายค่ามัดจำไว้ก่อน จากนั้นเตรียมตัวออกเดินทางกัน วันที่เดินทางจะบอกว่าแม่ตื่นเต้นมากนอนไม่หลับตื่นตั้งแต่ตี 4 มาทำกับข้าวไว้ก่อนจะได้กินข้าวกันก่อนออกเดินทาง เราออกเดินทางกันประมาณ 7 โมงไปถึงเขื่อนประมาณ 10 โมงกว่าๆ ไปถึงก็จัดการฝากรถ ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของแพที่พักเพื่อจ่ายเงินทั้งหมด จ่ายค่าเข้าอุทยาน ติดต่อกับคุณลุงคนขับเรือ หลังจากนั้นก็ลงเรือไปชม “กุ้ยหลินเมืองไทย” กันโดยนั่งเรือไปประมาณครึ่งชั่วโมง…

00 (2)

00 (3)

00 (4)

00

…เมื่อนั่งเรือชมธรรมชาติรอบๆๆ คนขับเรือจะพามาจอดตรงบริเวณเขา 3 เกลอ ซึ่งสัญลักษณ์ของที่นี่ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน รูปเดี่ยวและรูปครอบครัวจึงเกิดขึ้น เมื่อถ่ายรูปกันจุใจแล้วได้เวลาไปแพที่พักแล้ว นั่งเรือไปอีกประมาณ 30 นาที ระหว่างทางมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาทางนี้แล้วน้องน้ำฝนนั่นเอง มาที่นี่แนะนำให้เตรียมเสื้อกันฝนหรือร่มมาด้วยนะเพราะโอกาสที่ฝนจะตกมีสูงที่นี่อากาศชื้นมาก เย็นสบายเลยแหละ…

…และแล้วเราก็เดินทางมาถึงแพที่พัก บรรยากาศสบายมากเปิดกระจกออกไปเจอระเบียง สามารถนั่งห้อยขาเล่นน้ำได้เลย ในช่วงนี้ได้เวลาพักของพ่อแล้วซึ่งเหน็ดเหนื่อยจากการขับรถเลยจัดเบียร์เย็นๆๆให้ก่อนเลย เครื่องดื่มและน้ำแข็งเราต้องเตรียมมาเอง อาหารที่แพมีบริการฟรีอาหาร 3 มื้อ เที่ยง เย็น และเช้าวันถัดไปก่อนคืนกุญแจ กับข้าวที่นี่อร่อย เติมได้ไม่อั้น แต่ก็จะมีบางอย่างเติมไม่ได้เช่นปลาทอด จะเป็นปลาตัวใหญ่มาเลย 1 จาน แค่นี้ก็บอกได้เลยว่าอิ่มมาก…

1 (12.1)

1 (15)-1

…จุดหมายต่อไปเป็นน้ำตกในเขื่อน ซึ่งต้องนั่งเรือไปอยู่ห่างจากที่พักไม่มากนัก น้ำเย็นสบายน่าเล่นมาก แต่ติดตรงที่ฝนตกเม็ดเล็กๆๆ อากาศเย็นเกินไม่เล่นจะดีกว่าทนหนาวไม่ไหว นี่ถ้าแดดร้อนนะจะเล่นให้สนุกเลย ครั้งนี้ขอเก็บแค่ภาพเป็นที่ระลึกก็แล้วกัน…

1 (16)-1

1 (21)

…เที่ยวน้ำตกเสร็จแล้ว ได้เวลากลับไปเล่นน้ำ&พายเรือคายัคกันแล้ว เรือคายัคต้องไปมัดจำไม้พายมาก่อน 2 ไม้ 1,000 บาท เมื่อคืนไม้พายก็จะได้ค่ามัดจำกลับ ต้องรักษาไม้พายไม่ให้หายไม่งั้นจะไม่ได้เงิน 1,000 บาทคืน เล่นน้ำที่นี่ต้องใส่ชูชีพตลอดเพื่อความปลอดภัยไม่เช่นนั้นอาจจมน้ำได้ซึ่งระดับความลึก 20-30 เมตรเลยทีเดียว ครั้งแรกในการพายเรือของสองพี่น้องลุ้นมากกว่าจะถึงหน้าแพพัก ตอนแรกคิดว่าการพายเรือคงไม่เหมาะกับเราเลยตัดสินใจเล่นน้ำดีกว่า แต่เมื่อแม่มาลองพาย แม่บอกว่าถ้าพายคนเดียวจะง่ายกว่าเยอะ จริงด้วยพายคนเดียวเราจะคุมทิศทางได้ง่ายกว่า รู้สึกชอบแล้วสิคราวนี้ แต่เล่นได้สักพักเริ่มหมดแรง…

1 (24)

1 (26)

…บรรยากาศที่นี่เหมาะมากสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง คิดดูสินอนบนแพ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ แห่งขุนเขาและสายน้ำ ตัดขาดการติดต่อจากโลกภายนอก หยุดตัวเองจากโลกออนไลน์ หันมาสนใจคนรอบข้างที่กำลังร่วมหายใจอยู่ข้างๆคุณ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆยาวๆ ปล่อยวางทุกอย่าง สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วปล่อยผ่านไป สิ่งที่ยังไม่เกิดช่างมัน สนใจแค่นาทีที่กำลังเป็นไป และสนใจสิ่งแวดล้อมที่กำลังนั่งหายใจอยู่ ใช้ชีวิตให้ช้าลง กินอาหารหรือเคี้ยวอาหารให้ช้าลง ซึบซับความอร่อยจากอาหารที่ตักเข้าปาก การกินอาหารให้ช้าลงอย่างน้อยก็ทำให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานไม่หนักจนเกินไป ถือว่าเป็นการลองใช้ชีวิต Slow life อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่ แล้วคุณจะหลงรักเขื่อนรัชชประภาแห่งนี้ …

1 (27)

…หลังจากพักเหนื่อยจาการเล่นน้ำ ไม่นานนักฝนก็ตกลงมา ที่นี่จึงได้รับการขนานนามจากคนเรือว่าดินแดนแห่งฝน 8 แดด 4 หมายถึง ฤดูฝน 8 เดือน ฤดูไม่มีฝน 4 เดือน แต่จริงๆแล้วฝนก็ตกเกือบทั้งปีนั้นแหละ เชื่อเลยเพราะตอนเดินทางมายังไม่ทันถึงที่พักฝนก็ตก พอสักพักแดดออก ประมาณ 5 โมงก็ตกอีกครั้งแบบว่าเอาแน่เอานอนกับที่นี่ไม่ได้เลย แต่ก็ชอบนะได้ชมบรรยากาศที่หลากหลาย หลังจากฝนตกมีภาพรุ้งกินน้ำมาให้ดูด้วย สักพักบรรยากาศเริ่มกลับมาดีเหมือนเดิมฟ้าหลังฝนสวยงามจริงๆๆ บรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินก็สวยถึงแม้จะไม่เห็นดวงอาทิตย์ก็ตาม…

1 (28)

1 (29)

5 (2)

5

…และแล้วก็ไม่ได้เล่นน้ำอีกรอบตามที่ตั้งใจไว้ ยังพายเรือไม่อิ่มเลย แต่ตอนนี้เริ่มหิวแล้วสิ ไม่ได้ซื้อขนมมาด้วยดีที่แม่พานมกล่องมา นมกล่องนั้นช่วยไว้ได้สักพักเดินไปถามที่ครัวว่าเลี้ยงอาหารกี่โมงเค้าบอกว่าประมาณ 18.30 น. ทนหิวต่อไปแต่รู้สึกว่าตัวเองจะไม่ค่อยสบายรู้สึกมึนๆๆศีรษะอาจจะเป็นเพราะเจอทั้งแดดและฝน รวมกับคืนก่อนหน้านี้นอนดึกด้วยเลยไม่ค่อยสบายเสียแล้ว ตอนกินข้าวขอยาแก้ปวดจากทางแพปรากฏว่าไม่มีหมดพอดีแต่ยังดีที่พี่ที่ดูแลแพไปถามลูกค้าให้ว่ามีใครมียาแก้ปวดบ้างโชคดีมากที่ลูกค้าบางคนพกยาแก้ปวดมาด้วย เลยอยากจะแนะนำผู้ที่สนใจจะไปพักบนแพว่าควรเตรียมอาหารว่างและกล่องยาพกพาไปด้วยเผื่อไม่สบายจะได้กินยาเพื่อบรรเทาอาการไว้ก่อน เพราะเมื่ออยู่บนแพแล้วคุณจะไม่สามารถออกไปบนฝั่งได้เลย ถึงจะออกไปได้ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร คนที่เป็นโรคต่างๆๆก็ต้องเตรียมยามาเพื่อความปลอดภัย ในที่นี้ยกตัวอย่างแม่เลยแล้วกันแม่เป็นหอบหืดเลยต้องพกยาติดตัวคืนนั้นที่นอนบนแพแม่มีอาการหอบแต่เมื่อพ่นยาขยายหลอดลมจึงช่วยบรรเทาอาการให้เป็นปกติเหมือนเดิมได้ แต่ทางที่ดีคนที่เป็นโรคหัวใจ หรือมีร่างกายที่ไม่ค่อยปกติ ไม่แนะนำให้พักที่แพ ถ้าจะชมธรรมชาติแค่นั่งเรือไปกลับดีกว่า โดยส่วนตัวรู้สึกประทับใจแพภูผาวารีมากทั้งบรรยากาศและการบริการเลยไม่แปลกใจว่าทำไมห้องพักที่นี่ถึงเต็มทุกห้อง จะบอกว่าห้องพักที่นี่เป็นแบบบ้านไม้โมเดิลมีประตูบานเลื่อนเปิดไปเจอระเบียงและพื้นน้ำ ฟินมากเป็นบรรยากาศที่ใฝ่ฝันอยากจะพักในบรรยากาศแบบนี้มานานแล้ว เสียดายอยู่อย่างเดียวมีโทรทัศน์แต่สัญญาณมาไม่ถึงดูละครไม่ได้ ผิดที่เลือกห้องสุดท้ายเอง (แต่แอบน้อยใจแล้วทำไม่พี่ไม่บอกล่ะคะว่ามันดูทีวีไม่ได้ ก็แอบสงสัยตอนแรกว่าทำไมถึงจะให้เปลี่ยนไปพักห้องแรก ผิดเองใช่มั้ยที่ยืนยันจะพักห้องสุดท้าย แต่ก็แลกกับการได้ถ่ายวิวรอบๆๆแพแบบไม่ติดห้องพักด้านข้างก็ให้อภัยแล้วกัน เลือกเองช่วยไม่ได้) ที่นี่ไฟฟ้าจะใช้ได้ตอน 6 โมงเย็นถึง 6 โมงเช้า เพราะต้องใช้เครื่องปั่นไฟ ตอนเย็นเลยคิดไว้ว่าไม่ได้ดูโทรทัศน์ค่อยดูดวงจันทร์แบบเต็มดวงแล้วกันเพราะเป็นคืน 15 ค่ำ ผิดคาดเลยค่ะดวงจันทร์ก็ไม่เห็นดาวก็ไม่มี อาจจะเป็นเพราะอากาศชื้นเลยมีก้อนเมฆมาบังดวงจันทร์และดาวหมดเลยอดดูเลย ทำอะไรล่ะคราวนี้ ก็นอนสิค่ะได้พักผ่อนแบบเต็มที่เลย มีการตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 6 โมงเช้าเพื่อจะดูหมอก หมอกมีค่ะแต่ไม่เยอะดูจากภาพเลยแล้วกัน ก่อนกลับไม่ลืมที่จะเก็บภาพอยู่แล้วนานๆๆถึงจะได้ถ่ายรูปด้วยกันแต่พ่อหายตลอด บรรยากาศตอนนั่งเรือกลับสวยมากมีหมอกรอบๆๆเขาด้วย…

6 (2)

9

8.1

8.2

…และไม่ลืมที่จะไปเก็บภาพบริเวณสันเขื่อน พร้อมถ่ายรูปกับป้ายเขื่อนรัชชประภา ซึ่งมีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”… Bye Bye หวังว่าคุณคงมีโอกาสได้มาสัมผัสที่แห่งนี้นะ

11

9_2-crop

About the author

Nok

Leave a Comment

Shares
Loading...