พาเที่ยวสงขลา สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองสองทะเล

ชอบไหม?

สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมจะขอพาทุกคนล่องใต้ไปเที่ยว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา กัน! สงขลาสำหรับผมแล้วเป็นเมืองที่ต้องมาเที่ยวสักครั้ง แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่มาไม่ถึง … เพราะมาหยุดอยู่แค่หาดใหญ่แล้วกลับ (อีกอย่าง “หาดใหญ่” คือ “อำเภอ” ไม่ใช่ จังหวัด) โดยตัวอำเภอเมืองสงขลาหรือผมจะเรียกสั้นๆ ว่าเมืองสงขลานั้นความจริงก็อยู่ใกล้ๆ อ.หาดใหญ่เลยใช้เวลาขับรถประมาณ 40 นาทีก็ถึง

เมืองสงขลาเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากๆ อย่างแรกเลยคือเป็น เมืองสองทะเล เพราะมีภูมิประเทศที่ถูกขนาบข้างด้วยทะเลทั้งสองด้าน “ด้านขวาคือทะเลอ่าวไทย และด้านซ้ายคือทะเลสาบสงขลา”  เมืองแห่งนี้จึงให้อารมณ์ราวกับเมืองพักตากอากาศสบายๆ ผู้คนไม่เร่งรีบและเป็นมิตร อีกหนึ่งเสน่ห์ก็คือ ความเป็นเมืองเก่า  บรรยากาศคล้ายๆ ปีนัง ประเทศมาเลเซีย หรือย่านเมืองเก่า จ.ภูเก็ต เพราะมีทั้งชาวไทย มุสลิม และจีนอาศัยอยู่ร่วมกัน เกิดการผสมกันของวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม สะท้อนผ่านตึกรามบ้านช่องที่สวยงาม ร่วมไปถึงอาหารการกินที่มีทั้งอาหารปักษ์ใต้แท้ อิสลาม และจีน  สำหรับผมเมืองสงขลาเป็นเมืองเก่าติดทะเล บรรยากาศสโลว์ไลฟ ส่วน อ.หาดใหญ่ คือเมืองการค้าและธุรกิจที่ค่อนข้างเจริญแล้วมีห้างสรรพสินค้า โรงแรม รวมไปถึงสถานบันเทิงต่างๆ มาสงขลาทั้งทีผมอยากแนะนำให้ลองมาสัมผัสทั้ง 2 อำเภอครับ แล้วคุณจะรักสงขลามากขึ้น

วันนี้ผมขอเสนอ One day trip สำหรับเที่ยวเมืองสงขลา (หากมีเวลาสองวันก็แบ่งเป็นสองวันก็ได้) แค่ตามลายแทงผมด้านล่าง รับรองว่าไม่พลาดทุกไฮไลท์ที่ควรจะเก็บเมื่อมาเที่ยวเมืองสงขลา  1. สวนสองทะเล > 2. หาดสมิหรา  > 3. ย่านเมืองเก่าสงขลา > 4. เขาตังกวน > 5. เกาะยอ 

การเดินทาง  จ.สงขลาสามารถเดินทางมาได้สะดวกทุกทางครับ ไม่ว่าจะรถไฟ รถทัวร์ และเครื่องบิน (รถไฟและเครื่องบิน จะต้องไปลงที่ อ.หาดใหญ่ แต่หากเป็นรถทัวร์สามารถเลือกลงที่ อ.เมืองสงขลาได้เลย) แต่แนะนำว่ามาเครื่องบินเถอะครับ เพราะราคาก็ไม่ได้แพงที่สำคัญประหยัดเวลาด้วย (รถทัวร์หรือรถไฟใช้เวลาราว 12 ซม.) หากมากันหลายคนแนะนำว่าให้เช่ารถครับ สะดวกสบายไปได้ตามใจอยาก หรือ จะใช้บริการรถสองแถวก็ได้เพราะสงขลาเป็นเมืองที่รถโดยสารที่ค่อนข้างครอบคลุม

ที่พัก เมืองสงขลา มีโรงแรมให่้เลือกเยอะอยู่ครับ ผมขอแนะนำสองโรงแรมนี้คือ B.P. Samilar Beach หรือ Pavilion Songkhla  (โรงแรม BP Samilar Beach จุดเด่นคือที่ตั้งซึ่งอยู่ติดกับหาดสมิหลา ใกล้ๆกับรูปปั่นนางเงือกเลย ส่วนโรงแรม Pavilion Songkhla ไม่ติดทะเลแต่ก็อยู่ใจกลางเมืองสะดวกต่อการเที่ยวรอบเมือง ส่วนเรื่องสภาพห้องพัก บริการและอื่นๆ โนคอมเน้นท์ครับ ลองหาอ่านกันดูเองนะครับ)

map

ส่วนทริปนี้ผมเดินทางโดยเครื่องบิน ลงที่สนามบินหาดใหญ่และนั่งรถตรงสู่เมืองสงขลา ไม่ได้แวะหาดใหญ่ ระหว่างทางเราก็บังเอิญพบกับ มัสยิดกลางดีย์นุลอิสลาม ตั้งสูงตระหง่าสะดุดตาอยู่ข้างทาง เลยไม่พลาดโอกาสลงไปแซะรูป ตัวมัสยิดนั้นสร้างเสร็จเแล้ว แต่บริเวณด้านหน้าเหมือนกำลังปรับภูมิทัศน์อยู่ คาดว่าเมื่ิอเสร็จคงจะสวยงามและยิ่งใหญ่น่าดู (อยากจะชมมัสยิดแห่งนี้ต้องขับมาทางถนนสงขลา – หาดใหญ่ สายใหม่นะครับ)

มัสยิดกลางดีย์นุลอิสลาม

มัสยิดกลางดีย์นุลอิสลาม

สวนสองทะเล

เริ่มต้นเช้าแรกทริปเมืองสองทะเลของเราที่ สวนสองทะเล สวนสาธารณะริมทะเลบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่มานั่งปิคนิกรับลมชมวิว โดยเฉพาะช่วงเย็นๆ ยามพระอาทิตย์ตก บรรยากาศจะดีมากเป็นพิเศษ และก็ตามชื่อเลยครับมาที่นี้สามารถเห็นได้ทั้งทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา แต่ไฮไลท์ก็ต้องยกให้ ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ

สวนสองทะเล

สวนสองทะเล

ประติมากรรมพญานาค จะมีทั้งหมด 3 ส่วน คือ ‘หัว’ ‘ลำตัว’ และ’หาง’ โดยส่วน ‘หัว’ จะอยู่ที่สวนสองทะเลแห่งนี้  ส่วน ‘ลำตัว’ จะไปปรากฏอยู่ที่ ‘สระบัว’ และ ‘หาง’ อยู่ที่บริเวณหาดสมิหลาด้านถนนชลาทัศน์ ตั้งสามแห่งอยู่ไม่ไกลไม่ใกล้กัน ใครที่สนใจก็ลองไล่ตามดูนะครับ

ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ

ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ

สวนสองทะเลยังมีศาลและอนุเสาวรีย์ “พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” หรือ ที่เรียกพระนามสั้นๆ ว่า “กรมหลวงชุมพร”  องค์บิดาของทหารเรือไทย ผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงยังรับการเชิดชูให้เป็น  “องค์บิดาของทหารเรือไทย”  หากมีโอกาสมาเยือน อย่าลืมแวะมาสักการะกรมหลวงชุมพรนะครับ บริเวณสวนสองทะเลยังมี “สงขลาอะควาเรี่ยม”  รวมไปถึงร้านอาหารอีสานและอาหารทะเลราคาไม่แพงมากให้เลือกฝากท้องครับ

กรมหลวงชุมพร

กรมหลวงชุมพร

หาดสมิหรา

บอกลา สวนสองทะเล แล้วก็ไปต่อกันที่ หาดสมิหลา หาดคู่เมืองสงขลาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายด้วยประติมากรรมนางเงือกสุดโด่งดัง หนึ่งในสัญลักษณ์ประจำเมืองสงขลา ที่ว่ากันว่าหากมาสงขลาแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปคู่กับนางเงือกก็เท่ากับยังมาไม่ถึง

หาดสมิหลานั้นไม่ได้มีน้ำทะเลสวยใสแต่อย่างใด แต่บรรยากาศค่อนข้างชิล เพราะมีแนวหาดชายที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาและหาดทรายขาวละเอียด ที่นี้จึงเหมาะสำหรับมาเดินเล่น นั่งเล่น รับลมชมวิวทะเลยามเย็น จากบริเวณหาดชายก็สามารถมองเห็นเกาะหนู และเกาะแมวได้ชัดเจนครับ

ประติมากรรมนางเงือก สัญลักษณ์ของจังหวัดสงขลา

ประติมากรรมนางเงือก สัญลักษณ์ของจังหวัดสงขลา

หาดสมิหลา

หาดสมิหลา

หาดสมิหลา

ว่าไม่ได้ ที่นี้เขาก็มีม้าให้ขี่เล่นริมชายหาดครับ จากที่สังเกตุจะได้รับความนิยมจากเด็กๆ เป็นพิเศษ​

DSC_0280 O

ย่านเมืองเก่าสงขลา

ชมความงามของหาดสมิหลาเสร็จแล้วเราก็มุ่งหน้าต่อมาที่นี้ ย่านเมืองเก่าสงขลา (บรรยากาศคล้ายกับย่านเมืองเก่าภูเก็ต แต่คนไม่พลุกพล่านเท่า) ย่านเมืองเก่าแห่งนี้จะมีถนนที่น่าเดินเที่ยวด้วยกัน 3 สาย คือ 1. ถนนนครนอก 2. ถนนนครใน 3. ถนนนางงาม ถนนทั้งสามสายอยู่ติดกัน สามารถเดินต่อกันได้ แนะนำว่าจอดรถแล้วไปเดินเล่นมั่วๆ เลย

เพื่อให้มันง่ายๆ และไม่ซับซ้อนผมขอแนะนำ “สิ่งที่ต้องทำ” เมื่อมาเที่ยวย่านเมืองเก่า ไว้ 3 อย่างคือ 1. เดินทอดน่องชมเมืองเก่า 2. ชมศิลปะแนวสตรีทอาร์ต  3. ชิมอาหารและขนมโบราณ​ 

1. เดินทอดน่องและเก็บรูปสวยๆ ของตึกรามบ้านช่องเก่าๆ ถนนทั้งสามสายมีอะไรระหว่างทางให้เดินชมและถ่ายรูปได้เยอะแยะ โดยเฉพาะห้องแถวไม้โบราณสุดคลาสสิคสไตล์จีนฮกเกี้ยนและชิโนโปรตุกีสอายุเก่าแก่ที่ปะปนอยู่ทั้งสองฝากถนน บางหลังก็มีการปรับปรุงสภาพทาสีสวยงาม บางหลังก็สภาพผ่านร้อนผ่านหนาวมาหนักจริงๆ แต่ก็ต้อมยอมรับว่าบ้านช่องเก่าเหล่านี้ยังคงเสน่ห์ แม้กาลเวลาจะผ่านไปแค่ไหน นอกจากนั้นที่นี้ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ อีก เช่่น ศาลเข้ากวนอู โรงสีโบราณ และโรงแรมนางงาม โรงแรมไม้เก่าแกประดับลายฉลุไม้สวยงาม

rsz_csc_0501_o

DSC_0432 O

DSC_0408 O
2. ชมศิลปะแนวสตรีทอาร์ต ย้อนอดีตเมืองสงขลา ส่วนตัวผมประทับใจมากกับไอเดียนี้ ลำดับแรกคือสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสชุมชนนี้ได้ สองคือการปลุกเรื่องราวในอดีตของชุมชนนี้ให้กลับมามีชีวิตให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ ผ่านรูปแบบการนำเสนอที่สร้างสรรค์ สตรีทอาร์ต ตอนนี้มีทั้งหมดหลายจุดมากครับ โดยแต่ละแห่งสามารถเดินต่อกันได้ในระยะทางใกล้ๆ กัน

จุดแรกที่ต้องมาชมคือ ภาพวาดสีน้ำมัน ร้านน้ำชา ‘ฟุเจา’ ที่ถูกวาดลงบนฝนังอาคารเก่าแก่อายุ 96 ปี ตั้งอยู่บนถนนรามัญตัดถนนางงาม จำลองบรยากาศร้านน้ำชาชื่อ ฟุเจา ที่เคยเปิดในอาคารหลังนี้เมื่อในอดีต ภาพนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงจนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มารค์ที่ใครมาก็ต้องมาตามหาเพื่อแชะรูปกับคุณลุงในภาพ

DSC_0489 O

สตรีทอาร์ตแห่งที่สองซึ่งตัังอยู่ซอยตรงข้ามกับศาลกวนอู เป็นภาพวาดสีน้ำมันของ 2 สาวกำลังจ่องอะไรอยู่สักอย่างและมีแม่อยู่ใกล้ๆ ภาพนี้เหมือนคนยังไม่ค่อยรู้จัก (พยายามหาเรื่องราวแต่หาไม่เจอ)

DSC_0439 O

ส่วนสตรีทอาร์ตแห่งที่ 3 ตั้งอยู่หน้า โรงสีข้าวโบราณ หรือ โรงสีแดง หรือที่ชาวสงขลาเรียกว่า “หับ โห้ หิ่น” ที่เรียกว่าโรงสีแดงเพราะเป็นอาคารสีแดงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันโรงสีแห่งนี้ได้ยุติกิจการแล้วและตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นท่าเรือสำหรับจอดหรือประมง

บริเวณหน้าโรงสีก็ยังมีสตรีทอาร์ตชุดคนแบกข้าวสารเพื่อเป็นระลึกถึงสถานที่แห่งนี้  โดยชุดคนแบกกระสอบป่านใส่ข้าวสารหุ่นแรกเป็นรูปเหมือนจากภาพเก่าของคุณลุงที่เคยแบกข้าวสารอยู่ที่โรงสีแดงในอดีต  ส่วนหุ่นปั้นตัวที่สองเป็นการจำลองหน้าตามาจากรูปทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ในครั้งนั้นทหารญี่ป่นได้เข้ามายึดเมืองสงขลาและโรงสีแดง รวมถึงยึดข้าวสารทั้งหมด เพื่อลำเลียงแจกจ่ายเป็นเสบียงต่อทหารญี่ปุ่นจนหมดเกลี้ยง ก่อนที่จะปรับโรงสีแดงให้เป็นโรงเก็บเวชภัณฑ์  ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่แจกติ้ว ซึ่งเป็นไม้ไผ่แท่งยาวๆ เพื่อนับจำนวนกระสอบที่ผู้แบกทำได้เพื่อจ่ายค่าตอบแทน บริเวณในโรงสีก็สามารถเดินเข้าไปชมได้นะครับ ยังมีสิ่งของอุปกรณ์เก่าๆอยู่

DSC_0461 O

DSC_0469 O

3. ชิมอาหารอร่อยและขนมโบราณ​ อีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่นี้ คือการชิมอาหารและขนมอร่อย ทั้งไทย จีน และฝรั่ง ที่มีให้เลือกชิมตลอดแนวถนน โดยเฉพาะบนเส้นถนนนางงามมีหลายร้านอร่อยเลยครับ เช่น โจ๊กเกาะลอย ข้าวสตูร้านเกียดฟั่ง (สตูที่ทานพร้อมกับซาลาเปา) หรือ ก๋วยเตี้ยวหางหมู หากเป็นของหวานก็ขอแนะนำร้านไอศครีมยอดฮิตของชาวสงขาลนั้นก็คือร้านไอติมโอ่งและไอติมยิว ส่วนขนมโบราณก็เป็นอีกหนึ่งไอไลท์ ผมแนะนำร้าน สอง-แสน ครับ มาทีไรก็ต้องแวะมาซื้อขนมที่นี้ มีขนมโบราณๆ เยอะเลย เช่น สัมปันนี ขี้มอด ทอกเอก ข้าวฟ่างกวน คือมีร้านอาหารเยอะมาก ผมคงไม่สามารถลงรายละเอียดเรื่องที่ตั้งได้ แนะนำว่าเมื่อมาถึงก็เดินมั่วๆ เอา เพราะทุกอย่างมันกระจุกตัวอยู่ใกล้ๆ กัน เดินสำรวจสักรอบแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าอยากกินอะไร

DSC_0395 O

DSC_0411 O
DSC_0414 O

เขาตังกวน

จากนั้นช่วงเย็นๆ เราก็ขับรถย้อนกลับมาทางหาดสมิหลาเพื่อจะไปขึ้นเขาตังกวนกันครับ เขาลูกนี้ตั้งอยู่กลางเมืองสงขลา สามารถมองเห็นได้จากทุกหนแห่ง โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 105 เมตร แนะนำว่าหากมาสงขลาต้องหาโอกาสขึ้นไปเที่ยว เพราะจากจุดชมวิวบนยอดเขา สามารถมองเห็นเมืองสงขลาได้แบบ 360 องศา เห็นทั้งทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา นอกจากนั้นบนยอดเขาแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานโบราณสถานสำคัญคือ พระเจดีย์หลวง พลับพลาที่ประทับ รัชกาลที่ 4 และประภาคารครับ การขึ้นเขาก็สะดวกสบายเพราะมีลิฟต์ให้บริการ  ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็ขึ้นถึงยอดเขาแล้วครับ

DSC_0372 O

ข้างบนนี้แอบโรแมนติดมีให้คล้องกุญแจรักแบบที่เกาหลีด้วย อยากจะบอกว่าบนยอดเขานี้น้องลิงเยอะมาก ใครที่เป็นคนกลัวลิงอาจจะต้องผวาเพราะมีเยอะจริงๆ และแต่ละตัวก็ค่อนข้างจะซน

DSC_0343 O

มุมนี้เป็นวิวของเมืองสงขลาและตรงกลางเป็นทะเลสาบสงขลา มาช่วงเย็นบรรยากาศค่อนข้างจะดี

DSC_0339 O

เกาะยอ

มาถึงที่เที่ยวสุดท้ายของทริปนีี้ อันนี้ผมขอมาร์คไว้เป็นตัวเลือกเสริมสำหรับคนที่มีเวลามากกว่า 1 วัน เพราะที่นี้ต้องขับรถออกมาจากตัวเมืองไกลพอสมควร แต่มาแล้วรับรองว่าคุ้มเพราะวิวสวยนั้นก็คือ เกาะยอ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางทะสาบสงขลา โดยมีสะพานพานติณสูลานนท์เชื่อมสู่ฝั่งพื้นดินทั้งสองด้าน เดินทางสะดวกสบาย

บนเกาะไม่ได้มีชายหาดเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นไหล่เขา หากมาเที่ยวเกาะยอผมขอแนะนำ 2 กิจกรรมคือ 1. กินอาหารทะเลอร่อยๆ เพราะบนเกาะมีร้านอาหารทะเลเยอะมากตั้งอยู่ริมเกาะ บางร้านสร้างยืนลงไปในทะเล ร้านโปรดผมคือ ร้านศิรดา 2. ไปเยี่ยมชม สถาบันทักษิณคดีศึกษา ซึ่งอยู่บนยอดเขาเกาะยอสามารถขับรถขึ้นไปได้ (ประมาณ 10 นาที)

DSC_0528 O

สถาบันทักษิณคดีศึกษา อาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบภาคใต้แบ่งออกเป็น 4 อาคารโดยแต่ละอาคารจะแบ่งออกเป็นห้อง ๆ แสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์โบราณวัตถุที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นเครื่องประดับศาตราวุธที่ใช้กันในภาคใต้เช่นกริชมีดชายธงมีดหางไก่แสดงผ้าทอพื้นเมืองเช่นผ้าทอพุมเรียงผ้าทอปัตตานีห้องแสดงกระต่ายขูดมะพร้าวรูปทรงต่างๆ ที่มีรูปแบบหาชมได้ยากห้องแสดงการละเล่นพื้นเมือง เช่น หนังตะลุงโนรา ลิเกป่า และห้องแสดงวิถีชีวิตชาวใต้

DSC_0561 O

บนนี้ยังมีรูปปั้นมโนราห์ที่เบื้องหน้าเป็นวิวสวยๆ ของทะเลสาบสงขลาที่มีสะพานสะพานพานติณสูลานนท์ทอดผ่าน

DSC_0531 O

ถ่ายจากหอชมวิวของสถาบันทักษิณคดีศึกษา ขึ้นมาหอชมวิวนี้ก็สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะยอได้ 360 องศาเช่นกัน

DSC_0585 O

บริเวณด้านหลังของเกาะครับ

DSC_0546 O

จบแล้วครับทริปเที่ยวเมืองสงขลาของผม
หากใครมีโอกาศลองแวะมาเที่ยวกับนะครับ 😀

About the author

TravelNorth

TravelNorth

นักเดินทางมือสมัครเล่น

Leave a Comment

Shares
Loading...