พิชิตเขาหงอนนาคที่สุดแห่งขุนเขา @ กระบี่

ช่วงอากาศหนาวๆๆผู้คนส่วนใหญ่มักเดินทางไปทางภาคเหนือเพื่อขึ้นดอยชมทะเลหมอก บ้างก็เดินทางไปขึ้นเขา ณ จังหวัดต่างๆๆ เพื่อชมวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา ตามแบบฉบับของผู้ที่ชอบผจญภัย ในวันนี้จะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในจังหวัดกระบี่ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักนั่นก็คือ “ยอดเขาหงอนนาค” นั่นเอง ซึ่งทุกท่านสามารถร่วมสัมผัสทะเลหมอก ชมวิวแบบ 360 องศา ชมพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตกในทะเลจากอ่าวนางไปถึงเกาะห้อง ทะเลแหวก เกาะยาวจรด อ่าวท่าเลน ท่ามกลางภูเขาน้อยใหญ่เรียงรายสูงต่ำ จุดชมวิวเขาหงอนนาคเป็นยอดเขาสูงตระหง่านตั้งอยู่ ริมทะเล อุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่าดงดิบขึ้นปกคลุมจนแทบไม่เห็นแสงตะวัน ที่นี่เป็นบ้านพำนักอาศัยและแหล่งอาหารของนกป่านานาชนิด และสัตว์ป่าโดยเฉพาะฝูงชะนีที่กู่ร้องทุกเช้าเย็น ด้วยหนทางสูงชันผ่านป่ายาวไกลถึง 3.7 กิโลเมตรจึงใช้เวลาเดินเท้าเกือบ 2-3 ชั่วโมง กว่าจะเป็นผู้พิชิตยอดเขาสูงสุดซึ่งสูงประมาณ 500 เมตร

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้อุปการคุณทั้ง 2 ท่าน ทริปนี้คงไม่เกิดขึ้นหากทั้ง 2 ท่านไม่พามา (ขอบคุณที่เข้าใจลูก รักนะจุ๊บๆ ขอบอกรักผ่านสื่อนิดนึงนะ)

0

0-1

เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าว่าการเดินทางครั้งนี้จะคุ้มค่ามากแค่ไหน การเดินขึ้นเขาหงอนนาคเป็นการเดินเท้าผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 3.7 กิโลเมตร ระหว่างทางมีทั้งทางเดินแบบเรียบๆ และทางเดินขึ้นเขาแบบลาดชันซึ่งต้องใช้แรงในการเดินมากเลยทีเดียว แต่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายบ่อยๆและชื่นชอบการเดินทางแบบผจญภัยอยู่แล้วคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับผู้ที่มีร่างกายไม่แข็งแรงและมีโรคประจำตัวแนะนำว่าไม่ควรมา เพราะระหว่างทางไม่มีหน่วยปฐมพยาบาลรอคุณอยู่มีแต่ป่าล้วนๆๆ แต่ถ้าอยากมาก็ควรฟิตร่างกายให้พร้อมก่อนเดินทางคิดว่าคงไม่มีปัญหา ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจว่าใจคุณสู้มากขนาดไหนเท่านั้นเอง

0-2

…เราสู้ตายค๊าบบ…

แต่ก็อย่าลืมทุกเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป มันมีทั้งทางเดินที่สบายและทางเดินที่ยากลำบาก จนทำให้เกิดความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าหรือท้อถอยไปไม่ถึงในจุดที่ใฝ่ฝัน ถ้าเราไม่สู้ท้อถอยกับความเหน็ดเหนื่อยที่ได้เจอจนถอดใจไม่ยอมเดินต่อมันก็จะทำให้เราไม่ได้พบเจอกับสิ่งที่รอคอยเราอยู่ข้างหน้า (พูดไปการเดินทางก็เหมือนกับชีวิตของคนเราถ้าไม่สู้ไม่ยอมเดินต่อท้อถอยกับอะไรง่ายๆชีวิตนี้คงจะไม่ได้พบกับความสำเร็จที่หวังไว้ แต่การเดินทางคงจะดีกว่านิดนึงเพราะเราสามารถเดินทางใหม่ได้เพื่อไปยังจุดหมายที่เราต้องการ แต่ในชีวิตจริงบางครั้งโอกาสให้เราเดินไปข้างหน้าเพื่อสิ่งที่ดีกว่าไม่ได้มาบ่อยเสมอไปเราจึงต้องตัดสินใจว่าจะเดินต่อไปหรือหันหลังกลับปล่อยให้โอกาสดีๆเหล่านั้นหลุดมือไปขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราเอง)

0-6

ระหว่างทางมีธรรมชาติให้ชมถ้าเราเดินแบบเรื่อยๆๆไม่รีบมากก็จะทำให้ไม่เหนื่อยมากนัก และได้ชมธรรมชาติรอบๆๆไปด้วยมีทั้งทางน้ำตกเล็กๆ เห็ด มอส เฟิน ฯลฯ

0-3

0-6.1

0-6.2

แต่บอกเลยถ้าไม่รีบไปไม่ทันเดี๋ยวตอนกลับมันจะมืดเสียก่อนเพราะเราเริ่มเดินขึ้นตั้งแต่ตอนบ่าย 14.30 น. คิดว่ามันไม่น่าจะร้อนมากและเผื่อได้ดูพระอาทิตย์ตกด้วย (แต่ในใจคิดตลอดว่าอยากนอนค้างคืนเพราะคิดว่าจะได้คุ้มค่ากับความเหนื่อยจะได้ดูทั้งพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น เรื่องทะเลหมอกก็ไม่แน่ใจว่าจะมีหมอกหรือเปล่าถ้าฝนไม่ตก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้นอนเพราะผู้ร่วมทีมไม่อยากนอนค้างและไม่ได้เตรียมเต้นท์มาด้วย) แต่วิวข้างทางกว่าจะถึงยอดเขาก็สวยไม่น้อย หายเหนื่อยเลยทีเดียว

0-10

นี่เป็นจุดวิวจุดแรกหลังจากเดินทางกันมาเกือบชั่วโมงกว่าๆ ถ่ายรูปวิวเสร็จเราก็เดินทางกันต่อหนทางยังอีกยาวไกลกว่าจะถึงยังจุดหมาย แต่ระหว่างเดินทางก็จะมีจุดชมวิวสวยๆให้เราชมเรื่อยๆ

0-11

0-11-0

…ภาพแรกที่ถ่ายด้วยกัน…

ระหว่างทางที่เดินมีธรรมชาติสวยๆๆหลายจุดให้เราได้เก็บภาพ แต่บอกเลยถ้าจะเก็บภาพทั้งหมดวันเดียวไม่พอแน่ๆๆ เอาเป็นว่าเก็บเฉพาะบางส่วนก็แล้วกัน อย่างป่ามอสและเฟินเล็กๆๆผสมกับต้นไม้ยืนต้นอื่นๆๆก็สวยไปอีกแบบ

0-11-2

0-11-3

ในระหว่างที่เดินทางมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนึงที่จะนอนค้างคืนเดินทางมาพร้อมกันด้วยจึงมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินทางมาด้วยทำให้รู้ทางลัดที่จะไปเอาน้ำดื่มมาดื่ม ตอนแรกก็รู้สึกสงสัยว่าพี่เค้าถือขวดเปล่า 6 ลิตรมาทำไมหลายขวดตอนนี้เข้าใจแล้ว เอามาเติมน้ำเพื่อใช้ทำอาหารหรือชงกาแฟกิน ขอบอกว่าระหว่างทางไม่ค่อยมีป้ายบอกว่าเหลือระยะทางเท่าไหร่จึงจะถึงที่ลองนับดูมีป้ายบอกระยะทางแค่ 3 ป้ายแค่นั้นเองว่าเหลืออีกกี่กิโลเมตร แต่ป้ายที่แยกไปน้ำตกไม่ได้เขียนบอกว่าต้องเดินไปอีกกี่กิโลเมตร จึงตัดสินใจไม่ไปน้ำตก (ค่อยไปคราวหน้าแล้วกันถ้ามีโอกาสไปอีก)

0-12

0-14

…น้ำตานาคกินได้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้กล่าว…

          หลังจากแวะเติมน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางต่อมีทางเล็กๆสามารถเดินไปยังยอดเขาหงอนนาคได้โดยที่ไม่ต้องเดินย้อนกลับไปทางเข้าที่มายังบ่อน้ำตานาค แต่ต้องสังเกตให้ดีแยกขึ้นไปทางขวาเป็นทางเล็กๆให้เดินชิดริมด้านขวาไว้เพราะจะไม่มีป้ายบอก เมื่อเดินมาถึงด้านบนจะพบหินก้อนใหญ่ๆๆและจุดที่ให้อีกคนเก็บภาพให้คนที่ไปถ่ายรูปบริเวณหงอนนาคที่ยื่นออกไป ขึ้นมาถึงแล้วหายเหนื่อยเลยทีเดียวเมื่อได้เห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบ มันคุ้มค่ากับที่เหน็ดเหนื่อยจริงนะ

0-15

…ต้องขอบคุณเท้าคู่นี้ที่พามาถึงยังจุดที่ใฝ่ฝัน…

0-15-3.0

0-15-3.1

0-17

…ที่มาของคำว่าเขาหงอนนาค…

1451745186021 (5)

1451745186021 (7)

…ตอนอาทิตย์ใกล้ตกก็สวยอีกแบบ…

1451745186021-2

DSC01387

…วิวสวยมากๆ นี่ขนาดยังไม่มีหมอกนะเนี่ย…

DSC01387-2

…ระหว่างทางเดินกลับก็ยังมีวิวสวยๆๆให้ชมเรื่อยๆๆตลอดทาง…

DSC01400

…ลืมบอกไปว่ากว่าจะถึงยอดเขาหงอนนาคเราจะเห็นป้ายสถานีเหล่านี้ซึ่งมีทั้งหมด 12 สถานนี ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติว่ามีต้นกำเนิดมาอย่างไรทำหน้าที่อะไรประมาณนี้ ก่อนจะถึงยังจุดหมาย…

DSC01403

…โชคดีที่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกด้วย…

         การเดินทางสิ้นสุดลงเมื่อเวลา 18.45 นาที ทำให้ต้องใช้ไฟโทรศัพท์มือถือส่องทางแต่ก็ใช้เวลาไม่นานมากนักในการเดินลงเขา รวมแล้วระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางขึ้น 14.30-17.00 น. (2.30 ชั่วโมง) ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางลง 17.30-18.45 น. (1.15 ชั่วโมง) รวม 3.45 ชั่วโมง ระยะทางไป-กลับ 7.4 กิโลเมตร แต่มันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้พบเจอ ถ้าอยากขึ้นไปนอนค้างแรมบนเขาและอยากสัมผัสกับทะเลหมอก ดูดวงอาทิตย์ขึ้นและตก คงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามรายละเอียดดูก่อน แต่อยากจะแนะนำว่าในช่วงหน้าฝนคงไม่เหมาะในการเดินทางเนื่องจากทางเดินอาจจะลื่น

การเดินทาง: จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4034 ถึงบ้านหนองทะเล วิ่งตรงไปเรื่อยๆเจอสามแยกวัดคลองสน ให้เลี้ยวขวา (หากตรงไปจะเป็นทางลัดไปอ่าวนาง) ตรงมาเรื่อยๆ จะเจอสามแยกคลองม่วง ที่หากไปซ้ายมือจะไปหาดคลองม่วงและไปเรือนรับรองที่ประทับแหลมหางนาค ให้เลี้ยวขวาไปทาง เกาะกวาง ทับแขก (โดยให้ไปทางถนนลาดยาง เพราะถ้าไปทางถนนลูกรังสุดทางจะเจอกับกองหินขนาดใหญ่ไปต่อไม่ได้ ซึ่งไปผิดทางมาแล้วเลยไปไม่ถึงเขาหงอนนาคในครั้งแรก ครั้งที่ 2 เลยโทรไปสอบถามเส้นทางอีกครั้ง เพราะไม่มีป้ายบอกชัดเจน) ระหว่างทางจะผ่านคลองม่วงพลาซ่าและโรงแรมชื่อดังต่างๆ มากมาย ขับไปจนสุดทางจะพบเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นจุดชมวิว จะมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้คอยต้อนรับอย่างดีพาขึ้นเขาหงอนนาคสำหรับผู้ที่ค้างคืน ผู้ที่ไม่ค้างคืนสามารถเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติได้เลยจะมีป้ายบอกไว้ (เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะอนุญาตให้ผู้ที่ไม่ค้างคืนขึ้นก่อนเวลา 15.30 น. เท่านั่นเพราะเกรงว่าจะลงกลับมาไม่ทันก่อนพระอาทิตย์ตกดิน)

การติดต่อสอบถามข้อมูล: เขาหงอนนาค ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ติดต่อ โทร. 075-637200 (งานบ้านพัก), 075-661145, 075-637436

ฤดูกาลท่องเที่ยว: ปลายเดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคมเป็นฤดูที่ดีที่สุด

เวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเวลาเช้าราว 6.30 น.-7.30 น. ช่วงเวลาเย็นราว 18.00 น.-19.00 น.

ขอบคุณข้อมูลจาก: อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีและ http://www.gotravelphoto.com ที่เป็นแรงบันดาลใจในการเดินทาง

ก่อนจะจบรีวิวมีภาพสวยๆๆให้ชม ในระหว่างรอลูกขึ้นเขาพ่อกับแม่ก็ได้ไปสวีทกันเบาๆๆ ชมพระอาทิตย์ตกดินที่หาดทับแขก ภาพสวยไม่แพ้กันเลยทีเดียว

DSC01409

…ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า @หาดทับแขก…

IMG_20160102_174120

IMG_20160102_175157

…Bye Bye หวังว่าคุณคงมีโอกาสได้เดินทางมาเยือนเมืองกระบี่นะค๊าบบ…

“กระบี่มาครั้งเดียวไม่เคยพอ”

About the author

Nok

Leave a Comment

Shares
Loading...