เที่ยวภูเก็ต & กระบี่ 5 วัน 4 คืน

ชอบไหม?

สวัสดีชาวโซเซียลอีกครั้งหลายคนคงได้อ่าน Review ประสบการณ์การเที่ยวที่ได้เขียนเล่าเรื่องราวการเที่ยวในที่ต่างๆๆมาบ้างแล้วซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นที่กระบี่บ้านเกิด (ก็คนมันรักบ้านเกิดนี่น่าทำไงได้) วันนี้จะขอวางมือจากวิทยานิพนธ์ที่รักมาขอทำในสิ่งที่ชอบบ้างก็แล้วกัน จะพาทุกคนไปชื่นชมธรรมชาติหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการดูพระอาทิตย์ตกดิน เที่ยวทะเล เที่ยวคลองสองน้ำ ถ่ายรูปเล่นกับวิวสวยๆๆ ฯลฯ จะมัวเสียเวลาอยู่ใยเราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีที่ไหนบ้าง

เริ่มที่แรกด้วยจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในเมืองไทย นั่นก็คือ “แหลมพรหมเทพ” จังหวัดภูเก็ตนั่นเอง มันสวยจริงๆๆนะ (เลยมีคนมารอชมดวงอาทิตย์ตกเยอะมากๆๆ) บางคนอาจคิดว่าก็แค่ดวงอาทิตย์ตกจะดูที่ไหนก็ได้เหมือนๆๆกันแหละ แต่ขอบอกว่าความคิดนั้นผิด เพราะที่นี่เราจะเห็นดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ๆๆ อยู่สุดขอบฟ้าคู่กับผืนน้ำ พอถึงเวลาตกดินซึ่งก็มีการรายงานอยู่ทุกๆๆวันเราอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่าวันนี้ดวงอาทิตย์ตกที่ประภาคารกาญจนาภิเษกแหลมพรหมเทพเวลา…..นาฬิกา…..นาที หลายคนคงสงสัยว่าทำไมถึงอ้างอิงที่นี่ (สงสัยเหมือนกันเลยนำข้อมูลมาฝาก) เพราะที่นี่เป็นตำแหน่งที่จะสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์สัมผัสกับพื้นผิวน้ำเป็นแห่งสุดท้ายในประเทศไทยนั่นเอง ขอบอกว่าพี่อาทิตย์ (ดวงอาทิตย์) ของเราเป็นคนตรงเวลามาก พอถึงเวลาตกพี่ก็ลงน้ำอย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ เป็นภาพที่ประทับใจมากแถมประหลาดใจด้วยว่าทำไมพี่อาทิตย์ถึงหายไปไวขนาดนั้นตอนนี้ก็ยังสงสัยอยู่ (แต่ก็หาคำอธิบายไม่เจอว่าทำไม)

1 (0)

1 (0.3)

1 (0.4)

1 (0.5)

1 (0.6)

…ถึงดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่ก็ยังมีแสงสุดท้ายให้เราได้ชม ก่อนที่ความมืดมิดจะเข้ามาแทนที่…

                  ที่ถัดไปจะพาไปเที่ยวกลางคืนกันบ้างนั่นก็คือ “Patong Beach” ถนนบางลา ที่หาดป่าตอง อันมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก มีผับและบาร์เบียร์เป็นจำนวนนับพันๆ มีการแสดงโชว์ต่างๆ รวมไปถึงปาร์ตี้มากมาย (เป็นการเปิดประสบการณ์การเที่ยวกลางคืนที่ทำให้คิดว่าที่นี่เมืองไทยจริงเหรอ แทบไม่อยากเชื่อสายตากับสิ่งที่ได้เห็น ณ ที่แห่งนี้)

12080281_936951436354032_9207024822884679906_o

การเดินทางในภูเก็ตต้องใช้ความชำนาญและเทคนิคในการขับรถมากเลยทีเดียว เพราะเส้นทางค่อนข้างชัน รถก็ติดมาก กว่าจะถึงที่พักเกือบเที่ยงคืนเลยทีเดียว

เช้าวันต่อมารอให้รถมารับไปท่าเรือน้ำลึกที่แหลมพันวา เราจะไปขึ้นเรือกันที่นั่นเพื่อไป “เกาะไม้ท่อน” ซึ่งได้ติดต่อทาง Love Andaman ไว้ นั่งเรือ speed boat ใช้เวลา 15-20 นาที ก็จะถึงเกาะไม้ท่อน แต่ถ้าหากอยากจะดำน้ำต้องนั่งเรือต่อเพื่อไปยังจุดดำน้ำ (ใต้น้ำที่นี่ก็สวยดี มีปลาตัวใหญ่ๆๆ แต่ไม่ค่อยมีปะการังที่พริ้วไหว มีจุดดำน้ำน้อย) เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินเล่นชิวๆๆ ริมหาดมากกว่า

10661662_936955176353658_903035601758500824_o

12795251_936955246353651_8548072584907856101_o

12823408_936951829687326_7598914932860088628_o

หลังจากดำน้ำเสร็จก็กลับไปยังเกาะไม้ท่อนอีกครั้งเพื่อทานอาหารเที่ยง (ขอบอกว่า Love Andaman บริการอาหารและเครื่องดื่มดีมาก อร่อยมากด้วย) เมื่อทานอาหารเที่ยงเสร็จ ไกด์ก็จะนำเราไปยังจุดชมวิว เดินขึ้นไปไม่ไกลมากนัก ด้านบนมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ให้นักท่องเที่ยวได้สักการบูชาด้วย และเราก็จะเห็นวิวสวยๆๆ ของเกาะไม้ท่อนแห่งนี้ สมกับคำร่ำลือว่าเป็นเกาะที่เหมาะสำหรับการฮันนีมูนจริงๆๆ วิวสวยมากๆๆ (Honeymoon Private Island) แต่ที่นี่ยังไม่เปิดบริการให้นอนค้างคืนเพราะยังอยู่ในช่วงปรับปรุง

12828923_936955676353608_2780749560500280170_o

7-1-crop

00 (2.1)_2-crop-crop00 (2)-1

 

 

เมื่อชมวิวและถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเดินกลับลงไปด้านล่างเพื่อไปชมวิวรอบๆๆเกาะต่อ ตอนบ่ายทาง Love Andaman ก็ยังมีบริการน้ำและของหวานให้ทานได้เต็มที่ (บริการดีจริงๆๆ) เมื่อพักหายเหนื่อยแล้วเดินชมวิวรอบๆๆเกาะต่อค๊าบบบ

12794811_936955699686939_7645505505854263593_o

DSC_0313
DSC_0314

12792106_936955463020296_8043720985650186998_o

…และแล้วก็ได้เวลากลับไปยังฝั่ง บาย บาย เกาะไม้ท่อน หาดสวย น้ำใส ไว้มีโอกาสจะมาใหม่นะ…

ยังไม่หมดมาภูเก็ตทั้งทีไม่พลาดย่านเมืองเก่าภูเก็ตแน่นอนไปชมภาพประกอบกันเลยดีกว่า

DSC_0348

DSC_0349

               เช้าวันต่อมาเราออกเดินทางไปยังจังหวัดกระบี่ ระหว่างทางเราแวะสักการะพระผุดที่วัดพระทอง อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 21 กิโลเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งใน Unseen Thailand ของจังหวัดภูเก็ต ภายในวัดมีหลวงพ่อพระทอง หรือที่เรียกว่า “พระผุด” เพราะเป็นพระพุทธรูปที่ผุดเพียงพระเกตุมาลา ส่วนองค์พระนั้นคงอยู่ใต้ดินยังขุดไม่ได้

DSC_0353

หลังจากนั้นเราก็ออกเดินทางกันต่อจุดหมายต่อไปคือ “ท่าปอมคลองสองน้ำ” ที่จังหวัดกระบี่นั่นเอง เจ้าถิ่นอย่างเราก็ต้องนำทาง แต่อยากบอกว่าเราเองก็จำทางไม่ได้ ด้วยความเชื่อใจพี่ๆๆจึงไม่ใช่ GPS นำทาง (เจ้าถิ่นพาหลงค๊าบบ อ้อมโลกไปไกลเลยแทนที่จะเข้าทางใกล้ๆๆ) ในที่สุดก็ถึงท่าปอมคลองสองน้ำที่นี่จะมีความพิเศษตรงที่น้ำเค็มกับน้ำจืดมีโอกาสมาเจอกัน คล้ายๆๆกับน้ำทะเลหนุนมานั่นเอง เมื่อก่อนที่นี่เปิดบริการให้เล่นน้ำได้ แต่เดี๋ยวนี้ได้มีการกำหนดจุดเล่นน้ำใหม่ (ซึ่งไม่ค่อยน่าเล่นสักเท่าไหร่ จึงเก็บภาพแทนการเล่นน้ำ)
12828453_936956126353563_2591091235773945877_o

12794707_936952406353935_6606324244943902393_o

เมื่อออกจากท่าปอมคลองสองน้ำแล้วเราก็ไปกันต่อที่ “สวรรค์ชั้น 7 (Heaven 7)” ที่นี่มีการจำลองสิ่งของขนาดใหญ่ต่างๆๆมากมาย เหมาะสำหรับถ่ายรูป เดินเล่น ชมวิวสวยๆๆ แต่ต้องจ่ายค่าเข้าชมนะค๊าบบ ผู้ใหญ่ราคา 50 บาท และเด็กราคา 30 บาท

DSC_0379

DSC_0380

1519189_936953973020445_2192740301683837966_o

ถ่ายรูปชมวิวกันเสร็จก็มืดแล้ว ได้เวลาไปยังที่พักและหาอาหารทะเลอร่อยๆๆทาน แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจเพราะร้านที่คิดว่าอร่อยคนแน่นมากๆๆ เลยไปกินอีกร้านซึ่งรสชาติไม่อร่อยเอาเสียเลย แถมราคาโคตรแพง (ขออนุญาตบอกต่อเพราะไม่อยากให้คนที่คิดจะเข้าร้านนี้ต้องผิดหวัง เป็นร้านอิสลามที่อยู่แถวอ่าวนาง ขอโทษด้วยนะคะถ้าหากทางร้านมาอ่านเจอไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีแต่อยากให้ทางร้านช่วยปรับปรุงรสชาติและลดราคาลงมาหน่อย) หลังจากนั้นเมื่อกลับที่พักเลยจัดเครื่องดื่มย้อมใจกันเสียหน่อย

เช้าวันรุ่งขึ้นได้เวลาลงเกาะ 4 เกาะสุดฮิตในกระบี่นั่นก็คือ อ่าวไร่เลย์ ถ้ำพระนาง เกาะปอดะ ทะเลแหวกนั่นเอง แต่มันเริ่มไม่สนุกก็เพราะคลื่นแรงเกินไป ดำน้ำไม่เห็นอะไรเลย แต่ถ้าเป็นหาดทรายที่เกาะปอดะยังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนทะเลแหวกไม่รู้คนจะเยอะไปไหนเต็มหาดเลยทีเดียว

DSC_0432

1456067982214 (4)

DSC_0433

12828400_936956656353510_2585023408985322058_o

และแล้วเราก็ไม่ได้เห็นทะเลแหวก เพราะกว่าจะแหวกช้าเหลือเกินจนรอไม่ไหว หลังจากขึ้นฝั่งก็อาบน้ำและหาอาหารอร่อยๆๆทาน คราวนี้อร่อยจริงๆๆ ของสดด้วย (แถวๆๆสวนสาธารณะธารา กว่าจะถึงร้านก็พาหลงอีกตามเคย พาไปทางลัด เค้าเลยจำทางไม่ค่อยได้ค๊าบบ) ทานอาหารเสร็จชมวิวที่เขาบนาบน้ำกันต่อ

DSC_0457

เช้าวันถัดมาเราก็ไปแวะเที่ยวกันต่อที่ “สระมรกต” (หลงอีกแล้วค๊าบบ ก็เค้าทำถนนใหม่หนูจำไม่ได้ 555++) เราเดินผ่านสระแก้ว สระมรกต (ที่เล่นน้ำได้) เพื่อไปยัง “บ่อน้ำผุด” ที่เป็นต้นกำเนิดของสระมรกตที่มีลักษณะเป็นตาน้ำสีฟ้าอมน้ำเงินสวยใส เกิดมาจากน้ำใต้ดินที่ผุดขึ้นมาผ่านชั้นหินที่มีแร่ธาตุต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง

DSC_0459-crop

…และแล้วการเดินก็ได้สิ้นสุดลงที่หาดใหญ่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้ การเดินทางมีทั้งสนุก ทั้งเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ความทรงจำดีดี เกิดขึ้นมากมายบรรยายได้ไม่หมด ภาพก็เยอะแยะมากมายเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว เลือกมาเฉพาะที่ชอบสุดๆๆ สิ่งที่จำไม่ลืมในทริปนี้คงจะเป็นชิดซ้ายกลับรถ เราหลงแล้ว อุทาหรณ์สอนใจในทริปนี้เปิด GPS เถอะเพื่อความสะดวกในการเดินทาง แต่จงระวังพี่ Google พาหลงด้วยนะค๊าบบ ขอบคุณพี่ๆๆทุกคนที่พาน้องไปเที่ยว…

 

 

 

 

 

 

About the author

Nok

Leave a Comment

Shares
Loading...