ชมศิลปะพระราชนิยม ณ วัดราชโอรสาราม

ชอบไหม?

สวัสดีครับ ผมเพิ่งเขียนรีวิวเป็นครั้งแรก ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะครับ สำหรับรีวิวแรกที่ผมจะเขียนนั้น เป็นเรื่องของวัดวัดหนึ่ง (รีวิวของผมจะเน้นเรื่องวัดเป็นหลักนะครับ) ซึ่งเป็นวัดที่ผมผูกพันมากที่สุด จึงได้เลือกมาเขียนเป็นวัดแรก วัดนั้นก็คือ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เรียกกันสั้น ๆ ว่า วัดราชโอรส ครับ
เหตุที่ผมบอกว่าวัดนี้เป็นวัดที่ผมผูกพันที่สุดก็เป็นเพราะว่า ผมเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนวัดราชโอรสครับ เรียนที่นี่มาตั้งแต่ ม.๑ (ปี ๒๕๔๘) จนถึง ม.๖ (ปี ๒๕๕๔) เลย โรงเรียนนี่จะอยู่ติดกับวัดเลย เดินออกประตูโรงเรียนปุ๊บ เดินตรงไปก็จะเข้าเขตวัดพอดี โรงเรียนก็มีกิจกรรมหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับวัด อย่างเช่น ทุกวันตอนเย็นหลังเลิกเรียน จะมีกิจกรรมให้นักเรียนไปสวดมนต์ที่วัด ซึ่งจริง ๆ ตามตารางแล้วเขากำหนดให้แค่อาทิตย์ละครั้ง แต่บางคนฟิตจัดก็สวดทุกวันเลย หรือบางคนสวดวันเดียว ๒-๓ รอบก็มี คือกะเอาคะแนนว่างั้น หรือจะเป็นนักเรียนชั้น ม.๑ กับ ม.๔ ก็จะต้องเข้าค่ายอบรมพัฒนาจิตที่วัดนี้เช่นกัน นุ่งขาวห่มขาว ถือศีล ๘ รับการอบรมต่าง ๆ จากพระอาจารย์ ในเวลาปกติก็จะมีพระอาจารย์ไปสอนวิชาพระพุทธศาสนา และทุกเช้าวันพฤหัสบดีก็จะมีพระอาจารย์มาเทศน์ที่หน้าเสาธง ต่อด้วยกิจกรรมทำบุญตักบาตร ไม่รู้ว่าทุกวันนี้ยังมีการเข้าค่ายอบรมพัฒนาจิตอยู่รึเปล่า แต่การเทศน์และทำบุญตักบาตรน่าจะยังมีอยู่ มาเข้าเรื่องของวัดราชโอรสเลยดีกว่า จริง ๆ ภาพในรีวิวนี้ ผมไม่ได้ถ่ายมาในวันเดียว ผมมีโอกาสได้ไปวัดนี้อยู่หลายครั้ง บางทีไปแล้วก็เจอมุมใหม่ ๆ ก็ถ่ายเก็บไว้ และจะได้มานำเสนอในรีวิวนี้

102906644

มุมที่สวยที่สุดของวัด
วัดราชโอรสารามเป็นวัดที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดจอมทองครับ แล้วทีนี้ในสมัยรัชกาลที่ ๒ มีข่าวว่าพม่าจะยกทัพมาทางกาญจนบุรี รัชกาลที่ ๒ ก็โปรดเกล้าฯ ให้รัชกาลที่ ๓ ที่ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็น กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ยกทัพไปปราบ ระหว่างทางได้เสด็จผ่านวัดนี้ ทรงแวะพักประกอบพิธีเบิกโขลนทวารและทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่าหากรบชนะ จะทรงปฏิสังขรณ์วัดนี้ ปรากฏว่าพม่าไม่ได้ยกทัพมาจริงตามข่าว กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์จึงได้ทำการปฏิสังขรณ์วัดจอมทองตามที่ทรงตั้งสัตยาธิษฐานไว้ ใช้เวลา ๑๔ ปีจึงแล้วเสร็จ รัชกาลที่ ๒ ได้พระราชทานนามให้วัดว่า วัดราชโอรส เพราะเป็นวัดที่พระราชโอรสของพระองค์ทรงสร้าง
วัดนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๓ ครับ ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าวัดราชนัดดารามเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๓ เพราะอยู่ใกล้ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ที่มีพระบรมรูปของพระองค์ท่านประดิษฐานอยู่ แต่ว่าวัดราชนัดดารามนั่นเป็นวัดที่พระองค์ทรงสร้างพระราชทานให้สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี (ต่อมาได้เป็นพระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๔) ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของพระองค์เท่านั้นครับ

122174112
พระอุโบสถ วัดราชโอรสาราม

ศิลปกรรมในวัดนี้จะเป็นแบบพระราชนิยมของรัชกาลที่ ๓ คือมีศิลปะแบบจีนเข้าไปผสมผสานอยู่ วัดหลายวัดที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ก็จะมีศิลปะแบบนี้แหละครับ ตามพระอุโบสถ หรือพระวิหารต่าง ๆ ก็จะไม่มีช่อฟ้า ใบระกาเหมือนวัดทั่วไป

111380512
พระเจดีย์แบบจีนที่เรียกว่า ถะ

122174318
พระประธานในพระอุโบสถมีนามว่า พระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร ซึ่งครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อผมยังคิดเลยว่าทำไมยาวขนาดนี้ แต่เปล่าครับ แค่นี้ยังสั้น ๆ ในวัดนี้ หรือในวัดอื่น ๆ ยังมีพระพุทธรูปที่ชื่อยาวกว่านี้ครับ

111385446
วัดประจำรัชกาลที่ ๓ ก็ต้องมีพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระองค์ท่าน เคยมีคนเล่าตำนานให้ฟังว่า ช่างที่เขียนภาพนี้ฝันเห็นรัชกาลที่ ๓ พอตื่นขึ้นมาก็ติดตาจนเอามาวาด ก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่าจริงรึเปล่า อ้อ! ลืมบอกไปว่า โรงเรียนของผมเนี่ย สำหรับนักเรียนชั้น ม.๑ และ ม.๔ ที่เข้าใหม่จะต้องทำพิธีถวายตัวกับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เหมือนถวายตัวเป็นลูกของพระองค์ท่าน แล้วนักเรียน ม.๓ กับ ม.๖ ที่กำลังจะจบก็ต้องทำพิธีถวายบังคมลา เชื่อกันว่าใครที่ไม่ได้ทำพิธีถวายบังคมลา จะเรียนไม่จบจากที่นี่

111380689
ใต้ต้นพิกุลข้างพระอุโบสถ มีแท่นที่ประทับของรัชกาลที่ ๓ อยู่ด้วย ซึ่งเมื่อครั้งเสด็จมาทรงคุมงานปฏิสังขรณ์วัดราชโอรสารามพระองค์ก็จะเสด็จมาประทับบนพระแท่นนี้ และเคยตรัสไว้ว่า หากพระองค์สวรรคตเมี่อใด จะมาอยู่ที่ต้นพิกุลนี้

111385076

DSCF0584

122174156
ด้านหลังพระอุโบสถ จะเป็นพระวิหารหลังใหญ่ที่ประดิษฐานพระนอนครับ เป็นพระนอนที่องค์ใหญ่ที่สุดในกรุงธนบุรี มีนามว่า พระพุทธไสยาสน์นารถชนินทร์ ชินสากยบรมสมเด็จ สรรเพชญพุทธบพิตร ชื่อนี้อ้างอิงจากฐานขององค์พระนะครับ มีจารึกไว้เลย

122174137
ที่รอบ ๆ พระวิหารพระนอนนี้ มีพระเจดีย์ประดิษฐานรายรอบอยู่ทั้งหมด ๓๒ องค์ ผมเคยไปนับมาแล้ว ก็ได้ ๓๒ องค์จริง ๆ

111380685

111380527

111380525

บริเวณพระวิหารของพระนอนนั้นมีตุ๊กตาจีนประดับอยู่มากมาย ซึ่งหลาย ๆ วัดที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ก็มักจะเป็นแบบนี้ ตุ๊กตาจีนพวกนี้เรียกว่า อับเฉา ก็คงจะเคยได้ยินกันนะครับว่ารัชกาลที่ ๓ ทรงค้าขายเก่งมาก โดยเฉพาะกับประเทศจีน จนรัชกาลที่ ๒ ตรัสล้อว่าเป็นเจ้าสัว ซึ่งสมัยโบราณเขาก็จะขนสินค้ากันไปทางเรือสำเภาที่ใช้แรงลมในการขับเคลื่อน ทีนี้ขากลับ เรือมันจะเบา เพราะสินค้าขายไปหมดแล้ว ก็เลยมีการซื้อตุ๊กตาหินพวกนี้กลับมาเพื่อถ่วงไม่ให้เรือถูกลมพัดอับปาง แล้วรัชกาลที่ ๓ ก็โปรดเกล้าฯ ให้นำตุ๊กตาจีนพวกนี้ไปประดับตามวัดต่าง ๆ

112346926

112346923
บริเวณระเบียงคดรอบพระวิหารพระนอนนั้น มีจารึกตำรายาสมัยโบราณติดอยู่ด้วยครับ ก็จะรูปแบบคล้าย ๆ กับวัดโพธิ์นั่นแหละครับ

122174332
ศาลาการเปรียญ ก็เป็นศิลปะแบบจีนเช่นกัน ด้านในประดิษฐานพระประธานปางแปลกที่หาชมได้ยาก นั่นคือปางประทานธรรม เป็นปางที่องค์พระจะถือตาลปัตรปิดหน้า

111380682

111380681
องค์พระประธานปางประทานธรรมองค์นี้มีนามว่า พระพุทธชัยสิทธิธรรมนาท ที่ตรงกลางตาลปัตรจะเป็นแผ่นใส ๆ เลยสามารถมองเห็นพระพักตร์ขององค์พระได้เล็กน้อย

111380518
วัดนี้มีพระพุทธรูปอยู่สามอิริยาบถด้วยกัน โดยในงานวัดของทุกปี ในป้ายโฆษณาเขาก็จะเชิญให้มากราบหลวงพ่อโตสามอิริยาบถนี่แหละครับ ซึ่งผมก็ได้นำชมพระนั่ง และพระนอนไปแล้ว ต่อไปจะเป็นอิริยาบถที่สาม นั่นคือ พระยืน ภาพด้านบนนี่คือพระวิหารพระยืน ซึ่งเคยเป็นพระอุโบสถเดิมสมัยที่ยังเป็นวัดจอมทองอยู่

111380522

111380520

103718804
พระยืนเป็นพระพุทธรูปสูงใหญ่ครับ ซึ่งพระวิหารแห่งนี้เป็นอีกสถานที่ที่มีความทรงจำสำหรับผม คืออย่างที่ผมได้บอกไปในข้างต้นครับว่านักเรียน ม.๑ และ ม.๔ จะต้องมาเข้าค่ายพัฒนาจิตที่วัดนี้ แล้วเขาจะใช้พระวิหารพระยืนนี่แหละครับเป็นที่สำหรับรับประทานอาหารและดื่มน้ำปานะ คือไม่ใช่แค่ในพระวิหารอย่างเดียว ยังมีบริเวณด้านข้างพระวิหารด้วย ก็คือไม่ใช่อะไรหรอกครับ เป็นเพราะพระวิหารพระยืนอยู่ติดกับที่พักนั่นเอง

111385084
ลานด้านหน้าพระวิหารพระยืน เวลาที่เข้าแถวรวมตัวเพื่อไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็จะมีที่หน้าพระวิหารนี่แหละครับ

111385078
นี่แหละครับ อาคารที่พักของนักเรียนที่มาเข้าค่ายอบรมพัฒนาจิต ทีแรกเลย ตอนที่ยังไม่ได้มาเข้าค่าย ผมจินตนาการไปว่า สงสัยต้องนอนในกลด หรือนอนในกุฏิพระที่เป็นเรือนไม้ แต่ไม่เลยครับ มีอาคารที่พักให้แบบนี้เลย ห้องนอน ห้องน้ำหรู แต่ไม่มีเตียงนะ เพราะถือศีล ๘ ไงครับ แล้วหนึ่งในแปดข้อนั้นก็มีอยู่ข้อหนึ่งที่ระบุไว้ว่าจะต้องไม่นอนบนเตียงที่ยกสูงขึ้นมาจากพื้น

112346928
ด้านหน้าพระวิหารพระยืน มีพระเจดีย์องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ และมีอัฐิของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์บรรจุอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับนั้นเป็นเจ้าจอมองค์สุดท้ายในรัชกาลที่ ๕ ท่านคิดค้นตำรับอาหารไทยขึ้นมาหลายอย่าง ซึ่งน้ำพริกลงเรือก็เป็นหนึ่งในอาหารที่ท่านคิดค้นขึ้น ท่านมีอายุที่ยืนยาวมาจนถึงรัชกาลปัจจุบันเลยทีเดียว นอกจากนี้ ท่านยังเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความรักที่มั่นคง โดยท่านได้รับพระราชทานกำไลทองคำจากรัชกาลที่ ๕ แล้วท่านก็สวมใส่ไว้ตลอด แม้รัชกาลที่ ๕ จะสวรรคตไปแล้ว ท่านสวมใส่ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิตท่านเลย

111380715
ออกจากพระวิหารพระนอนแล้ว เราก็จะพบแท่นอีกแท่นหนึ่ง ที่จารึกไว้ว่า แท่นพ่อเสือรัชกาลที่ ๓ แต่แท้จริงแล้วเป็นแท่นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าเสือ แห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเวลาที่พระองค์จะเสด็จไปทรงเบ็ดที่คลองโคกขาม สมุทรสาคร ก็จะทรงแวะมาพักที่วัดนี้ ซึ่งการที่สมเด็จพระเจ้าเสือทรงโปรดการทรงเบ็ด ก็เป็นที่มาที่ทำให้เกิดเรื่องของพันท้ายนรสิงห์ขึ้นนั่นแหละครับ

111385051

111385069
คลองหน้าวัด (สมัยนี้คงกลายเป็นหลังวัดไปแล้ว) มีวังมัจฉาด้วย สามารถให้อาหารปลาได้ จะซื้อขนมปังจากฝั่งของวัด หรือจะข้ามสะพานไปซื้อจากบ้านของชาวบ้านแถวนั้นก็ได้ตามแต่สะดวกครับ

111399609

หากท่านใดที่กำลังยืนให้อาหารปลาอยู่ อาจจะเห็นวิหารทรงจีนหลังเล็ก ๆ อยู่ริมน้ำ ถ้าลองเดินเข้าไปดูก็จะพบกับพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งนามว่า พระสิทธารถ (สิด-ทาด) เป็นพระพุทธรูปที่ว่ากันว่าใบ้หวยแม่นมาก ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ ๓ จะมีหวยที่เรียกว่า หวย ก ข คนที่เล่นก็จะมาขอพรจากพระสิทธารถองค์นี้นี่แหละครับ ซึ่งความแม่นทำให้เจ้ามือหวยนี่เดือดร้อนไปตาม ๆ กัน เจ้ามือหวยไม่พอใจจึงเอาตะปูไปตอกที่พระเนตรขององค์พระ ตอนหลังก็คนไปเอาออกมาให้และบูรณะใหม่ องค์ที่เห็นอยู่นี้เป็นองค์จำลอง องค์จริงได้มีการย้ายไปประดิษฐานที่อื่นแล้ว

ท่านที่ต้องการเดินทางมาวัดราชโอรสารามนะครับ มีรถเมล์หลายสายเลยที่ผ่าน ทั้งสาย ๔๓,๑๒๐,๑๖๗ หรือสามารถขึ้นรถซูบารุสาย ๑๕ บริเวณสถานีรถไฟตลาดพลู หรือบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสวุฒากาศก็ได้ นอกจากนี้ก็ยังมีรถซูบารุสายดาวคะนอง-วัดสิงห์ ซึ่งก็ผ่านหน้าปากซอยของวัดเหมือนกันครับ แต่จะต้องเดินเข้าซอยไปลึกหน่อยนะครับ
ก็จบลงไปแล้วสำหรับการรีวิวครั้งแรกของผม ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วย สามารถติชมได้เต็มที่เลยนะครับ

About the author

Golf Watraj

Leave a Comment

Shares
Loading...