ชมจิตรกรรมภาพสีปูนเปียก วัดราชาธิวาส

สำหรับวัดที่ผมจะรีวิวในครั้งนี้ เป็นอีกวัดที่อยู่ในเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นวัดที่สวยและมีความแปลกตามากวัดหนึ่ง วัดนั้นคือ วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร
วัดราชาธิวาสนั้นเดิมมีนามว่า วัดสมอราย มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นที่จำพรรษาของรัชกาลที่ ๔ เมื่อครั้งทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ขณะที่ทรงผนวชนั้น ได้ทรงก่อตั้งธรรมยุติกนิหายขึ้นที่วัดนี้ด้วย ก่อนที่ต่อมารัชกาลที่ ๓ จะนิมนต์พระองค์ไปเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อสิ้นรัชกาลที่ ๓ แล้ว จึงทรงลาสิกขาออกมาแล้วขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่ ๔

115798298

ก่อนอื่น เราจะไปชมพระอุโบสถกัน พระอุโบสถของวัดราชาธิวาสนั้นสร้างโดยศิลปะขอม มีการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๔ โดยใช้ฐานของพระอุโบสถเดิมที่ชำรุดทรุดโทรมมากแล้ว พระอุโบสถที่เป็นศิลปะขอมนี้ออกแบบโดย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ผู้มีผลงานมากมาย เช่น ทรงพระนิพนธ์เพลงสรรเสริญพระบารมี ทรงออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร ทรงออกแบบตราประจำกรุงเทพมหานคร เป็นต้น

DSCF2228

DSCF2233

DSCF2230

115798334
มองมุมไหนก็สวย

115798320
มีพระสัมพุทธพรรณี (จำลอง) เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ส่วนพระสัมพุทธพรรณีองค์จริงประดิษฐานในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

115798329
นอกจากพระสัมพุทธพรรณีแล้ว ยังมี พระนิรันตราย อีกองค์หนึ่ง ซึ่งพระนิรันตรายนั้น รัชกาลที่ ๔ โปรเกล้าฯ ให้หล่อถวายพระอารามในธรรมยุติกนิกาย และวัดราชาธิวาสแห่งนี้ก็เป็นจุดกำเนิดของนิกายนี้ จึงไม่มีพระนิรันตรายไม่ได้

115798307
บริเวณมุขด้านหลังของพระสัมพุทธพรรณี มีพระพุทธรูปนามว่า พระสัมพุทธวัฒโนภาส ประดิษฐานอยู่อีกองค์หนึ่ง ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระประธานเดิมของวัดราชาธิวาสมาก่อน

DSCF2242
มุมกว้างของพระอุโบสถ สิ่งที่น่าชมเมื่อเข้ามาในพระอุโบสถนี้คือ จิตรกรรมฝาผนังเรื่อง พระเวสสันดรชาดก ซึ่งพูดขึ้นมาแค่นี้หลายท่านก็อาจจะคิดว่า มันน่าชมตรงไหน วัดอื่น ๆ ก็มีแบบนี้ แต่จิตรกรรมของวัดนี้ไม่เหมือนที่อื่นครับ เพราะเป็นจิตรกรรมเรื่องพระเวสสันดรที่วาดออกมาในรูปแบบของตะวันตก รวมไปถึงเทคนิคที่ใช้ในการวาดก็เป็นเทคนิคที่เรียกว่า สีปูนเปียก หรือ Fresco ซึ่งเป็นการวาดภาพลงไปในขณะที่ปูนยังไม่แห้ง สีจะซึมลึกลงไปในเนื้อปูน ทำให้อยู่คงทนนานนับสิบ ๆ ร้อย ๆ ปี อย่างจิตรกรรมของวัดราชาธิวาสนี้ก็วาดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖ แต่ยังคงอยู่ถึงตอนนี้โดยไม่ลบเลือนเหมือนจิตรกรรมของหลาย ๆ วัด แต่เทคนิคนี้ก็ยากมาก เพราะหากวาดผิดไปนิดเดียว จะต้องรื้อปูนออก ฉาบปูนใหม่แล้ววาดใหม่หมด คนที่จะวาดได้ต้องมีฝีมือจริง ๆ ผู้ที่วาดภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดราชาธิวาคือ นายซี ริโกลี ชาวอิตาลีผู้วาดภาพบนเพดานในโดมพระที่นั่งอนันตสมาคม ส่วนผู้ที่ร่างภาพคือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
ผมถ่ายภาพจิตรกรรมมาทุกภาพ และจะขอถือโอกาสเล่าเรื่องพระเวสสันดรประกอบภาพไปเลย

DSCF2243

DSCF2244
พระเวสสันดรเป็นโอรสของพระเจ้าสัญชัยและพระนางผุสดี แห่งเมืองสีพี พระองค์ทรงโปรดในการให้ทาน ไม่ว่าใครมาขออะไร พระองค์ก็จะให้โดยไม่มีข้อแม้ จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีพราหมณ์จากเมืองกลิงคราษฎร์มาขอพระราชทานช้างคู่บ้านคู่เมืองสีพีที่มีนามว่า ปัจจัยนาเคนทร์ ไป พระเวสสันดรก็ยกให้

DSCF2245

DSCF2248
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ชาวเมืองสีพีไม่พอใจมาก เรียกร้องให้พระเจ้าสัญชัยเนรเทศพระเวสสันดรออกจากเมือง ท้ายที่สุดแล้ว พระเวสสันดรก็ต้องออกจากเมือง โดยที่พระนางมัทรีผู้เป็นชายา ชาลีและกัณหาซึ่งเป็นโอรส-ธิดาก็ได้ตามไปด้วย ในระหว่างทาง แม้จะมีผู้มาขอพระราชทานราชรถหรือม้า พระเวสสันดรก็ยังทรงยกให้ ทำให้สี่กษัตริย์ต้องเดินเท้าเข้าป่าไปอย่างยากลำบาก

DSCF2254
ขณะเดียวกัน ที่ตำบลทุนนวิฐ มีพราหมณ์เฒ่าหน้าตาอัปลักษณ์คนหนึ่งนามว่า ชูชก ได้ให้เพื่อนยืมเงินไป แต่เพื่อนไม่มีเงินจ่ายหนี้ จึงยกลูกสาวนามว่า นางอมิตตดาให้เป็นเมียชูชก ซึ่งนางอมิตตดาก็ดูแลปรนนิบัติชูชกเป็นอย่างดีจนถูกเมียของพราหมณ์คนอื่นหมั่นไส้ ชูชกเกรงว่าเมียรักจะถูกว่าไปมากกว่านี้ จึงคิดจะทำงานบ้านแทน แต่นางอมิตตดาก็แนะนำให้ไปขอชาลีและกัณหาจากพระเวสสันดรมาเป็นเด็กรับใช้ ชูชกจึงเดินทางไปยังป่าเขาวงกตซึ่งขณะนี้พระเวสสันดรตั้งอาศรมบวชเป็นฤๅษีอยู่ แต่แล้วก็ถูกสุนัขของพรานเจตบุตรไล่กัดจนต้องหนีขึ้นต้นไม้

DSCF2249
พรานเจตบุตรเป็นผู้ที่นำทางพระเวสสันดร พระนางมัทรีพร้อมด้วยโอรส-ธิดาเข้ามาในป่าเขาวงกตแห่งนี้ ชูชกได้หลอกพรานเจตบุตรว่าเป็นคนจากเมืองสีพี นำข่าวมาแจ้งแก่พระเวสสันดร พรานเจตบุตรจึงชี้ทางให้ชูชกไปยังอาศรมของพระเวสสันดร

DSCF2255
ต่อมาชูชกได้พบกับอัจจุตฤๅษี ก็ไปโกหกอัจจุตฤๅษีแบบเดียวกับที่โกหกพรานเจตบุตร

DSCF2258
ชูชกได้เข้าพบพระเวสสันดร และกล่าวอ้างถึงพระเวสสันดรว่ามีน้ำพระทัยที่กว้างใหญ่ประดุจแม่น้ำทั้งห้า (เป็นที่มาของสำนวนชักแม่น้ำทั้งห้า) ก่อนจะเข้าเรื่องว่าจะขอมาชาลีและกัณหาไปเป็นเด็กรับใช้ พระเวสสันดรก็ยกให้ เมื่อสองกุมารรู้ว่าพระบิดาจะยกพวกตนให้ชูชก จึงพากันหนีไปหลบในสระบัว แต่พระเวสสันดรก็รู้และได้มาขอให้สองกุมารยอมขึ้นจากสระบัว เพราะพระเวสสันดรจะต้องบำเพ็ญทานบารมีเพื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในชาติหน้า สองกุมารจึงยอมไปกับชูชก

DSCF2264
ขณะนั้น พระนางมัทรีเข้าไปหาผลไม้ในป่า ระหว่างทางได้พบสิ่งผิดปกติมากมาย ทำให้พระนางมัทรีไม่สบายใจ คิดสังหรณ์ใจว่าอาจจะเป็นลางร้ายอะไรบางอย่าง และยังมีเทวดาสามองค์แปลงกายเป็นสิงโต เสือโคร่ง และเสือเหลืองมาขวางหน้าไม่ให้พระนางมัทรีกลับไปที่อาศรมได้ เพราะหากกลับไปที่อาศรม พระนางมัทรีจะต้องค้านไม่ให้พระเวสสันดรยกชาลีและกัณหาให้ชูชก แล้วพระเวสสันดรก็จะบำเพ็ญทานบารมีไม่สำเร็จ

DSCF2266
ต่อมาพระอินทร์เกรงว่าหากมีคนมาขอพระนางมัทรีแล้วพระเวสสันดรยกให้ไป พระเวสสันดรจะลำบากเพราะไม่มีคนคอยหาผลไม้ให้ จึงได้แปลงกายเป็นพราหมณ์ลงมาขอพระราชทานพระนางมัทรี พระเวสสันดรก็ยกให้ ก่อนที่พราหมณ์จะกลับคืนร่างเป็นพระอินทร์ดังเดิมและบอกพระเวสสันดรว่า ขอฝากพระนางมัทรีไว้กลับพระเวสสันดรและห้ามยกให้ใครอีก

DSCF2267
ทางด้านชูชกได้พาสองกุมารหลงจนเข้าเขตเมืองสีพี เมื่อพระเจ้าสัญชัยได้เห็นหลานทั้งสองของตนอยู่กับชูชกจึงได้ไถ่ตัวชาลีและกัณหาคืนมาจากชูชกตามจำนวนทรัพย์สินที่พระเวสสันดรได้ตั้งเอาไว้ เมื่อได้ทรัพย์สินที่มากมายมหาศาลแล้ว ชูชกก็นำเงินไปซื้ออาหารดี ๆ มากิน ซึ่งชูชกไม่เคยกินอาหารดี ๆ แบบนี้มาก่อน จึงกินเข้าไปมากจนท้องแตกตาย (แต่บางตำราในสมัยนี้ เริ่มเปลี่ยนความคิด เริ่มตีความใหม่แล้วว่าชูชกอาจจะไม่ได้ท้องแตกตาย แค่อาหารไม่ย่อย แล้วจึงตายในภายหลัง)

DSCF2269
ต่อมา พระเจ้าสัญชัยและพระนางผุสดี พร้อมด้วยชาลีและกัณหาได้ยกขบวนเข้าไปรับพระเวสสันดรและพระนางมัทรีกลับคืนมา หกกษัตริย์ดีใจมากที่ได้เจอกันอีกจนเป็นลมไปทั้งหมด เทวดาได้บันดาลให้ฝนโบกขรพรรษตกลงมาต้องกายของหกกษัตริย์ จึงฟื้นคืนสติอีกครั้ง ซึ่งฝนโบกขรพรรษนั้นเป็นฝนสีแดงทับทิม หากปรารถนาจะให้เปียก ก็จะเปียก หากไม่ปรารถนาให้เปียกก็จะไม่เปียก หลังจากในเรื่องพระเวสสันดรแล้ว ฝนโบกขรพรรษได้ตกอีกครั้งในตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับมาโปรดพระประยูรญาติ ณ กรุงกบิลพัสดุ์ และเป็นเหตุให้พระพุทธเจ้าตรัสเล่าเรื่องพระเวสสันดรที่มีฝนโบกขรพรรษตกเช่นเดียวกัน
มีเกร็ดของเรื่องในจุดนี้ด้วยครับ คือในตอนที่พระเวสสันดรยกชาลีและกัณหาให้ชูชกไปนั้น สองกุมารโกรธพระบิดามาก และพากันอธิษฐานว่าจะไม่ขอเกิดเป็นลูกของพระเวสสันดรอีก แต่เมื่อได้กลับมาพบกันแล้ว ชาลีก็หายโกรธ ให้อภัยพระเวสสันดรไป ทำให้กัณหาโกรธชาลีมากที่ไม่รักษาสัญญา จึงอธิษฐานว่าจะไม่ขอเกิดเป็นน้องของชาลีอีก ส่งผลให้ในชาติต่อมา ชาลีได้เกิดเป็นพระราหุล ที่เป็นโอรสของพระพุทธเจ้าซึ่งก็คือพระเวสสันดร ส่วนกัณหาได้ไปเกิดเป็นภิกษุณีนามว่า อุบลวรรณาเถรี ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับพระพุทธเจ้าหรือพระราหุลเลย

DSCF2274
ในที่สุดพระเวสสันดรก็เสด็จกลับสู่เมือง ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ เมื่อสิ้นพระชนม์แล้วก็ไปบังเกิดเป็นเทพบุตรบนสวรรค์ชั้นดุสิต ก่อนที่จะจุติลงมายังโลกมนุษย์เป็นเจ้าชายสิทธัตถะ แล้วตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
เล่ามาเสียยืดยาว ทีนี้เราก็จะออกมานอกพระอุโบสถ ซึ่งหลังพระอุโบสถนั้นมีพระเจดีย์อยู่องค์หนึ่ง ภาพนี้ผมถ่ายมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๘ ขณะนี้พระเจดีย์อยู่ระหว่างการบูรณะ

115798339

115798336
พระพุทธรูปศิลปะแบบชวา ทำจากหินภูเขาไฟ

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เมื่อมาถึงวัดราชาธิวาสนั่นก็คือ ศาลาการเปรียญ ที่เป็นศาลาหลังใหญ่ จำลองแบบจากศาลาการเปรียญของวัดใหญ่สุวรรณาราม จ.เพชรบุรี ขณะนี้ศาลาการเปรียญกำลังมีการบูรณะอยู่ที่ภายใน แต่ภายนอกยังคงถ่ายได้สวย ๆ

DSCF2227

115798376

115798368

115798361
ไม่ไกลจากบริเวณศาลาการเปรียญนัก จะมีมุมให้ไหว้พระขอพร มีพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายประดิษฐานอยู่

115798410
พระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกิริยา พร้อมด้วยปัญจวัคคีย์ทั้งห้า โดยในตอนที่พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญทุกรกิริยานั้น โกณฑัญญะ พราหมณ์ที่เคยมาทำนายว่าพระพุทธเจ้าจะออกบวชแน่นอนเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าแรกประสูติ ได้นำพรรคพวกอีก ๔ คนรวมเป็นกลุ่มปัญจวัคคีย์มาคอยดูแลปรนนิบัติพระพุทธเจ้า และหวังว่าเมื่อพระพุทธเจ้าบรรลุธรรมแล้วจะนำธรรมนั้นมาสอนแก่พวกตน แต่เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา ก็เหมือนกับว่าปัญจวัคคีย์ทั้งห้าหมดศรัทธา ทั้ง ๆ ที่ทรงอุตส่าห์บำเพ็ญมาเสียนาน จึงพากันหนีจากพระพุทธเจ้าไปหมด
ครั้นพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ได้ทรงนึกถึงปัญจวัคคีย์ทั้งห้าที่ขณะนั้นอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน จึงเสด็จไปหา ในตอนแรก ปัญจวัคคีย์ทั้งห้าไม่ยอมรับพระพุทธเจ้า แต่เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ด้วยพระบารมีและความสง่างาม ก็ทำให้ปัญจวัคคีย์ทั้งห้านอบน้อมต่อพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม โกณฑัญญะก็เกิดดวงตาเห็นธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา

115798404

115798438
หลวงพ่อนาค พระพุทธรูปปางนาคปรก ศิลปะลพบุรี อัญเชิญมาจากลพบุรีในสมัยรัชกาลที่ ๖

DSCF1579
วัดราชาธิวาสเป็นวัดที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภาพนี้ผมถ่ายตอนนั่งเรือผ่านวัดนี้

115798393
สามารถทำบุญให้อาหารปลาได้ตามอัธยาศัย

cats
ขอปิดท้ายด้วยภาพนี้ครับ เป็นภาพของพระนอนที่มีนามว่า พระนิพพานทรงญาณ เป็นพระพุทธรูปปางทรงพระสุบิน (อย่างที่ผมบอกครับว่าพระนอนยังมีแยกย่อยออกไปอีกหลายปาง ซึ่งปางทรงพระสุบินก็มาจากพุทธประวัติในตอนก่อนที่จะทรงตรัสรู้ เจ้าชายสิทธัตถะทรงพระสุบิน เมื่อทำนายฝันด้วยพระองค์เองก็ได้ความว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า) องค์ในภาพนี้เป็นองค์จำลอง ประดิษฐานในตู้หน้าโรงเรียนวัดราชาธิวาส องค์จริงจะประดิษฐานอยู่ในห้องประชุมชั้น ๖ ตึกไชยันต์ โรงเรียนวัดราชาธิวาสนั่นเอง
สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางมาวัดราชาธิวาสนะครับ ก็สามารถโดยสารรถเมล์ได้หลายสายครับ ได้แก่ ๓,๙,๑๖,๑๙,๓๐,๓๒,๓๓,๔๙,๖๔,๖๕,๑๑๐,๕๐๕,๕๒๔ ต้องเดินเข้าไปในซอยเล็กน้อย ปากซอยของวัดจะอยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และโรงเรียนเซนต์คาเบรียลครับ ขอให้เที่ยวให้สนุก ได้บุญกลับไปกันนะครับ

About the author

Golf Watraj

Leave a Comment

Shares
Loading...