ตะลุยตัวเมือง เพชรบุรี ตอนที่ ๒

คราวก่อนผมได้นำเสนอในเรื่องของตัวเมืองเพชรบุรีไป นั่นเป็นการเดินทางไปเพชรบุรีเป็นครั้งที่สองของผม แต่รอบนี้ผมจะได้นำเสนอเกี่ยวกับการไปเที่ยวเพชรบุรีครั้งแรก แต่ได้หยิบมานำเสนอเป็นครั้งที่สอง

การไปเพชรบุรีครั้งแรกผมไปในโครงการไหว้พระ ๙ วัดของขสมก. เขต ๑ อู่บางเขน ที่มีการจัดโปรแกรมไหว้พระ ๙ วัดหลายโปรแกรม ส่วนมากก็จะเป็นจังหวัดที่สามารถไปกลับได้ในวันเดียว เส้นทางการไหว้พระของแต่ละจังหวัดก็จะเน้นวัดที่เป็นวัดดังของแต่ละจังหวัด รวมไปถึงวัดที่ต้องการทุนทรัพย์ในการสร้างหรือปรับปรุงพัฒนาอะไรต่าง ๆ ก็จะมีการทำบุญด้วย ท่านใดที่สนใจก็สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒๕๕๑๐๔๙๒,๐๒๕๕๒๐๕๕๔-๖,๐๒๕๕๑๒๔๙๒ หรือเข้าไปได้ที่เว็บไซต์ POLYBOON/9WAT ครับ

ตอนนั้นผมไม่ได้ไปเพียงแค่เพชรบุรีจังหวัดเดียว แต่ยังมีการควบจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงครามที่เป็นทางผ่านด้วย (โปรแกรมของขสมก. ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ คือสมมติบอกว่าเป็นโปรแกรมไปพิษณุโลก แต่ก็จะมีควบวัดในจังหวัดพิจิตรที่เป็นทางผ่านไปด้วย อะไรแบบนั้น) ในครั้งนั้น จังหวัดสมุทรสาครผมได้ไปที่ วัดเกตุมดีศรีวราราม ที่มีอุโบสถใหญ่ พระประธานสวยงาม พี่น้องชาวเมียนมาร์ก็ไปทำบุญที่นี่กันเยอะมาก ส่วนจังหวัดสมุทรสงครามได้ไปที่ วัดศรัทธาธรรม ที่มีอุโบสถไม้สักทองฝังมุกสวยงามมาก

115479501
พระประธานในอุโบสถ วัดเกตุมดีศรีวราราม

115479656
เจดีย์ วัดเกตุมดีศรีวราราม

115479859
อุโบสถไม้สักทองฝังมุก วัดศรัทธาธรรม

115479830
จิตรกรรมฝาผนังก็เป็นไม้สักทองฝังมุก

พอเข้าเพชรบุรีแล้ว ก็ยังไม่ได้เข้าอำเภอเมืองทันที แต่แวะเที่ยววัดเขาย้อย อ.เขาย้อยก่อน วัดนี้เป็นลักษณะของถ้ำ ด้านในมีพระนอนองค์ใหญ่เป็นประธาน มีลิงด้วยวัดนี้ คนของทางขสมก.จะเตือนว่าถ้าไปให้ถอดรองเท้าไว้ด้วยกันเป็นกลุ่ม ๆ ไม่งั้นเจ้าจ๋ออาจเอาไปเล่นได้

115480236
ทางเข้าสู่ตัวถ้ำ

115480198
พระนอนที่เป็นองค์ประธานในถ้ำ

115480113
พระพุทธรูปปางปาลิไลยก์

ออกจาก อ.เขาย้อย ก็เข้าสู่ อ.บ้านแหลม ที่ตั้งของวัดเขาตะเครา ที่ประดิษฐานขององค์หลวงพ่อทอง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปห้าพี่น้องที่มีตำนานว่าลอยน้ำมาด้วยกัน อีก ๔ องค์ได้แก่ หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา,หลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทรสงคราม,หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน จ.สมุทรปราการ และหลวงพ่อวัดไร่ขิง จ.นครปฐม ซึ่งผมได้มีโอกาสไปกราบสักการะแล้วทั้งห้าองค์

115480511
หลวงพ่อทองวัดเขาตะเครา

ทีนี้ก็จะได้เข้าอำเภอเมืองเสียที วัดแรกที่มีโอกาสได้ไปเยือนในครั้งนั้น คือ วัดมหาธาตุวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๖

115480919
จุดเด่นที่สุดของวัดนี้คือพระปรางค์ห้ายอดที่สร้างด้วยศิลาแลง แต่ทาสีขาวไปหมด ทำให้มองไม่ออกเลยว่าสร้างด้วยศิลาแลง ถ้าไม่ทาสีขาว อาจเห็นเป็นเนื้อศิลาแลงและดูขลังกว่านี้ก็เป็นได้

115480952

115480965

115480672
พระประธานในพระอุโบสถ

115480751
พระพุทธรูปหน้าพระอุโบสถ

ด้านในพระวิหารหลวง ประดิษฐานหมู่พระพุทธรูป องค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง คำว่าทรงเครื่องในที่นี้ไม่ได้หมายถึงอาหารนะครับ แต่หมายถึงพระพุทธรูปที่ทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิราช คือมีมงกุฎ มีเครื่องทรงที่สวยงามเหมือนพระมหากษัตริย์นั่นเอง ซึ่งก็มีที่มาอยู่หลายที่มาด้วยกัน เช่น มาจากพุทธประวัติในตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระวรกายของพระองค์เองให้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช กษัตริย์ที่มีเครื่องทรงอันงดงามเพื่อโปรดพญาชมพูบดี กษัตริย์ผู้หลงในความสวยงามของเมืองและทรัพย์สิน หรืออีกที่มาก็คือหมายถึง พระศรีอาริยเมตไตรย พระพุทธเจ้าที่จะมาตรัสรู้เป็นพระองค์ต่อไป ซึ่งขณะนี้เป็นเทพบุตรอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต

115480784

115480803

115480843
จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ

115480897
บานหน้าต่างพระวิหารหลวง

อย่างที่ผมบอกในรีวิวตอนก่อนหน้านี้ว่า ศิลปะขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบุรีนั้นก็คือ ศิลปะการปั้นปูนสด และที่วัดมหาธาตุแห่งนี้ก็มีศิลปะการปั้นปูนสดอยู่ด้วย เป็นของที่มีมาแต่โบราณ

115480871

115480874

115481012
แม้แต่ห่างหงส์ของพระวิหารก็เป็นศิลปะการปั้นปูนสด

115481059
อาคารพิพิธภัณฑ์ของวัดมั้ง (จำไม่ได้เหมือนกัน)

115481023
หลวงพ่ออู่ทอง ประดิษฐานในพระวิหารน้อย พระพุทธรูปศิลปะอู่ทองจะสังเกตได้ว่าพระขนง (คิ้ว) ขององค์พระจะต่อเป็นเส้นเดียวกัน พระพักตร์เหลี่ยม บางองค์ดวงตาอาจดูดุดัน และบางองค์ที่บริเวณพระนลาฏ (หน้าผาก) ก็อาจมีลักษณะคล้าย ๆ เส้นอะไรคาดอยู่ (แต่องค์นี้ไม่มี)

115481073
พระเจดีย์ในบริเวณวัด

วัดมหาธาตุเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณตัวเมืองจริง ๆ หาที่จอดรถยากมาก ตอนที่ผมไปคนของขสมก.ต้องขอให้ทำเวลานิดหนึ่งในขณะที่เข้ากราบสักการะที่วัดนี้ เพราะรถไม่มีที่จอด ต้องออกมาให้ทันตอนที่รถ (เป็นรถเมล์ที่ใช้รับส่งทั่วไปนั่นแหละ แต่เป็นรถแอร์) วนกลับมารับที่วัดพอดี
วัดต่อไปก็เป็นวัดที่สำคัญอีกวัดหนึ่งของเพชรบุรี หากไม่ได้มาที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงเพชรบุรีครับ วัดนั้นก็คือ วัดใหญ่สุวรรณารามราชวรวิหาร ดูจากการที่มีสร้อยนามลงท้ายว่า ราชวรวิหาร ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นพระอารามหลวง คือวัดไหนก็ตามที่มีคำลงท้าย ราชวรมหาวิหาร ราชวรวิหาร วรมหาวิหาร หรือวรวิหาร แสดงว่าวัดนั้นเป็นพระอารามหลวง และบางวัดถึงไม่มีคำลงท้ายก็ถือเป็นพระอารามหลวงเช่นกัน ขอย้ำว่าบางวัดเท่านั้นนะครับ

วัดใหญ่สุวรรณารามนี้ เดิมมีชื่อว่า วัดใหญ่ ต่อมาได้รับการปฏิสังขรณ์โดย สมเด็จพระสังฆราช (แตงโม) ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์เป็น พระสุวรรณมุนี ชาวบ้านจึงได้เรียกนามเดิมของวัดควบกับสมณศักดิ์ของท่านว่า วัดใหญ่สุวรรณาราม โดยที่สมเด็จพระสังฆราชแตงโมนั้นท่านเป็นคนเพชรบุรี และเคยบวชเรียนที่นี่มาก่อน

115481547
รูปหล่อสมเด็จพระสังฆราช (แตงโม)

115481498
พระอุโบสถ ดูเก่าแก่และขลังมาก เป็นศิลปะแบบอยุธยา เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง อาทิเช่น ขุนศึก (ฉบับช่อง ๓ ที่นำแสดงโอยอั้ม-อธิชาติ) หรือจะเป็น สุริโยไท

115481535
พระประธานในพระอุโบสถก็เป็นศิลปะอยุธยาที่งดงามเช่นกัน สังเกตบริเวณเหนือองค์พระจะมีร่มกางอยู่ ซึ่งผมคิดว่าดูแปลกตา วัดอื่นเหนือเศียรของพระประธานอาจจะเป็นฉัตร แต่วัดนี้เป็นเหมือนร่มแทน

115481550
จิตรกรรมฝาผนังลบเลือนไปมากแล้ว เวลาท่านใดที่ไปเที่ยววัดก็ขอความกรุณาอย่าแตะต้องจิตรกรรมฝาผนัง และเวลาถ่ายภาพก็อย่าใช้แฟลชนะครับ มันจะทำให้ภาพจิตรกรรมลบเลือนไปเรื่อย ๆ

115481597

115481667
ด้านหลังพระประธานมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ อาจจะงงว่านำเสนอทำไม แค่มีพระพุทธรูปอยู่หลังพระประธาน

115481681
สิ่งแปลกมันอยู่ตรงนี้ครับ ลองนับนิ้วที่พระบาทขององค์พระดูจะพบว่ามีหกนิ้ว เคยเป็นอันซีนอินไทยแลนด์มาแล้ว ซึ่งเขาก็มีตำนานเล่าว่านิ้วที่หกของพระองค์นี้นั้นเป็นนิ้วของ พระนอนวัดเขายี่สาร จ.สมุทรสงคราม ซึ่งพระนอนองค์นั้นจะมีนิ้วเพียงเก้านิ้ว ก็เชื่อว่านิ้วที่สิบมาอยู่ที่พระวัดใหญ่สุวรรณารามองค์นี้แหละ แต่ผมยังไม่เคยได้ไปวัดเขายี่สาร ถ้าได้ไปก็จะนำมารีวิวให้ได้ชมกันแน่นอนครับ

อีกสิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาที่วัดนี้ก็คือ ศาลาการเปรียญ ครับ เป็นเรือนไทยหลังใหญ่ที่สวยงามมาก ได้มีการจำลองแบบไปสร้างที่วัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานครด้วย

115481471

115481477

115481708

115481737

115481715
หอไตร เป็นที่สำหรับเก็บพระไตรปิฎก โดยมากมักจะสร้างอยู่กลางน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้มดหรือปลวกมากินพระไตรปิฎกจนเสียหาย
ออกจากวัดใหญ่สุวรรณารามแล้วก็จะไปต่อกันที่ วัดเพชรพลี ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของไทย วัสร้างโดย พระนางสิริงามตัวเทวี มเหสีของพระเจ้าตวันธิราช เพื่อเป็นการรำลึกถึงการที่ พระปุณณะ พระอรหันต์รูปแรกของไทยที่ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าได้มาที่เมืองนี้ ซึ่งวัดนี้สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๗๒-พ.ศ.๒๗๓ นับเป็นวัดแห่งแรกของเพชรบุรี แต่ปัจจุบันสิ่งก่อสร้างทั้งหมดล้วนเป็นของใหม่ ของที่อยู่เดิมไม่มีอยู่แล้ว

115481297
สิ่งแรกที่สะดุดตาเมื่อเข้าไปในวัดเพชรพลีนั่นก็คือ เสาชิงช้า ลักษณะคล้ายเสาชิงช้าที่กรุงเทพฯ แต่ก็ไม่เหมือนกันทั้งหมด และเสาชิงช้าที่นี่ก็เตี้ยกว่าที่กรุงเทพฯ ด้วย ซึ่งการเสาชิงช้านั้นก็เพื่อใช้ประกอบพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย หรือพิธีโล้ชิงช้าตามคติความเชื่อของพราหมณ์ ซึ่งการโล้ชิงช้าก็เป็นการทดสอบว่าโลกที่เพิ่งสร้างขึ้นมานั้นแข็งแรงดีแล้วหรือยัง หากยังไม่แข็งแรง โล้ชิงช้าไปโลกอาจแตกได้ อะไรทำนองนั้น

115481172
จากนั้นเราก็จะเข้าไปชมในพิพิธภัณฑ์วชิรปราสาท ซึ่งตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์มีเจดีย์อยู่ที่หลังคา เห็นเด่นชัด
ด้านในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบจากที่ต่าง ๆ ของบางอย่างก็เป็นของที่เจ้าอาวาสท่านเก็บไว้เองด้วย

115481246
พระบรมสารีริกธาตุ ปกติจะเก็บอยู่ด้านบน เวลามีคนเข้ามากราบสักการะก็จะใช้ระบบไฮดรอลิกเลื่อนลงมาให้ได้กราบสักการะ แต่ตอนนั้นผมไม่ได้เห็นว่าเขาทำยังไงตอนนำพระบรมสารีริกธาตุลงมา

115481230
พระพุทธรูปที่จัดแสดงบนพิพิธภัณฑ์ องค์ยืนสีทองด้านหลังสุดมีนามว่า พระธรรมโมรา พระพุทธรูปปางขอฝน สร้างด้วยวัสดุทองโมรา พระครูพิศิษฐ์ศิลปาคม อดีตเจ้าอาวาส ได้ไปพบที่วัดเขาน้อย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วได้อัญเชิญมาที่นี่ บ้างก็ว่าองค์ที่วัดเพชรพลีนี้เป็นองค์จำลอง

115481235

115481248

115481252

115481270
ด้านล่างพิพิธภัณฑ์จะมีอาคารอีกหลังหนึ่ง ด้านในประดิษฐานสังขารของพระรูปหนึ่ง (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้) ท่านมรณภาพแล้วสังขารไม่เน่าเปื่อย แถมเล็บกับผมก็ยังงอกด้วย แต่หลักทางวิทยาศาสตร์อธิบายไว้ว่าเวลาคนเราเสียชีวิต เนื้อของคนเราจะหดลง ก็เลยทำให้ดูเหมือนว่าเล็บกับผมมันงอกออกมา ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันก็เท่าเดิม

115481256
พระแก้วสามสี

115481263
ปกติเราจะเห็นแต่พระแก้วมรกตใช่มั้ยครับ แต่ที่วัดนี้มีอยู่ถึงสามสี องค์พระจะมีลูกกรงเหล็กกั้นไว้ด้วยเพื่อกั้นขโมย

วัดต่อไปที่ผมได้ไปเยือนในวันนั้นคือ วัดพระพุทธไสยาสน์ หรือ วัดพระนอน ที่มีพระนอนองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ วัดนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเป็นองค์พระนอนประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ต่อมา รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวิหารครอบองค์พระขึ้น เป็นพระนอนองค์ใหญ่มาก

115481846
วัดที่มีพระนอนองค์ใหญ่ ๆ โดยมากแล้ว บรรยากาศภายในวิหารก็จะคล้าย ๆ กัน คือวิหารจะมีลักษณะยาว และจะมีเสาตั้งเรียงรายอยู่เบื้องหน้าองค์พระ ซึ่งผมคิดว่ามันเกะกะมากสำหรับคนชอบถ่ายรูป แต่อย่างวัดราชโอรสารามที่ผมได้เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ ไม่มีเสามาบังให้เกะกะแบบนี้

115481806
พูดถึงพระนอนแล้ว หากเราดูผ่าน ๆ ก็จะคล้าย ๆ กันทุกองค์ คืออยู่ในท่านอนตะแคง และเอาพระหัตถ์ขวารองพระเศียรไว้ แต่จริง ๆ แล้ว และอาจจะคิดว่ามีที่มาจากตอนที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน แต่จริง ๆ แล้ว พระนอนยังมีปางแยกย่อยออกไปอีกหลายปาง และปางที่เราคุ้นตากันส่วนใหญ่นั้นจริง ๆ แล้วเป็น ปางโปรดอสุรินทราหู ซึ่งพระพุทธเจ้าได้แสดงปาฏิหาริย์ด้วยการเนรมิตพระวรกายให้ใหญ่โตกว่าอสุรินทราหูซึ่งถือตัวว่าตัวใหญ่กว่าพระพุทธเจ้า ไม่จำเป็นต้องนอบน้อมมาก และด้วยเหตุนี้ ทำให้เวลาสร้างพระนอน ถึงนิยมสร้างเป็นองค์ใหญ่ ๆ

115481830
บรรยากาศเข้มขลัง

115481867
นอกจากพระนอนแล้ว วัดนี้ยังมีพระนั่งอีก เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องที่งดงามมาก

115481874

115482042
วิหารพระยืน มีรูปทรงแปลกตา ทีแรกผมก็นึกว่าจะเป็นพระพุทธรูปยืน แต่พอเข้าไปก็ถึงกับอึ้งไปนิด

115481888
พระยืนวัดพระพุทธไสยาสน์เป็นแบบนี้ครับ เป็นภาพวาด หรือที่เขาเรียกกันว่า พระพุทธฉาย

115481908
ลงมาจากเขาเตี้ย ๆ มองย้อนขึ้นไปเห็นวิหารที่ประดิษฐานที่ได้เข้าไปสักการะเมื่อครู่

115481851
อุโบสถ

115481950
ด้านในอุโบสถประดิษฐานพระประธานที่มีนามว่า หลวงพ่อยิ้ม

115482048
ลาจากวัดพระพุทธไสยาสน์ไปด้วยภาพนี้ครับ

วัดสุดท้ายที่ผมได้ไปเยือนในวันนั้นคือ วัดเขาบันไดอิฐ ซึ่งคนที่สนใจในเครื่องรางของขลังน่าจะรู้จัก เพราะเคยเป็นที่จำพรรษาของหลวงพ่อแดง พระเกจิชื่อดัง สำหรับประวัติของวัดนี้ คาดว่าน่าเดิมเป็นสำนักสงฆ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี และได้รับการยกฐานะเป็นวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นสถานที่สำคัญที่ พระศรีศิลป์ กบฏในสมัยสมเด็จพระเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้เคยถูกคุมขังไว้ และยังเป็นที่จำพรรษาของ พระอาจารย์แสง พระอาจารย์ของสมเด็จพระเจ้าเสืออีกด้วย

115482058
วัดนี้เป็นอีกวัดที่มีลักษณะเป็นถ้ำ มีมัคคุเทศก์น้อยนำเที่ยวด้วย

115482081

115482115
ในถ้ำมีพระนอนประดิษฐานอยู่ ซึ่งเชื่อกันว่าองค์พระนอนท่านชอบหนังตะลุง หากใครที่มาบนแล้วสมหวังก็จะต้องเอาหนังตะลุงมาเล่นให้ท่านได้ชม ในถ้ำยังมีฉากสำหรับเล่นหนังตะลุงอยู่ใกล้ ๆ องค์พระเลย

115482134
เขาบอกว่าหินก้อนนี้มีลักษณะคล้ายช้าง แต่ผมดูไม่ออก ใครดูออกช่วยบอกที

115482145
ฤๅษีตาไฟ

115482168
มองขึ้นไปมีปล่องเหนือถ้ำ มีค้างคาวด้วย

115482222
ฝุ่นฟุ้งไปหมด

115482217

หลังจากออกจากถ้ำแล้ว มัคคุเทศก์น้อยก็นำพาเดินขึ้นไปบนเขา ซึ่งระหว่างทางเราก็ได้พบเจ้าลิงจ๋ออีกแล้ว แต่ผมถ่ายมาไม่มาก ซึ่งหลาย ๆ วัดในเพชรบุรีที่มีลิงนั้น ทางวัดเขาจะมีตุ๊กตาจระเข้ ตั้งบนหลังคารถบ้าง บนถังขยะบ้าง เพราะลิงมันกลัวจระเข้ มันก็จะไม่ขึ้นไปยุ่งบนหลังคารถหรือถังขยะ วันนั้นผมก็ลองอุ้มตุ๊กตาจระเข้ขึ้นไปด้วย ปรากฏว่ามันกลัวจริง ๆ นะครับ มันหนีขึ้นต้นไม้กันใหญ่

13147674_1325553684126938_3872400242295695374_o

สิ่งที่น่าสนใจอยู่บนเขานี้ครับ คือ โบสถ์เมียหลวงและวิหารเมียน้อย ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า มีเศรษฐีคนหนึ่ง มีเมียสองคน ต่อมา เมียหลวงก็ได้สร้างโบสถ์ถวายวัด ส่วนเมียน้อยก็สร้างวิหาร เศรษฐีเองก็สร้างเจดีย์ไว้ตรงกลาง มันมีเรื่องตรงนี้ครับ คือเมียทั้งสองต่างก็อยากรู้ว่าสามีรักใครมากกว่ากัน เลยอธิษฐานขอให้ยอดเจดีย์เอียงไปทางโบสถ์หรือวิหารที่เมียคนนั้นสร้าง แล้วปรากฏว่ายอดเจดีย์ก็เอียงไปทางวิหารเมียน้อยซะงั้น

115482295
โบสถ์เมียหลวง (สังเกตที่ใบเสมา)

115482240
วิหารเมียน้อย

115482244
เจดีย์ที่เศรษฐีสร้าง เห็นชัด ๆ เลยว่ายอดเอียงไปทางวิหารเมียน้อย

115482288
มองขึ้นไปบนเขา จะเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

ก็จบแล้วครับ สำหรับรีวิวเรื่องจังหวัดเพชรบุรีที่เขียนมาทั้งหมดสองตอน เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่ผมไปแล้วรู้สึกว่าประทับใจที่สุด ประทับใจมากกว่าอยุธยาเสียอีก เพราะมีความลงตัวทั้งในด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัดก็สวยงามมาก และดูมีความขลังแบบโบราณ ไม่ได้ดูใหม่เอี่ยมอะไร เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าจะลองมาเที่ยวชมดูนะครับ

About the author

Golf Watraj

Leave a Comment

Shares
Loading...