ท้าพิสูจน์ผีเปรต กราบพระกลักฝิ่น ณ วัดสุทัศน์

ชอบไหม?

รีวิวนี้เราก็ดำเนินมาถึงวัดประจำรัชกาลที่ ๘ แล้ว วัดที่เราจะมาชมกันในครั้งนี้นั้นเป็นอีกวัดหนึ่งที่มีความสำคัญมากในกรุงเทพมหานคร และเป็นวัดที่มีเรื่องเล่าลี้ลับเกี่ยวกับเรื่องของผีเปรต วัดนั้นจะเป็นวัดไหนไปไม่ได้นอกจาก วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่าวัดสุทัศน์

117489237

วัดสุทัศน์แห่งนี่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ ในบริเวณที่เป็นใจกลางพระนคร (ในสมัยนั้น) ซึ่งผมว่ามันก็จริงนะ เพราะทุกครั้งเลยเวลาที่ผมจะไปไหนในเขตพระนคร ผมก็จะต้องมาตั้งต้นที่นี่ แล้วมันสามารถไปที่ไหนก็ได้ในเขตเกาะรัตนโกสินทร์หมดเลย สมมตินะว่าผมยืนอยู่หน้าวัดสุทัศน์ หันหน้าไปทางศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หากผมเดินไปทางขวามือ ก็จะสามารถเดินทางไปยังวัดสระเกศ วัดเทพธิดาราม วัดราชนัดดารามได้ และถ้าหากผมไปทางซ้ายมือ ผมก็จะสามารถไปยังวัดราชบพิธ วัดราชประดิษฐ ไปจนถึงวัดพระแก้วและวัดโพธิ์ได้ ซึ่งระยะห่างก็ไม่ไกลมาก คนชอบเดินสามารถเดินได้แบบสบาย ๆ

เหตุที่รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ก็เพื่อให้มีวัดที่มีพระวิหารสูงใหญ่เท่ากับวัดพนัญเชิงที่อยุธยา และเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุ กรุงสุโขทัย เล่ากันว่าตอนที่อัญเชิญองค์พระมาถึงกรุงเทพฯ นั้น ด้วยความใหญ่ขององค์พระ ทำให้ต้องทุบซุ้มประตูบริเวณท่าน้ำทิ้ง และทำให้ท่าน้ำบริเวณนั้นเรียกว่า ท่าพระ (ปัจจุบันมีสิ่งที่รำลึกถึงท่าพระก็คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตวังท่าพระ) ว่ากันว่ารัชกาลที่ ๑ ทรงศรัทธาพระศรีศากยมุนีมาก ถึงกับเสด็จพระราชดำเนินตามขบวนแห่องค์พระด้วยพระบาทเปล่าเลยทีเดียว และตอนนั้นก็ประชวรอยู่ด้วย ถึงจะบอกว่าวัดสุทัศน์จะสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ แต่กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ก็ในสมัยรัชกาลที่ ๓ โน่น

109378192
เข้ามาในวัด อันดับแรกเราก็ต้องกราบพระประธานในพระอุโบสถกันก่อน ซึ่งพระอุโบสถนั้นถือเป็นอาคารหลักที่ต้องมีทุกวัดกันเลยทีเดียว

109378292
พระอุโบสถของวัดสุทัศน์นั้นถือเป็นพระอุโบสถที่ยาวที่สุดในไทย แต่ขณะที่ผมกำลังนั่งพิมพ์อยู่นี้ (อีกแล้ว) พระอุโบสถกำลังอยู่ในระหว่างการบูรณะ ผมกับเพื่อนคนหนึ่งเคยมาสวดมนต์ทำวัตรเย็นร่วมกับพระสงฆ์ของวัดนี้ด้วย

117489183
พระประธานในพระอุโบสถมีนามว่า พระพุทธตรีโลกเชษฐ์

117489195
เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ (น่าจะหมายถึงในช่วงเวลาเดียวกันกับที่สร้างพระพุทธรูปองค์นี้มากกว่า เพราะทุกวันนี้หลาย ๆ วัดก็แข่งกันสร้างพระองค์ใหญ่ที่สุดในโลกกันใหญ่)

117489237
เบื้องหน้าองค์พระประธานจะมีรูปปั้นของพระอสีติมหาสาวก หรือพระสาวกที่มีความสำคัญทั้งหมด ๘๐ รูปประดิษฐานอยู่ ซึ่งถ้าหากมองไกล ๆ แล้วเราจะเห็นเหมือนกับมีพระสงฆ์จริง ๆ กำลังเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าอยู่ ก็ดูขลังไม่น้อย

117489255

117489224
ในหมู่ของรูปปั้นพระอสีติมหาสาวกเองก็มีพระพุทธรูปเป็นประธานอยู่อีกองค์หนึ่ง

117489306
มีพระสงฆ์ที่มีผิวสีดำด้วย มีอยู่หลายองค์เหมือนกัน ทีแรกผมคิดว่าอาจจะอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม แล้วเดียวจะมีการลงสีเป็นสีเนื้อทีหลัง แต่ก็มีคนให้ความเห็นว่าพระที่มีผิวสีดำองค์นี้น่าจะเป็น พระกาฬุทายี ซึ่งก็เป็นหนึ่งในพระอรหันตสาวกของพระพุทธเจ้าเพราะท่านก็มีผิวสีดำ ในพุทธประวัตินั้น พระกาฬุทายีเป็นสหายของเจ้าชายสิทธัตถะตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะออกบวชและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นพระบิดาก็ได้ให้เหล่าทูตไปเชิญพระพุทธเจ้ากลับมายังกรุงกบิลพัสดุ์ แต่ส่งทูตไปถึง ๙ ชุด ทุกชุดเมื่อได้ฟังธรรมก็ขอบวชกันหมด จนมาถึงชุดที่ ๑๐ ที่มีพระกาฬุทายีเป็นผู้นำ ได้ฟังธรรมก็ออกบวชอีก แต่เมื่อบวชแล้ว พระกาฬุทายีก็ได้ทูลเชิญพระพุทธเจ้าให้เสด็จกลับไปโปรดพระประยูรญาติยังกรุงกบิลพัสดุ์ พระพุทธเจ้าก็ทรงตอบรับคำเชิญนั้น

นอกจากนี้ ในพระอุโบสถก็ยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่น่าชมมากมาย ผมยอมรับเลยว่าบางภาพก็ดูไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่บางภาพ โดยเฉพาะที่อยู่ตามเสาก็เป็นจิตรกรรมที่เกี่ยวกับวรรณคดีที่เป็นบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒

117489274
อย่างในภาพนี้ก็เป็นเรื่องสังข์ทอง ตอนนางรจนาเลือกคู่

117489282
นางรจนาเลือกเจ้าเงาะเป็นคู่ ก็เลยต้องถูกเนรเทศไปอยู่กระท่อมปลายนาตามระเบียบ

117489294
รจนากับเจ้าเงาะ

นอกเหนือจากนั้นก็เป็นจิตรกรรมเกี่ยวกับป่าหิมพานต์หรือวิถีชีวิตของคนในสมัยโบราณ

117489407

117489404

117489387

ออกจากพระอุโบสถแล้ว เราก็แวะกราบพระเจดีย์กันสักหน่อย แต่พระเจดีย์ของวัดสุทัศน์อาจจะแปลกกว่าของวัดอื่นนิดหน่อย เพราะไม่ได้สร้างขึ้นมาเป็นองค์เจดีย์เหมือนกับของวัดอื่น แต่ยึดเอา ๗ สถานที่สำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงประทับเสวยวิมุตติสุขในช่วง ๗ สัปดาห์หลังการตรัสรู้ หรือที่เรียกกันว่า สัตตมหาสถาน เป็นเจดีย์แทน ก็เลยกลายเป็นว่าวัดสุทัศน์เป็นวัดที่ไม่มีเจดีย์แบบที่เป็นองค์ ๆ เหมือนที่เราเห็นกันตามวัดทั่วไป ผมจะขอยกตัวอย่างสักเล็กน้อย อาจจะไม่ครบหมดทั้ง ๗ แห่งนะครับ

100671681
รัตนฆรเจดีย์ หลังตรัสรู้ได้ ๔ สัปดาห์ ได้ทรงเข้าไปประทับนั่งสมาธิในเรือนแก้วที่เทวดาเนรมิตให้ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งการประทับในเรือนแก้วนี้มีการเอามาสร้างเป็นพระพุทธรูปด้วย แต่มีการลดรูปของเรือนแก้วให้เล็กลง หากนึกไม่ออกว่าพระพุทธรูปปางเรือนแก้วเป็นยังไงก็ขอให้นึกถึง พระพุทธชินราช ลายไทยที่ล้อมรอบองค์พระนั่นแหละครับที่เขาเรียกว่า เรือนแก้ว

116828311
พระพุทธชินราช

2555-3-20 (7)
อชปาลนิโครธ ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าทรงประทับใต้ต้นไทร และพญาวสวัตตีมารได้ส่งธิดาทั้งสามนามว่า ตัณหา ราคา และอรดีให้มายั่วยวนพระพุทธเจ้า

100671733
ราชายาตนะ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ประทับใต้ต้นเกดในสัปดาห์สุดท้ายของการเสวยวิมุตติสุขหลังการตรัสรู้ ในครั้งนั้น ท้าวสักกะเทวราช (พระอินทร์) เห็นว่าพระพุทธเจ้ายังมิได้เสวยอะไรเลยตั้งแต่ตรัสรู้ จึงนำเอาผลสมอลงมาถวายให้พระพุทธเจ้าได้ฉัน เป็นที่มาของพระพุทธรูปปางฉันสมอซึ่งก็คือพระพุทธรูปในภาพนี้นั่นเอง

ออกจากบริเวณสัตตมหาสถานแล้ว เราก็จะเดินทะลุพระระเบียงคดเข้าไปสู่บริเวณของพระวิหารหลวงที่สร้างขึ้นอย่างใหญ่โตสวยงาม

123312222
บริเวณระเบียงที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานเรียงกันเป็นแถวแบบนี้เรียกว่า ระเบียงคด แต่วัดสุทัศน์นั้นเป็นพระอารามหลวง จึงต้องเติมคำว่า พระ เข้าไปข้างหน้าด้วย เช่นเดียวกันกับอุโบสถ หรือวิหารที่เมื่ออยู่ในพระอารามหลวงแล้ว ก็จะต้องเรียกว่า พระอุโบสถ และ พระวิหาร ตามลำดับ

DSCF0313
พระวิหารหลวง

DSCF0316

DSCF5706
ก่อนจะเข้าพระวิหารหลวง เราถวายบังคมพระบรมรูปของ พระบาทสมเด็จปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ กันก่อน วัดนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๘ ครับ โดยเหตุที่ถือวัดนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๘ ก็เป็นเพราะว่า เมื่อครั้งที่รัชกาลที่ ๘ เสด็จนิวัติพระนคร ได้ทรงเสด็จมาเยี่ยมชมวัดสุทัศน์แห่งนี้ และทรงพอพระทัยในบรรยากาศของวัดนี้เป็นอย่างมาก ถึงกับทรงมีพระราชปรารภว่าร่มเย็นน่าอยู่ หลังจากพระองค์เสด็จสวรรคตไปแล้ว ในหลวงรัชกาลปัจจุบันได้อัญเชิญพระราชสรีรางคารของพระองค์ไปประดิษฐานไว้ที่ฐานของพระศรีศากยมุนีในพระวิหารหลวง จึงถือว่าวัดนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๘

123312214
ทุกวันที่ ๙ มิถุนายน อันเป็นวันสวรรคตของรัชกาลที่ ๘ ก็จะมีพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายให้พระองค์ท่านที่วัดแห่งนี้ ล่าสุดที่ผ่านมา (ปี ๒๕๕๙) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุได้เสด็จมาในการนี้
บานประตูพระวิหารเป็นไม้แกะสลักที่มีความงดงามมาก เป็นฝีพระหัตถ์ของรัชกาลที่ ๒ แต่บานที่อยู่ทุกวันนี้เป็นของที่จำลองขึ้นมาใหม่ ของจริงเอาไปเก็บไว้ที่อื่นแล้ว

DSCF0333
พระประธานในพระวิหารหลวงคือ พระศรีศากยมุนี เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ซึ่งผมได้กล่าวไปตั้งแต่ตอนต้นของรีวิวนี้แล้วว่าอัญเชิญมาจากสุโขทัย โดยในสมัยรัชกาลที่ ๑ นั้นมีการอัญเชิญพระพุทธรูปที่ชำรุดจากเมืองเหนือเข้ามาบูรณะในกรุงเทพฯ เป็นจำนวนพันกว่าองค์เลยทีเดียว และพระพุทธรูปบางองค์ก็ถูกอัญเชิญไปประดิษฐานตามวัดต่าง ๆ ทำให้บางวัดมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย แม้จะเป็นวัดในกรุงเทพฯ หรือเพิ่งสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ก็ตาม

DSCF5699
บริเวณกำแพงแก้ว (เป็นเหมือนขอบรั้วที่กั้นขึ้นมา) ของพระวิหารหลวงนั้น จะมีศาลาทิศ ด้านในศาลาทิศหลังหนึ่งมีพระนอนประดิษฐานอยู่ภายในเก๋งจีน

DSCF5700
ส่วนอีกหลังหนึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางตื่นบรรทม

DSCF5703
อีกหลังประดิษฐานพระพุทธรูปปางทรงจีวร ซึ่งหาชมไม่ได้ง่ายนัก มีที่มาจากพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าทรงจีวร ๔ ผืนเพื่อทดลองความหนาวเย็นของเมืองราชคฤห์ในฤดูหนาว

ออกจากพระวิหารหลวงแล้ว เราจะแวะเข้าไปในศาลาการเปรียญกัน (จริง ๆ ถ้าจะไม่อยากเดินไปเดินมาก็ควรจะกราบพระในโบสถ์ก่อนแล้วเข้าศาลาการเปรียญ ถึงค่อยไปปิดท้ายที่พระวิหารหลวง หรือจะย้อนกลับก็ได้)

114303370
ศาลาการเปรียญอยู่ในเขตสังฆาวาส ต้องเดินเข้าไปในเขตของกุฏิสงฆ์ครับ

ด้านในของศาลาการเปรียญประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญที่มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจอยู่ด้วย พระพุทธรูปองค์นั้นมีนามว่า พระพุทธเสรฏฐมุนี

DSCF5650
ดู ๆ ไปก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพระพุทธรูปธรรมดา แต่แปลกที่วัสดุที่ใช้สร้างองค์พระครับ องค์พระนั้นหล่อขึ้นมาจากกลักฝิ่น ซึ่งก็คือกล่องโลหะที่ใส่ฝิ่นนั่นแหละ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ มีการปราบปรามฝิ่นอย่างหนัก ตัวฝิ่นนั้นได้นำเอาไปเผาทิ้งที่สนามหลวง ส่วนกลักฝิ่นที่ว่าเป็นโลหะนั้น รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ ให้นำเอามาหล่อเป็นพระพุทธรูป เป็นการสื่อถึงเรื่องการกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี เหมือนแต่ก่อนกลักฝิ่นเหล่านี้ใช้บรรจุฝิ่น ทำลายสุขภาพ ทำลายชีวิตผู้คน แต่เมื่อสำนึกผิด กลับเนื้อกลับตัวก็กลายเป็นพระพุทธรูปให้คนได้กราบไหว้บูชา อย่าไปท้อครับกับการทำความดี คนทำผิดถ้าสำนึกได้ สังคมก็ให้อภัยเสมอ

DSCF5661
มีพระรูปหล่อของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) ด้วย พระองค์เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และประทับที่วัดนี้นั่นแหละ โดยสมัยที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชนั้นตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๘ พอดี ทรงเป็นองค์ประธานเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๘ ทรงทำพิธีแสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะด้วย

123312119
พระรูปหุ่นขี้ผึ้งก็มี สมเด็จพระสังฆราชแพทรงมีชื่อเสียงในเรื่องของการสร้างพระกริ่งด้วย คนที่เป็นเซียนพระน่าจะรู้ดี

มาถึงวัดสุทัศน์แล้ว ไม่พูดถึงสิ่งนี้ไม่ได้ครับ นั่นก็คือ เสาชิงช้า ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่หน้าวัด เสาชิงช้านั้นใช้สำหรับประกอบพิธีตรียัมพวาย ตรีปวายของพราหมณ์ในสมัยโบราณ ในพิธีก็จะมีการโล้ชิงช้าซึ่งก็มีที่มาจากตำนานในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นการทดลองดูว่าโลกที่เพิ่งสร้างขึ้นนั้นแข็งแรงดีแล้วหรือยัง ด้วยการให้พญานาคเอาตัวขึงระหว่างต้นพุทราสองต้นที่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำ แล้วพระศิวะขึ้นไปยืนไกวบนตัวของพญานาคเหมือนการไกวชิงช้านั่นเอง หากโลกไม่แข็งแรงก็จะต้องแตกสลาย ปัจจุบันไม่ได้มีการโล้ชิงช้าแล้ว และเสาชิงช้าที่เห็นในปัจจุบันก็เป็นเสาต้นใหม่ที่เพิ่งสร้างและสมโภชใหม่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๐ เพราะเสาต้นเดิมทรุดโทรมไปมากแล้ว

123312119
เราคงเคยได้ยินวลี เปรตวัดสุทัศน์ กันมา ซึ่งก็เป็นความเชื่อของคนโบราณที่ว่าบริเวณวัดสุทัศน์นั้นมีเปรตด้วย แต่บางคนก็สันนิษฐานว่าเปรตที่ว่านั้นก็ไม่ใช่อะไรหรอก คือเสาชิงช้านั่นแหละ เพียงแต่ว่าในสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เวลากลางคืนอาจจะมืดมาก ๆ หรือบางครั้งในตอนเช้าตรู่ที่มีหมอกลงจัด คนมองเห็นเสาชิงช้าไม่ชัด เห็นเป็นอะไรสักอย่างที่มีลักษณะสูงชะลูด ก็ตีความกันไปว่าเป็นผีเปรต

DSCF2762
ภาพสุดคลาสสิคของวัดสุทัศนและเสาชิงช้า

DSCF2755
ลากันด้วยภาพเมนูขนมปังของร้านมนต์ นมสด ร้านขึ้นชื่อในละแวกเสาชิงช้าครับ ผมชอบกินหน้าซุปข้าวโพดกับเนยถั่วมาก แต่ที่สาขาเสาชิงช้าไม่มีเนยถั่ว ต้องไปที่สาขามาบุญครองโน่น

About the author

Golf Watraj

Leave a Comment

Shares
Loading...