ยิ้มกว้างจากสังขละบุรี

ชอบไหม?

“เที่ยวเบาๆ ปลายทางต้นฝนนี่อยู่ที่สังขละบุรี” ตอนแรกก็คิดมากอยู่ตอนที่น้องชวน และได้แต่นั่งดูรีวิวในแหล่งต่างๆรวมถึงการดูกูเกิลสตรีทวิว(ดูไว้มาก) ก็ อ่ะ ไปก็ไปค่ะ  เราต้องให้โอกาสตัวเองเที่ยวแบบที่ไม่ใช่แพลนบ้าง ไม่ไปก็ไม่รู้เว่ย ทั้งๆที่ในใจลึกๆก็ไม่ค่อยจิสนใจนางเด้อ สังขละบุรี : : ทริปนี้เลยไปกันได้ 2 คน  ไปนอน2คืน(2ที่พัก)ใช้บริการขนส่งสาธารณะ แบบแตะมือกับทุกการโดยสาร  ลองๆอ่านดูเด้อ เผื่อมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

image image

ขึ้นรถไฟที่สถานีธนบุรี ด่านแรกเลยต้องไปรับตั๋วโดยสาร ตั้งแต่ 7.00น.ใช้บัตรประจำตัวประชาชนยื่นกับเจ้าหน้าที่  ได้ตั๋วแล้วเดินกินโจ้กที่ตลาดข้างๆร้านนี้ดี หมี่กรอบและหอมซอยมีเติมไม่อั้น ชอบมาก เออมีป้าคนนึงบอกว่าอย่าหลงไปขึ้นขบวนที่จะไปราชบุรีล่ะ 55555   และแล้วหลังจากเดินวนถ่ายรูปเล่น เข้าห้องน้ำ(ห้องน้ำหญิงนะแถวยาวเชอะ) กินขนมรอแล้ว  รถไฟก็มา และออกจากสถานีเวลา 8.15 น. ตื่นเต้นๆได้แป๊บเดียวป้าสองคนหลับยาวเลย


ระหว่างทางไปสถานีน้ำตก

พอถึงสถานีกาญจนบุรีก็ตั้งอกตั้งใจชมวิวนอกหน้าต่างมาก แต่ถ่ายรูปไม่ค่อยจะทันอ่ะค่ะ นั่งหลังตรงจนถึงสถานีน้ำตก วันนี้รถไฟมาถึงปลายทางช้ากว่ากำหนดประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นก็ขึ้นสองแถวเพื่อออกไปที่ถนนใหญ่หน้าน้ำตกไทรโยค ค่าโดยสารคนละ 20 บาท (ถ้าจะเหมาแกไปสังขละ คิด 2,000 บาท กี่คนก็ได้ และแกก็ได้ฝรั่งไปคู่นึงที่ทำตาปริบๆว่าเราจะหารด้วยป่าว  แต่ไม่เอาข่ะ งบน้อยเด้อ)ลุงสองแถวบอกให้กินข้าวกินปลากันก่อน กว่ารถเมล์หวานเย็นจะมา ส้มตำกับกระเพราหมูไม่หร่อยเลย 555555  ก็ไปยืนรอรถร่วมกับสาวๆหนุ่มๆแบคแพคเกอร์หลายคน ก็มีรถโดยสารปรับอากาศ”สีแดง เขียนป้ายว่าสังขละบุรี” ทุกคนขึ้นตามกันข่ะ จ่ายไปคนละ 150 บาท ลุงกระเป๋ารถบอกครับเข้าสังขละ เราก็นอนยาวอีกค่ะ ระหว่างนี้มีการตรวจบัตรประชาชนด้วย แล้วลุงก็ปลุกลงให้ต่อรถ  แอร๊ยยยย อะไรเนี่ย ลุงโยนทุกนางขึ้นรถพัดลมที่จอดรออยู่ ที่สำคัญที่นั่งเกือบจะถูกจองหมดอ้ะ  T_T อารายยย เอ้า เบียดก็เบียดแขนก็เหนียวๆเน้อ ฝนก็ตกปรอยๆ สูดกลิ่นควันรถและกลิ่นป่าไปด้วยกัน เห็นเขียวๆแล้วชื่นใจมาก โค้งจะเยอะไปไหน แต่ด้วยอาการที่ตื่นเต้นก็เลยกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ  ถึงตลาดสังขละหกโมงเย็นจ้าาาา โอ้ว (ระหว่างทางสัญญาณ internet)มีด้วยนะ  เลยได้ส่งข้อความคอนเฟิร์มที่พักไปทางLine น้องเจ้าของที่พักก็ดี๊ดี ตอบไวเฟร่อ  คืนนี้ป้าพักที่ เชอโค่เชอโค่โฮมสเตย์ค่ะ (เป็นห้องแบบที่อยากพักค่ะ ครั้งนี้มาครั้งแรกขอลองนอน 2 ที่..เดี๋ยวคืนที่สองจองที่ไฮกุเกสต์เฮ้าส์ไว้) สำหรับคนที่ไม่อยากพักเรือนนอนไม้แดงทาแล็คเกอร์อย่างเราก็ต้องแบบนี้เด้อ  นอนไปไม่คิดกลัวผี555555
image

image

ลงรถปุ๊บจับแขนพี่วินปั๊บ (ฝนจิตกเด้อ) คนละ 20 บาท เนื่องด้วยวันนี้สังขละบุรีขายดีคนแน่น ที่พักเต็ม มอเตอร์ไซค์เช่าเกลี้ยง ทำให้ต้องขอเบอร์ผู้ชาย เผื่อต้องให้มารับส่งงี้ คริคริ

ถึงที่พักก็ได้ชื่นชมแป๊บนึง ก็มาเช่าจักรยานของโฮมสเตย์ ชั่วโมงละ 10 บาท (ทำไงได้ละว้า  ก็ทางมันไกล  ถึงจะเป็นเนินเขาก็เหอะ ยังดีกว่าเดินล่ะชั่วโมงนี้) สรุป  ปั่นขึ้นเนินค้าาา ป้าสองคนขาสั่นพั่บๆจักรยานไม่มีเกียร์เด้อ เอาวะ จูงจักรยานแทน อ้อ  หมาเยอะมาก แต่ไม่ดุค่ะ พวกนางจะเข้ามาหาแบบหางกระดิกๆเล่นด้วย น่ารักทุกตัวเลย  หมาส่งยันตลาด ป้าสองคนมุ่งหน้าหาหมูจุ่มเลย ไม้ละบาท กินไปคนละ 30 ไม้กำลังงาม กรอบกรุ๊บๆแซบหลาย แล้วเดินหาของกินหิ้วไปกินที่ห้องอีกหน่อย ส่วนเพื่อนสาวก็เดินหาชุดยูนิฟอร์มของนักท่องเที่ยวต่อราคาได้ก็สอยมาชุดนึง (แต่ขอบอกว่าถ้าจะซื้อ ให้ไปซื้อฝั่งหมู่บ้านมอญนะ ถูกกว่าอย่างมาก)

เอาละ  ซิ่งจักรยานลงเนินไปที่พักด่วนๆ (อันตรายเด็กๆอย่าทำตาม 1.จักรยานไม่มีไฟส่องทางและไฟท้าย  2. หมาอาจวิ่งกวดทำให้เราตกใจ อาจล้มได้ 3. ทำให้ดูคนที่เดินออกมาตัดหน้าไม่ทัน รถวิ่งข้างๆก็วิ่งเร็วเกิ๊น) ไปถึงก็กินแล้วรีบนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องไปเดินสะพานไม้ตอนเช้าตรู่

 

image

เที่ยวเบาๆ

เที่ยวเบาๆ

สะพานไม้วันนี้คนแน่นมาก ป้าไม่มีปัญญาถ่ายภาพสวยๆเด้อ เอาบรรยากาศไปแทนละกัน บอกได้เลยว่าถึงคนจะแน่นแต่ไม่รู้สึกเหมือนที่อื่นที่คนเยอะนะ มันดีอ้ะต้องลองไป สูดอากาศเข้าปอดลึกๆเล้ย ชื่นนนใจ

image

พอถึงฝั่งมอญ ทีนี้ก็ลงไปแถวๆเลียบน้ำ ไปต่อราคาชุดมาได้อีกถูกว่าเมื่อคืนน้ำตาจิไหล แล้วก็เดินไปชมนักท่องเที่ยวที่ตื่นเช้ามาใส่บาตรกันแน่นถนนเชียวข่ะ ป้าสองคนนิไม่ใส่ด้วยไงเลยเดินไปหาขนมมอญกิน หนุ่มน้อยคนขายก็แนะนำร้านขนมจีนร้านอร่อย  ต้องอยู่ในตลาดเช้ามอญด้านในเท่านั้น แถวๆนี้คนมอญไม่กินครับไม่อร่อย (ก็แถวๆสะพานไม้ที่เขารีวิวกันค่ะ) หลังจากได้ขนมผักกาดแล้ว  20 บาท ป้ากะเดินไปอีกเกือบโล ไปตลาดเช้ามอญกัน (ก็ดูรายการฟู้ดเวิร์คมาเด้อ พี่บรู้คกับน้องไข่ดาวนั่นแหละ)

image image

อลังการงานนี้จริงๆน้ำตาจิไหลละ  ขนมจีนหยวกกล้วยอร่อยๆนี่  ชามละ 10 บาท! เสียดายมาไม่ทันข้าวต้ม ร้านนี้คนแน่นสังเกตุได้จากสาวๆมอญนั่งกันเป็นแผงเลย ยิ้มง่ายน่ารักทุกคน

จากนั้นก็ไปต่อราคาผ้าถุงมอญกันได้มาคนละผืน ทั้งซื้อคนขายคนเดินผ่านมาแซวกันสนุกสนาน น่ารักจริงๆผู้คนที่นี่  คุณป้าที่เดินผ่านมาแกบอกว่า เจอกันก็จะได้นึกถึงกันแบบสนุกๆหัวเราะนะ ใช่..เรานะประทับใจมาก และชอบมากที่จะระลึกถึงสิ่งที่ดีๆที่ผ่านเข้ามา แม้เพียงแป๊บเดียวก็ทำให้สดชื่นขึ้นมาได้

image image image image

ทีนี้หลังถ่ายภาพที่ตลาดแล้วก็ ขึ้นวินที่หน้าตลาดนั่นแหละ คนละ 20 ไปวัดหลวงพ่อกัน

image image

เข้าไปดูพอหอมปากหอมคอ ก็ต้องเดินลงไปหาเจดีย์พุทธคยา โอ๊ยยย ระหว่างทางนะเธอ สดชื่นนนนนน เย็นสบาย เดินเพลินจนเจอกลุ่มแม่ชีน้อยๆ และกลุ่มคุณป้าที่จะขึ้นไปวัด  น่ารักอ้ะ

image image image image

เดินชมเจดีย์รอบนึง (ตอนที่ไปนี่บูรณะอยู่นะคะ)แต่ไม่ลงรูปดีกว่า  ก็ต่อด้วยไปหาเรือเที่ยวโบสถ์จมน้ำกัน ราคาก็ป้าที่เป็นเจ้าของวินแกให้ 1วัด 300 บาท ถ้า 3วัด 400 บาท ตอนขึ้นจากเรือต้องมาฝั่งเดิม เพราะถ้าให้ไปจอดฝั่งอำเภอ จะคิด 500 บาท ก็เลยตกลงที่ สามวัดสี่ร้อย ลงฝั่งนี้

มีไกด์ตัวน้อยชื่อน้องแพรวพาเที่ยวอยู่ นางเป็นหลานของคนเรือ พ่อนางอยู่อีกลำ ปู่ของน้องแพรวขายของที่วัดที่สอง นางบอกพี่ไม่ต้องเลี้ยงค่ะหนูกินฟรี555555 (ลืมชื่อ..ที่มีบันไดขึ้นอีก 65 ขั้นน่ะ) นางบอกโตขึ้นจะเป็นหมอ ป้าอวยพรนะลูกน้องแพรว

image image image image image image
image image image image
ประกาศๆ โปรดทราบ นักท่องเที่ยวทั้งหลายคะ ไม่มีพิธีกรรมเรียงหินมาก่อนในประวัติศาสตร์นะคะ การเรียงหินนี่ถูกนำเข้าโดยผู้ที่ไม่มีจิตสำนึกทั้งนั้นค่ะ ดังนั้นการเที่ยวในประเทศไทยคุณไม่ต้องเรียงหินกันนะคะ ควรให้ความเคารพสถานที่และคุณก็จะมีความสุขเองค่ะ  “ไม่ต้องง้อหินเรียง” เด้อนักเรียน

ขึ้นฝั่งมาได้ก็เดินทุลักทุเลขึ้นเขามาหาวินมอไซค์ ให้ไปส่งสะพานไม้ เวลาประมาณ 11 โมงได้ ร้อนแต่ก็มีลมพัดอ่อนๆนะดี๊ดี เดินตากแดดไม่กลัวดำเลย

image image

ก่อนเช็คเอาท์ที่เชอโค่  ก็แวะครัวชื่นใจเฮ้าส์กินสปาเก็ตตี้ก่อน (เพื่อนบางคนมีแซวว่ากินอะไรไม่ให้เกียรติสถานที่เลย55555  ก็แหม..นิดนึงเขามีสูตรของทางร้านอยู่ ต้องไปลองนะคะ)

image image image image

จากนั้นก็หิ้วกระเป๋ามารอพักที่ไฮกุ ตื่นเต้นๆ(ด้านหน้าเป็นกราฟคาเฟ่) จนห้องพักพร้อมจึงไปยลโฉม เอ่อ.. มีกลิ่นรานิดนึง เพราะเป็นไม้ไผ่ แต่พื้นนี่สิเดินไม่สะดวกเลย หรือเราเจอห้องนี้เองหว่า แต่เจ้าของน่ารักมาาาาาก พิซซ่าที่ร้านก็อร่อย ที่แน่ๆพี่เค้าโทรคอนเฟิร์มลูกค้าเองตั้งสองครั้งแน่ะ สุดยอดบริการเลย ที่นี่อารมณ์จะติสต์มาก เพราะเจ้าของมีสำนักพิมพ์เอง นักเขียนก็จะเวียนกันมาพักและมานั่งดื่มเงียบๆ ในรูปจะมีศินปินตัวน้อยวาดรูปอยู่  พอไปทักหน่อยก็เขินหายไปเลย5555555

image image image image image

หลังจากนั่งแชร์รูปในมือถือและกล้องกันหมดสิ้นแล้ว ก็เดิน (เดินยาวเลยค่ะ) ไปตลาดหากินหมูจุ่มกัน และไปกินยำต่างๆแปลกๆอีก อร่อยค่ะแนะนำ

image image

และก็กลับมานอน พรุ่งนี้เดินทางกลับกันแต่เช้า

วางแผนว่าขึ้นรถตู้ไปกาญจน์ 175 บาท  ต่อด้วยรถตู้ไปอนุสาวรีย์ชัยฯ อีก 120 บาท (วินจะไปต่อวินที่สถานีขนส่งฯกาญจนบุรี)

นั่งรถตู้ไม่สนุก แต่เร็วค่ะ  คันที่ออกจากสังขละตอน 6.45น. ขับด้วยความเร็ว 80 ก.ม. ต่อชั่วโมง ป้าาาาด อยู่ในเขาเด้อ อ๋อ…ลุงเป็นคนในพื้นที่  จากนั้นรถตู้คันที่ไป กทม. ก็ขับประมาณ 100 ก.ม. ต่อชั่วโมง ดีๆ ถึงสาวรีย์ประมาณ เที่ยง (ระหว่างทางนครปฐม-ปิ่นเกล้า ก็รถติดอยู่) ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพเด้อ

 

ขอบคุณที่อ่านนะคะ หวังว่าจะใช้ประโยชน์ได้บ้าง  แล้วเจอกันใหม่เด้อ

About the author

chair

Leave a Comment

Shares
Loading...