ฆูนุงสีรีปัต ทะเลหมอกประดับดาวบนพื้นที่ (ความสัมพันธ์) สูง

ราวสามทุ่มกว่าๆ รถกระบะตอนครึ่งยังวิ่งไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางปัตตานี – ยะลา – เบตง ผมนั่งหลังกระบะ พิงกระจก แหงนคอตั้งบ่ามองดวงดาวแปะฟ้าค่อยๆ ลอยสวนทางจากไปในความมืดตามความเร็วรถ ไฟถนนมีบ้างไม่มีบ้าง รถร่วมทางมีประปรายไม่เปลี่ยวเสียทีเดียว บางช่วงเรายังเห็นรถถังและทหารลาดตระเวน บังเกอร์ยังถูกวางอยู่ตามด่านตรวจเป็นจุดๆ อย่าว่าแต่คนที่เพิ่งมาปัตตานีหรือยะลาเลย ขนาดผมเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาตลอดช่วงวัยนักศึกษายังสลัดภาพความรุนแรงที่ผ่านตาอยู่เกือบทุกวี่วันจากสื่อต่างๆ ไม่ได้ หากคนไม่สนิทชิดเชื้อกับพื้นที่ไม่สงบนี้ คงจะเห็นแค่สีแดงอันตรายระบายกิจกรรมที่เรากำลังจะทำต่อจากนี้
1

เราไปถึงจุดหมายน่าจะห้าทุ่มกว่าๆ โทรศัพท์ติดต่อแบเฮง สักพักมีรถโฟร์วีลมาจอดใกล้ๆ พร้อมๆ กับมอเตอร์ไซค์วิบาก เราขนสัมภาระขึ้นรถ นั่งต่อไปตามถนนลูกรังเกือบชั่วโมง โดยมีมอเตอร์ไซค์วิบากนำไปก่อน จนสุดทางรถยนต์ เราขนพวกของหนักๆ อย่างเต็นท์ น้ำ และอื่นๆ ไปไว้บนหลังมอเตอร์ไซค์ แล้วต่อด้วยการเดินเท้าอีกราวๆ เกือบชั่วโมง ผ่านสวนยางพารา ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ช่วงแรกเดินไม่ยาก ทางเท้ากว้างพอสมควร ทางเดินช่วงก่อนถึงจุดกางเต็นท์เริ่มลำบากหน่อย เพราะผ่านทางชัน หญ้าเริ่มรกขึ้น แต่ที่ยากและหวาดเสียวสุดๆ คือ ตรงช่วงสุดท้ายที่ต้องปีนทางชันๆ เดินไต่สันแคบๆ ขึ้นไปบนยอดในความมืด แถมต้องระวังเป็นพิเศษเพราะดินทราย ลื่นง่าย มีแง่งหิน ก้อนหินอยู่ประปราย แถมที่เกาะจับก็ไม่มี นอกจากต้นหญ้าเล็กๆ ถ้าพลาดก็คงไปนอนรออยู่เนินเขา

2
3
เรานั่งพูดคุย ผิงไฟจากเตาที่เอาก้อนหินมาวางซ้อนกันให้เป็นปล่องขึ้นมาเป็นเตาธรรมชาติ ท่ามกลางทะเลดาวระยิบระยับ 360 องศาเหนือหัว ใกล้ๆ เส้นขอบฟ้า มีทางช้างเผือกพาดผ่านเหนือทะเลหมอกขาวโพลนที่ปกคลุมเทือกเขาด้านล่าง ความงดงามของท้องฟ้าตอนนี้ ลบภาพน่ากลัวของแผ่นดินแถวนี้ไปหมดเกลี้ยง ต่างคนต่างแยกย้ายถ่ายทางช้างเผือกคนละมุม จนตีสามกว่าๆ พระจันทร์ขึ้น แสงจันทร์เริ่มกลบความสว่างของดวงดาว ตอนแรกเราตกลงกันว่าจะไม่นอน นั่งคุยรอแสงเช้ากัน ความทรงจำต่างๆ ถูกขุดขึ้นมา เรื่องแล้วเรื่องเล่าได้รับการกล่าวถึง ยามใกล้กันความสัมพันธ์ของเรายังเหมือนเดิม มีแค่เงื่อนไขของเวลาที่ดึงให้เราห่างกันบ้าง สักพักผมทนง่วงไม่ไหวเลยต้องงีบเอาแรง เสียงของพวกเราเริ่มเงียบ มีแค่แบเฮงและพรรคพวกและธรรมชาติที่ยังไม่ยอมหลับตาม
4
5 6
ผมตื่นมาอีกที ตอนที่อากาศเริ่มเย็นลง ลมพัดแรงขึ้นยิ่งทำให้เรารู้สึกเย็นได้อีก โชคดีที่มีแจ็คเก็ตติดตัวมาด้วย ในขณะที่คนอื่นๆ ใช้ถุงดำต่อสู้กับความหนาวกาย เวลาที่ทะเลหมอกสวยที่สุด เริ่มจากแสงทองเริ่มฉาบทาเส้นขอบฟ้า แล้วค่อยอาบแสงอุ่นเหลืองทองทั่วทะเลหมอกและสันเขาเบื้องล่าง เรานั่งมองบรรยากาศกันเรื่อยๆ ผมรู้สึกเหมือนเข็มนาฬิกาหยุดเดินให้เราซึมซับความสวยงามตรงหน้าอย่างสงบ จนสายๆ เราเดินลงจากยอด แสงสว่างทำให้เห็นความสวยงามและหวาดเสียวชัดขึ้น จนเพื่อนบางคนต้องใช้มือช่วยเท้าเพิ่มความมั่นใจขาลง
7
ทริปเดินเขาฉบับมินิที่ถูกบรรจุอย่างเร่งด่วนประกอบการเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่ปัตตานี คงเป็นหลักฐานอย่างเดียวที่ผมยืนยันกับคุณได้ว่า ไกลไปจากสีแดงที่สื่อส่วนมากนำเสนอ จนทำให้เราติดหัวแค่ภาพอันตรายและน่ากลัว ปัตตานีและสามจังหวัดยังมีสีเขียวให้เราสดชื่น มีสีชมพูหล่อเลี้ยงชีวิต สีเฉดอื่นไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ที่ทำให้เรารู้สึกดีตอนอยู่ตรงนั้น
เข้าไปข้างในให้รู้สึก ดีกว่าอยู่แค่ข้างนอกแล้วตัดสิน
8
Contact: อิบบรอเฮ็ม สาอะ (แบเฮง) 0854708039
Notes : แนะนำให้เดินขึ้นตั้งแต่บ่ายๆ ดีกว่า จะได้มีเวลาเตรียมที่หลับที่นอนและชมบรรยากาศตอนเย็น
How to get there: อยู่ห่างจากที่พักในเมืองเบตงไปตามเส้นทางหมายเลข 410 ( ยะลา – เบตง ) ประมาณ 21 กิโลเมตร จากนั้น จะต้องใช้รถ 4×4 เดินทางต่ออีกประมาณ 3 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าปีนเขาอีกประมาณเกือบชั่วโมง

หากชอบรีวิวดีๆ แบบนี้จาก Extremechan
ติดตามรีวิวดีๆแบบนี้เพิ่มเติมได้ทาง FB: Traveltrap หรือ IG: _extremechan_


About the author

extremechan

photo diaries from a man in the travel trap
เรื่องเล่าจากภาพของคนติดกับ(ดัก)การเดินทาง

Leave a Comment

Shares
Loading...