Creative Journey @ 3 วัน 2 คืน กำแพงเพชร เด็ดสะระตี่

ชอบไหม?

รู้จัก อพท. หรือเปล่าครับ ตัวย่อขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็เรียกให้เก๋ว่า DASTA มีหน้าที่วางแผนพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยว เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ป้จจุบันมีพื้นที่ทำงานหกแห่ง หมู่เกาะช้าง จ.ตราด เลย เมืองเก่าน่าน เมืองเก่าอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร และ เมืองพัทยา

ครั้งนี้ผมได้รับคำชวนจาก อพท.4 สำนักงานพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร ให้มาดูว่ามีอะไรน่าสนใจที่นี่บ้าง โจทย์เน้นๆ ที่จังหวัดกำแพงเพชร เวลาสามวันสองคืน ถือว่าถูกใจผมเชียวล่ะ เพราะเคยเที่ยวสุโขทัยกับศรีสัชนาลัยมาแล้ว ขาดแต่กำแพงเพชรนี่แหละ (ทั้งสามเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมร่วมกันในชื่อเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร)

ภารกิจของทริปคือทดลองใช้แอพลิเคชั่น Creative Journey ซึ่ง อพท. ออกแบบขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่และชุมชนโดยรอบ ในแอพจะมีข้อมูล แผนที่นำทาง เบอร์โทร เวลาเปิด-ปิด ของที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ร้านของฝาก ฯลฯ รวมถึงโหมด Audio Guide ที่สามารถฟังเสียงคำบรรยายของสถานที่ต่างๆ โดยไม่ต้องอ่านเอง

อีกฟังก์ชั่นน่าสนใจคือ Create Route ที่เราสามารถสร้างเส้นทางท่องเที่ยวของตัวเอง ด้วยการกดสร้างเส้นทาง เขียนบรรยาย ใส่รูป ตั้งแต่เริ่มจนจบทริป แล้วแชร์เส้นทางผ่านโซเชียลมีเดียหลากหลายให้คนอื่นเดินตามรอยอีกด้วย

ถือเป็นแอพน่าสนใจมาก ที่สำคัญคือฟรีร้อยเปอร์เซ็นต์ ใช้ได้ทั้งกับ iOS และ Android แค่ค้นหาคำว่า creative journey ลองโหลดมาใช้งานพร้อมคอมเมนต์ติชมได้ครับ


วันที่หนึ่ง : ประวัติศาสตร์ เมืองโบราณกำแพงเพชร

โม้มากเสียเวลา ตะลอนเที่ยวดีกว่า (ฮา…) ทริปของผมเริ่มต้นที่จังหวัดพิษณุโลกครับ ลงเครื่องบินปุ๊บก็ได้กุญแจรถยนต์มาหนึ่งคัน เส้นทางจากพิษณุโลกไปกำแพงเพชร หากวิ่งตรงก็ประมาณ 110 กิโลเมตร แต่ถ้าเลือกแวะเที่ยวสุโขทัยก่อนค่อยอ้อมเข้ากำแพงเพชรก็สัก 150 กิโลเมตร

หลังจากแอบโฉบไปอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยพักหนึ่ง ช่วงบ่ายแก่ๆ ผมก็มาถึงกำแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์อยู่ในย่านตัวเมือง เดินทางสะดวก ภายในร่มรื่น เงียบสงบ รับแผนที่ตอนจ่ายสตางค์ค่าเข้าแล้วเราขับรถเที่ยวตามเส้นทางได้เลย

วัดเด่นๆ ที่ต้องแวะชมคือ วัดช้างรอบ วัดพระสี่อิริยาบถ รวมถึงวัดพระสิงห์ ทั้งหมดมีลักษณะเหมือนกับสถาปัตยกรรมที่เมืองเก่าสุโขทัย เพราะเป็นที่นี่เมืองหน้าด่านสำคัญของสุโขทัยนั่นเอง

ที่ผมชอบและดูขรึมขลังที่สุดคือวัดพระสี่อิริยาบท หลังวิหารมีพระมณฑปสี่ด้าน แต่ละทิศประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างกัน ด้านหน้ามีร่องรอยของพระยืนปางลีลา ส่วนองค์สมบูรณ์กว่าใครคือปางประทับยืนด้านหลังหรือทิศตะวันตก พอนึกถึงว่าเมื่อครั้งอดีตวัดแห่งนี้จะสวยงามขนาดไหนทำเอาขนลุกเชียว

เขตอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรมีอีกจุดตรงบริเวณวังโบราณ น่าสนใจที่สุดคือวัดพระแก้ว สันนิษฐานว่าเป็นวัดประจำพระราชวัง มีเจดีย์ใหญ่สภาพค่อนข้างดี และหมู่พระพุทธรูปซึ่งสวยงามมาก

ทางเข้าวัดพระแก้วเป็นที่ตั้งศาลหลักเมืองกำแพงเพชร แวะกราบไหว้สักการะสักหน่อยก็ดีนะ

พอพ้นเมืองเก่าจะเข้าเขตเมืองปัจจุบันอยู่ริมแม่น้ำปิง ที่พักของผมสองคืนนี้อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ ชื่อว่า แม่ปิง แมงโก้ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท บรรยากาศดีเลิศ เพิ่งเปิดใหม่มาได้ราวปีเดียว ห้องพักใหญ่ สะอาด สบาย มีที่จอดรถส่วนตัวทุกห้อง และมีร้านอาหารริมน้ำบริการด้วยนะ

พักเหนื่อยที่รีสอร์ทพอควรแล้วไปหาอะไรกินที่ถนนคนเดินริมปิงดีกว่า มีทุกวันเสาร์ที่สองและสี่ของเดือน ไม่ใหญ่โตเว่อร์วังเหมาะกับเมืองสบายๆ อย่างกำแพงเพชรดีนะครับ

มีซุ้มชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเทศบาลเมืองกำแพงเพชรด้วย เขาจะสลับนำเอากิจกรรมต่างๆ มาให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้อยู่ตลอด ครั้งนี้เป็นการพิมพ์พระเครื่องดินเผา ถือเป็นของดีเมืองกำแพงมาแสดง

พอหนังท้องตึงหนังตาหย่อน วันนี้เที่ยวสนุกเพียงพอ ได้เวลานอนหลับพักผ่อนสักที


วันที่สอง : ชุมชนศรัทธา ศาสนา พระเครื่อง และเรื่องเล่า

หากบ้านอยู่กำแพงเพชร ผมคงยินดีตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นริมน้ำปิงทุกเช้า เพราะยามอรุณรุ่งที่นี่ สงบงามเปี่ยมสุข เป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีเหลือเกิน

มื้อเช้าที่แม่ปิง แมงโก้ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท เป็นอะไรที่เด็ดสุดๆ ที่นี่ไม่มีไลน์บุฟเฟ่ต์หรอกครับ แต่เขามีเซ็ตอาหารเช้าที่ให้เราเลือกระหว่าง ไข่กระทะ ออมเล็ต อิงลิชเบรคฟาสต์ หรือ ข้าวต้มกุ๊ย เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาลชุดใหญ่ ขนมปังปิ้ง น้ำผลไม้ ทั้งหมดนี้สำหรับคนเดียวนะครับ… อิ่มตื้อเลยล่ะ

เส้นทางเที่ยวของผมวันนี้อยู่ในตัวเมืองกำแพงเพชร เริ่มต้นที่นครชุม ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำปิง เปิดแอพ Creative Journey พบว่ามีวัดสำคัญที่นั่น คือวัดพระบรมธาตุเจดียาราม สถานที่ประดิษฐานเจดีย์ศิลปะมอญสีทองอร่าม

ขับรถจากที่พักแป๊บเดียวก็ถึง เจดีย์องค์ใหญ่เด่นงามตั้งแต่เลี้ยวเข้าวัด วัดนี้เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ทว่าเจดีย์ที่เห็นบูรณะขึ้นใหม่เมื่อราวหนึ่งร้อยปีก่อน สร้างครอบเจดีย์ทรงดอกบัวตูมเรียงกันสามองค์ของเดิม

จากสภาพพื้นที่ อาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เห็นชัดเจนว่าที่นี่เป็นวัดสำคัญของกำแพงเพชรจริงๆ

สิบโมงตรง ผมมีนัดชมกิจกรรมดีๆ ที่แหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่องนครชุม อยู่ห่างจากวัดพระบรมธาตุแค่ไม่กี่ร้อยเมตร นักท่องเที่ยวรู้จักที่นี่ในชื่อบ้านลุงโป้ย เป็นศูนย์การเรียนทำพระพิมพ์ดินเผา ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวกำแพงเพชร

ปัจจุบันแม้ลุงสมหมาย พยอม หรือลุงโป้ย จะเสียชีวิตลงเมื่อต้นปีก่อน แต่ครอบครัวพยอมยังช่วยสานต่อเจตนารมย์ของคุณลุงในการเผยแพร่ภูมิปัญญาการทำพระเครื่องให้กับคนรุ่นหลังต่อไป

เราสามารถขอชมขั้นตอนการทำพระพิมพ์ดินเผาอย่างละเอียด ตั้งแต่ทำแป้นพิมพ์ เตรียมดิน กดพิมพ์พระ เผาพระ จนถึงการตกแต่งต่างๆ กว่าจะเป็นพระเครื่องให้เราบูชาสักหนึ่งองค์ต้องผ่านการผลิตอย่างละเมียดละไม ซึ่งเพราะกำแพงเพชรถือเป็นเมืองกรุพระโด่งดังระดับประเทศ พระพิมพ์จำลองที่นี่จึงได้รับความนิยมอย่างมาก

น่าชื่นใจครับที่นอกจากเยาวชนในท้องถิ่นจะมาเรียนรู้การพิมพ์พระ เด็กๆ หรือนักท่องเที่ยวทั่วไปจากต่างถิ่นก็มาเรียนรู้ภูมิปัญญาของชาวนครชุมกันอย่างสม่ำเสมอ แถมเขาไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ยกเว้นเราจะให้เป็นสินน้ำใจตามสะดวก หากอยากมาดูงานหรือมาเรียนรู้ ติดต่อล่วงหน้าได้ที่ 086-932-4460

หลังดูการพิมพ์พระจำลอง ก็ต้องไปตามหาพระเครื่องแท้ๆ ของกำแพงเพชรสักหน่อย ที่คนส่วนใหญ่รู้จักดีก็ต้องพระซุ้มกอทุ่งเศรษฐี ในตำบลนครชุมนี่เอง

คนพื้นที่บอกเล่าให้ฟังว่ากรุพระเก่ากระจัดกระจายอยู่หลายวัดในพื้นที่ทุ่งเศรษฐี รวมถึงตามเจดีย์โบราณต่างๆ กลางท้องทุ่ง (เจดีย์ยังอยู่แต่พระข้างในไม่มีเหลือแล้ว) ต้องขับรถไปชมสักหน่อย

ลัดเลาะตามซอกซอยเห็นเจดีย์เก่าหลายองค์ คุยกับชาวบ้านเพิ่มเติมได้ความมาว่าให้ลองไปวัดพิกุล ที่นั่นเป็นอีกแหล่งสำคัญกรุพระซุ้มกอ พอมาถึงที่หมายปุ๊บผมก็เดินไปบอกหลวงพ่อเลยว่าอยากชมพระซุ้มกอครับ (ฮา…) ท่านก็ไปหยิบมาให้ชมทันทีทันใด ถ้าใครอยากเช่าไว้บูชาก็ตามสะดวก

ใกล้บ่ายท้องชักหิว มาถึงกำแพงเพชรอาหารเด็ดที่สุดเขาว่าคือบะหมี่ชากังราว เปิดแอพดูบอกว่ามีร้านดังต้นตำหรับอยู่ในตัวเมือง ถนนราชดำเนิน ขับไปถึงต้องวนอยู่สองสามรอบ คือหาที่จอดรถค่อนข้างยากนิดหน่อย การันตีว่าคนเยอะจริง

นั่งปุ๊บสั่งปั๊บ บะหมี่แห้งหนึ่งชาม หมูสะเต๊ะหนึ่งชุด คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วต้องบอกว่าเส้นอร่อยเหนียวนุ่มสมคำคุย รสชาติโดยรวมกลมกล่อมทว่าออกไปทางหวาน คนกินเผ็ดอย่างผมเลยต้องเติมพริกพอสมควร แต่ทั้งหมดขอบอกว่าอร่อยดี ชอบที่สุดตรงให้ถั่วงอกดิบกับถั่วฝักยาวซอยเยอะมาก หมูสะเต๊ะก็อร่อยเช่นกัน ราคาบ้านๆ บะหมี่สามสิบ หมูสะเต๊ะสามสิบ คุ้มค่ากับการหาที่จอดรถ (ฮา…)

ช่วงบ่ายผมขับรถไปตำบลไตรตรึงษ์ ทางใต้ตัวเมืองสักสิบกว่ากิโลเมตร ใช้ถนนพหลโยธินวิ่งฉิว

มาที่ไตรตรึงษ์เพื่อตามตำตานท้าวแสนปม นิยายปรัมปราเกี่ยวกับชายร่างกายตะปุ่มตะป่ำ (โรคท้าวแสนปม) แต่ได้รับพรจากฆ้องวิเศษทำให้สุดท้ายกลายเป็นเจ้าเมืองเทพนคร ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับเมืองไตรตรึงษ์ หรือตำบลไตรตรึงษ์ในปัจจุบัน

ศาลท้าวแสนปมตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง แม้เป็นศาลเล็กๆ แต่ผู้คนเคารพศรัทธามากมาย รถทุกคันที่ขับผ่านบริเวณนี้บีบแตรทำความเคารพทุกคัน รอบศาลมีคนนำฆ้องมาถวายเป็นการขอพรหรือแก้บน อ้างอิงมาจากตำนานนั่นเอง

ข้างศาลท้าวแสนปม คือวัดวังพระธาตุ หรือบ้างเรียกว่าวัดท้าวแสนปม ภายในมีโบราณสถานสำคัญเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ใหญ่ที่สุดของกำแพงเพชร สวยมากครับ

ในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร ลักษณะโดยรวมเป็นศิลปะเชียงแสน แต่พระพักตร์เป็นแบบนิยมของช่างกำแพงเพชร ไม่มีหลักฐานความเป็นมาใดๆ คาดว่าน่าจะเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดองค์หนึ่งของกำแพงเพชรเลยล่ะ

เรื่องชวนหัวเราะเกี่ยวกับหลวงพ่อเพชรคือหากใครมาบนบานขอไม่ให้เกณฑ์ทหารติด รับรองว่าไม่มีพลาด คือไม่พลาดที่จะจับโดนใบแดงต้องเดินเข้ากรมอย่างแน่นอน เพราะหลวงพ่อชอบทหารเป็นที่สุด (ฮา…)

ขากลับเข้าตัวเมือง ริมถนนพหลโยธินทั้งขาเข้าและขาออก มีตลาดของฝากเรียกว่าตลาดกล้วยไข่ หรือมอกล้วยไข่ มีขนมแปรรูปจากกล้วย เผือก มัน ฯลฯ และหากเป็นช่วงที่กล้วยไข่ให้ผลผลิตเยอะจะมีกล้วยสดๆ วางขายชนิดว่าเหลืองอร่ามสองข้างทาง แวะซื้อกันได้ตามอัธยาศัย

เย็นวันนี้ขอทิ้งท้ายด้วยภาพบรรยากาศสงบงามริมแม่น้ำปิงนะครับ


วันที่สาม : ดื่มด่ำธรรมชาติ ผืนป่าตะวันตก

การทานเบรคฟาสต์ริมน้ำปิงยามเช้าทำให้เจริญอาหารจริงๆ จากข้าวต้มกุ๊ยเมื่อวาน วันนี้ขอเปลี่ยนมาเป็นอาหารเช้าแบบตะวันตกดูบ้าง ก่อนเก็บข้าวของเช็คเอาต์อำลา แม่ปิง แมงโก้ ริเวอร์ไซด์ ด้วยความประทับใจ

หลังจากสัมผัสประวัติศาสตร์ในวันแรก วิถีชุมชนกับศาสนาในวันที่สอง วันสุดท้ายผมขอชมอีกมุมขึ้นชื่อของกำแพงเพชร นั่นคือธรรมชาติกันบ้าง

ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตก มีอุทยานแห่งชาติสามแห่ง แม่วงก์ คลองลาน คลองวังเจ้า ทว่าด้วยมีเวลาเพียงวันเดียวไม่อาจเที่ยวหมด ขอเลือกจิ้มที่น้ำตกคลองลาน กับน้ำตกคลองวังเจ้า ทั้งสองแห่งห่างจากตัวเมืองแค่ 60 กิโลเมตร แม้จะเป็นคนละทางคือคลองลานอยู่ตะวันตกเฉียงใต้ คลองวังเจ้าอยู่ทางตะวันตก แต่มีถนนเชื่อมถึง ดังนั้นจึงขับรถไม่ยาก

เพียงชั่วโมงเดียวถนนดีตลอดสาย ถึง อช.คลองลาน จ่ายเงินแล้วขับตรงเข้าไปลานจอดรถได้เลย น้ำตกใหญ่เด่นตระหง่านรออยู่แบบไม่ต้องเสียเหงื่อเดินให้เมื่อยสักนิด

ต้นฤดูหนาวสายน้ำที่คลองลานอลังการมาก น้ำเยอะ สวยใส ยืนใกล้ๆ ละอองน้ำฟุ้งกระจายจนเนื้อตัวเปียกโชกไปหมด ถ่ายรูปยากสักนิด ทว่าช่างสดชื่นสุดยอด

ผมใช้เวลาดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของคลองลานเกือบสองชั่วโมงก็ค่อยออกมา ขากลับเห็นตรงด้านหน้าอุทยานฯ มีทางเดินขึ้นจุดชมวิวเขาหัวข้าง เวลาไม่ค่อยมีหรอกนะแต่อดใจไม่ไหวต้องขึ้นไปสักหน่อย แล้วก็คุ้มค่ามากครับ มองเห็นน้ำตกคลองลานจากมุมสูง

พอจัดการข้าวกลางวันง่ายๆ แถวนั้นเสร็จ ก็มุ่งหน้าสู่ อช.คลองวังเจ้า เปิด GPS บอกเส้นทางเอาเลย

คลองวังเจ้าเป็นคลองธรรมชาติ เป็นเส้นแบ่งจังหวัดกำแพงเพชรกับตาก บริเวณลานกางเต็นท์มีสะพานแขวนข้ามคลอง ฝั่งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคือกำแพงเพชร ฝั่งบ้านพักอุทยานฯ คือตาก เก๋ดีไหมล่ะ

น้ำตกสวยที่สุดของอุทยานฯ คือน้ำตกเต่าดำ แต่การเข้าไปต้องใช้รถโฟร์วีลและสมควรไปค้างแรมแบบแคมปิ้งกลางป่า หากมาเที่ยวง่ายๆ แบบผมในครั้งนี้สามารถเที่ยวได้บริเวณน้ำตกคลองวังเจ้า ทางลงน้ำตกอยู่ห่างจากลานกางเต็นท์ไม่กี่ร้อยเมตร

จอดรถเดินลงมาเจอลานหินใหญ่ ลำคลองไหลมาจากป่าเขา

หาทางเดินเลาะลงไปสักหน่อยก็จะพบตัวน้ำตก ไม่สูงมากแต่ค่อนข้างกว้าง หากจะให้น้ำเต็มหน้าผาต้องเป็นช่วงกลางหน้าฝนแบบน้ำเยอะสุดๆ ซึ่งตอนนั้นน้ำจะมีสีแดงน่ากลัวเสียอีก ดังนั้นอย่างที่เห็นจึงถือว่าสวยอีกแบบหนึ่งครับ

ออกจากน้ำตกคลองวังเจ้าก็รีบตีรถเข้าตัวเมืองกำแพงเพชร ใช้เส้นทางมุ่งหน้ากลับสนามบินพิษณุโลก เป็นการทำความรู้จักจังหวัดกำแพงเพชรที่สนุกสนานมาก ประทับใจในทุกส่วนทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ศาสนา วิถีชุมชน ความเรียบง่าย มีเสน่ห์ในตัวเอง

เพียงครั้งแรกก็หลงรักเข้าแล้วสิ พูดแบบนี้คงไม่ผิดหรอกนะ…


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller


About the author

นายสองสามก้าว

Leave a Comment

Shares
Loading...