ฮาร์ดร็อค พัทยา พักร็อคๆ แบบชาวเซเล็บ

ชอบไหม?

โรงแรมฮาร์ดร็อค พัทยา และฮาร์ดร็อค คาเฟ่ ใครกันบ้างไม่เคยได้ยินชื่อ ถึงไม่เคยไปก็ต้องเคยรับรู้ความโด่งดังของที่นี่ล่ะนะ แถมนอกจากมีดีกรีเป็นโรงแรมหรูริมชายหาดพัทยา ยังเป็นโรงแรมซึ่งเซเล็บมากมายเคยมาพักหรือแสดงคอนเสิร์ตอีกต่างหาก

เพราะฉะนั้นตอนที่ผมบอกคนข้างกายว่าได้รับคำเชิญจากโรงแรมฮาร์ดร็อค พัทยา ให้ไปพักผ่อนพร้อมรีวิวสำรวจดูสิว่าโรงแรมสไตล์ร็อคแอนด์โรลแห่งนี้เจ๋งอย่างไรบ้าง เธอจึงแทบร้องกรี๊ดออกมาเชียวล่ะ

ทริปนี้กลางเดือนมิถุนายน ที่อื่นฝนเริ่มพรำๆ บ้างแล้ว ส่วนที่พัทยาพอครึ้มฟ้าครึ้มฝนบางช่วงแต่ก็ยังถือว่าสดใสอยู่พอสมควร เราสองคนเดินทางด้วยรถตู้โดยสารจาก กทม. ถึงพัทยาแล้วก็เดินเรื่อยๆ ชมบรรยากาศจนมาถึงโรงแรม

โรงแรมฮาร์ดร็อค ตั้งอยู่ที่พัทยากลางครับ ด้านหน้าอยู่ฝั่งถนนสาย 2 ส่วนด้านหลังอยู่ฝั่งถนนเลียบชายหาด หากขับรถมาให้เข้าทางถนนสาย 2 เพราะที่จอดรถอยู่ด้านนั้น แต่หากเดินมาจะเข้าทางไหนก็ตามสะดวก ฝั่งถนนเลียบหาดคือตรงฮาร์ดร็อค คาเฟ่ นั่นเอง


(1)

เราสองคนเดินเลียบหาดพัทยาเข้าโรงแรมทางด้านหลัง รปภ.บอกทางให้เดินตามสระว่ายน้ำไปล็อบบี้ได้เลย แว่บแรกที่เข้ามาในโรงแรมต้องบอกว่าประทับใจทันที สระว่ายน้ำใหญ่โตโอ้โหมาก ขนาดแค่เดินผ่านนะนี่

ถึงล็อบบี้แล้วต้องตาลุกวาวกับบรรยากาศ ผมว่ากับเราอยู่ในงานคอนเสิร์ตนะ ตามจุดต่างๆ มีการจัดแสดงเสื้อผ้าคนดังมากมาย โดดเด่นที่สุดต้องเป็นชุดของ เดอะคิง – เอลวิส เพรสลี่ย์ เอลตัน จอห์น วิทนี่ย์ ฮิวส์ตัน เอริค แคล็ปตัน มาดอนน่า ซึ่งทั้งหมดเป็นของจริงนะครับ ส่วนขาร็อคอย่างผมถึงกับกลืนน้ำลายกับแจ็คเก็ตหนังและกีตาร์ของลูกพี่สแลช Guns N’ Roses แล้วก็เสื้อผ้าของทวิกกี้ มือเบสพเนจรของ Marilyn Manson

ตรงล็อบบี้ยังเป็นที่ตั้งของ ร็อคช็อป ด้านในมีขายสินค้าและของที่ระลึกเพียบ ใครสนใจเชิญเข้าไปดูได้เลย

มุมนี้เป็นมุมจัดแสดงกีตาร์รุ่นต่างๆ ซึ่งเหล่าร็อคสตาร์ใช้กัน ความพิเศษคือเราสามารถยืมกีตาร์พวกนี้ขึ้นไปเล่นที่ห้องพัก โดยโรงแรมจะมีแอมป์พร้อมหูฟังให้ รับรองว่าไม่รบกวนคนอื่น เป็นอะไรที่เลอเลิศมาก เสียเพียงอย่างเดียวคือผมเล่นกีตาร์ไม่เป็นครับ (ฮา…)

โรงแรมมีทั้งหมดสิบชั้น ชั้น 9-10 เป็นเอ็คเซ็คคิวทีฟฟลอร์ มีชื่อเรียกเก๋ๆ ว่า ร็อค รอยัลตี้ เลเวล (Rock Royalty Level) ซึ่งที่พักของเราอยู่บนนั้น เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเช็คอินด้านล่าง กดลิฟต์ขึ้นไปเช็คอินชั้น 9 ได้เลย

ภายในร็อค รอยัลตี้ เลเวล เล้าจ์ บรรยากาศดีสุดๆ เช็คอินแป๊บเดียวก็เรียบร้อย แต่ยังไม่รีบเข้าห้องหรอกครับ เพราะแน่นอนว่าชั้นเอ็คเซ็คคิวทีฟฟลอร์ต้องมของว่างและซอฟต์ดริ๊งค์บริการฟรี เราเลยขอนั่งพักจิบเครื่องดื่ม ชมวิวสปีดโบ้ทวิ่งกันขวักไขว่เต็มอ่าวพัทยาสักแป๊บ

ทานของว่างเสร็จแล้วค่อยเข้าห้องพัก ในห้องสวยและดูหรูเชียวล่ะ เตียงน่านอน โซฟาตัวใหญ่น่านั่ง เปิดผ้าม่านออกมองเห็นวิวอ่าวพัทยาแบบเต็มตา เรื่องการตกแต่งนี่โดนใจมากเลย สีโทนน้ำตาล ม่วง แดง ผสมผสานให้ความรู้สึกมีระดับดีนะ

ห้องน้ำตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่ทำให้ดูโอ่โถงขึ้น มีม่านเปิดปิดได้ในกรณีที่อยากจะเปิดเพื่อความวาบหวิว (ฮา…)

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมตามแบบฉบับโรงแรมชั้นนำครับ มวิทยุสำหรับต่อโทรศัพท์ หรือแฟลชไดร์ฟได้ด้วย ถูกใจคนรักเสียงเพลงล่ะครับ เพราะฉะนั้นเปิดใช้งานโลด

เราเกลือกกลิ้งพักผ่อนสบายๆ จนสักหกโมงเย็นค่อยออกมาที่เล้าจ์ เพราะทุกวันตั้งแต่หกโมงถึงหนึ่งทุ่มครึ่งคือช่วงแฮปปี้ฮาวร์ เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มีเหล้าหลากชนิด เบียร์สามยี่ห้อ ค็อกเทลเกือบ 20 เมนู แล้วก็ไวน์ขาว กับไวน์แดง) พร้อมอาหารว่างเพิ่มเติม

หยิบนั่นทานนี่ ของกินที่เรียกว่าอาหารว่างก็ทำเอาเราอิ่มท้องเหมือนกัน ประกอบกับ ค็อกเทล และเบียร์เย็นฉ่ำอีกสามสี่แก้วก็ไม่ต้องไปไหนกันแล้วล่ะคืนนี้

เราสามารถสั่งเครื่องดื่มตุนไว้ก่อนจะหมดเวลาทุ่มครึ่งแล้วนั่งชิลต่อได้นะครับ ไม่ต้องเกรงใจเลยเพราะพนักงานเดินมาถามให้บริการเราเองด้วยซ้ำ ขอบอกว่าบรรยากาศที่เล้าจ์หลังจากนั้นดีมาก เพราะแขกต่างชาติเขาออกไปท่องราตรีกัน ส่วนเราที่มาพักผ่อนในโรงแรมก็สบายเลยสิ


(2)

หลับยาวแสนสบาย ตื่นนอนบิดขี้เกียจเกือบแปดโมง เมื่อเข้าพักชั้นร็อค รอยัลตี้ เวเวล เราก็ไม่จำเป็นต้องลงไปทานอาหารด้านล่าง เพราะสามารถทานที่เล้าจ์ได้เลย เมนูมีให้เลือกทั้งหมดแปดอย่างครับ ทั้งแบบไทยๆ อย่างข้าวต้ม แบบฝรั่งอย่าง ฟริททาทาร์ (ไข่เจียวอิตาเลียน) วาฟเฟิล หรืออเมริกัน เบรกฟาสต์ เมนูไข่ต่างๆ รวมทั้งแซลมอนเทริยากิ แล้วก็ติ่มซำ ซาลาเปา เรียกว่าครบสูตร

นอกจากนี้ก็มีไลน์อาหารอื่นๆ ขนมปัง และเครื่องดื่มให้หยิบกันตามอัธยาศัย

ตามปกติอาหารคนละอย่างครับ แต่ผมขอพิเศษสั่งสองทางโรงแรมก็จัดให้ เป็นข้าวต้มหมู แซลมอนเทริยากิ แล้วก็ฟริททาทาร์ อร่อยทุกอย่างครับ

เอาล่ะ หลังจากนั้นได้เวลาเล่นน้ำสักที คุณนายเธอร่ำร้องอยู่นานแล้ว สระว่ายน้ำที่นี่เพิ่งรีโนเวตใหม่ไม่นาน กว้างขวาง มุมเก๋ๆ เพียบ มีพูลบาร์ให้บริการ นอกจากนี้ยังแบ่งเป็นสองโซนคือโซนทะเลจำลอง เก๋ด้วยหาดทรายและทิวแถวต้นมะพร้าว กับโซนสระว่ายน้ำใหญ่ มีการ์ดดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา

หากใครต้องการความพิเศษส่วนตัวสามารถติดต่อเช่าคาบาน่า หรือศาลาพักผ่อน ซึ่งอยู่โซนชายหาดจำลองได้ด้วยนะครับ

อีกจุดเด่นของสระว่ายน้ำที่โรงแรมฮาร์ดร็อค พัทยา คือเรื่องกิจกรรม ทุกสองสามชั่วโมงตั้งแต่ช่วงสายๆ จะมีเกมพิเศษให้แขกแข่งกันหอมปากหอมคอทั้งรุ่นเด็กและผู้ใหญ่ มีเจ้าหน้าที่ดูแล เขียนแต้ม เก็บคะแนนให้อย่างดีด้วย เด็กๆ ต่างชาติชอบกันมาก และปกติในวันเสาร์ตอนเย็นจะมีปาร์ตี้โฟมด้วยครับ

หลังจากเล่นน้ำตากแดดจนพลังจากอาหารเช้าย่อยสลายหมดเรียบร้อย เราก็พักเบรกขึ้นมาทานอาหารกันที่ เดอะ พิซเซอเรีย (The Pizzeria) เป็นห้องอาหารโอเพ่นแอร์ในร่ม อยู่ทางลงสระว่ายน้ำนั่นแหละ ตกแต่งด้วยสีขาวสะอาดสบายตา ช่วงนี้ลมพัดเย็นสบาย

ชื่อห้องอาหารบอกแล้วว่ามีพิซซ่าเป็นจุดขาย ทว่าจริงๆ แล้วอาหารอย่างอื่นก็เด็ดไม่แพ้กัน ข้าวมันไก่สิงคโปร์คือจานแนะนำครับ สังเกตเห็นแขกโต๊ะอื่นก็สั่งกันเยอะมาก อร่อยไม่แพ้ต้นตำรับเชียวล่ะ อีกเมนูอยากให้ลองคือแกงไก่มาดราส อาหารอินเดียทานคู่กับนานหลายแบบ เพิ่มความอิ่มด้วยซีซาร์สลัดใส่แซลมอนรมควัน มื้อนี้เด็ดสุดๆ

กินคาวแล้วต้องต่อของหวาน เครปเย็นอัลมอนด์ครีม กับลูกแพร์ตุ๋นไวน์แดงทานคู่กับรัมเรซิน ฟินมาก

อิ่มหนำแล้วก็ใช้เวลาชิลๆ ริมสระว่ายน้ำกันต่อ เสริมความชื่นใจสักหน่อยด้วย เดอะ พาวเวอร์ แก้วนี้เป็นส่วนผสมระหว่าง สไปร์ท กระทิงแดง สวีทแอนด์ซาว เปรี้ยวหวานซ่าสดชื่นมาก

เข้าพักโรงแรมดีๆ แบบนี้ทำให้ไม่นึกอยากไปไหน และไม่สนใจทะเลเลยล่ะครับ เราใช้เวลาพักผ่อนริมสระ เล่นน้ำบ้าง ถ่ายรูปบ้าง ชีวิตอันจะดีอะไรอย่างนี้

ช่วงบ่าย ผมแว่บมาเดินสำรวจส่วนอื่นของโรงแรมสักหน่อย เริ่มด้วย ฮาร์ดร็อค สปา ถือเป็นสปาระดับคุณภาพครับ คอร์สให้เลือกหลากหลายทั้งคอร์สแบบไทยและสากล

นอกจากนี้ยังมีห้องอบไอน้ำและซาวน่าด้วยครับ เป็นส่วนซึ่งแขกเข้าพักทุกคนสามารถใช้บริการฟรี สำหรับฟิตเนสขาดไม่ได้อยู่แล้ว แขกต่างชาติที่พักยาวๆ นิยมมาออกกำลังกายกัน

แต่ที่เก๋มากคือที่นี่มีคอร์สสอนมวยไทยด้วย แถมเด็ดยิ่งขึ้นคือเทรนเนอร์เป็นถึงอดีตนักมวยแชมป์โลก ขวัญไทย ศิษย์หมอเส็ง เป็นครั้งแรกในชีวิตครับที่มีโอกาสคุยกับระดับแชมป์โลก ว่าแล้วต้องขอถ่ายรูปสักหน่อย

ใกล้ห้าโมงเย็นเรากลับขึ้นห้องพักผ่อน นั่งเล่นที่เล้าจ์ รอเวลาจนเกือบค่ำค่อยลงมา เย็นนี้แทบไม่ได้ทานอะไรเล้าจ์ เพราะอะไรเดี๋ยวตามต่อกัน

บรรยากาศที่สระว่ายน้ำของโรงแรมช่วงโพล้เพล้แสงกำลังสวยเชียว

เดินผ่าน โซล เล้าจ์ (Soul Lounge) ชั้นล่าง สวยดีเลยเข้าขอไปถ่ายรูปสักหน่อย ที่นี่เปิดสี่โมงเย็นถึงตีหนึ่ง และมีดนตรีสดทุกวันศุกร์กับเสาร์ ด้านในสวยชอบมากครับ

และเหตุผลที่เราไม่ทานอาหารว่างตอนเย็นกันที่ร็อค รอยัลตี้ เล้าจ์ เพราะมีนัดกับดินเนอร์บุฟเฟ่ต์กันที่ห้องอาหารสตาร์ซ ไดเนอร์ (Starz Diner) ยังไงล่ะ ที่นี่ถือเป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม เปิดให้บริการเบรกฟาสต์ตอนเช้า และบุฟเฟ่ต์ตอนเย็น ตามเสาจะตกแต่งด้วยกีตาร์ของนักดนตรีชื่อดัง เป็นเอกลักษณ์ในแบบฮาร์ดร็อคแหละนะ

ดินเนอร์บุฟเฟ่ต์ที่นี่มีทุกวัน ชื่อว่า เดอะ เกรท ชาร์โคล บาร์บีคิว บุฟเฟ่ต์ ตามชื่อเลยคืออาหารเด่นเป็นพวกบาร์บีคิวปิ้งย่าง ทั้งเนื้อ หมู ไก่ ไส้กรอก ในสไตล์บราซิเลียน ทานคู่กับผักย่าง สับปะรดย่าง แค่เห็นยังไม่ทันทานก็น้ำลายไหลแล้วครับ

นอกจากนี้ยังมีไลน์บุฟเฟ่ต์อื่นๆ อีกหลากหลาย อยู่พัทยาอาหารทะเลย่อมขาดไม่ได้ ปูเผา กุ้งเผา หมึกย่าง ขนมาเป็นขบวน ส่วนอาหารนานาชาติก็มีให้เลือกอีกเพียบ หยิบตักกันตามใจชอบ

แขกที่ไม่ได้พักโรงแรมก็มาทานบุเฟ่ต์เยอะทีเดียวครับ ถือเป็นอีกบุฟเฟ่ต์ซึ่งโด่งดังที่พัทยา ในส่วนของบาร์บีคิวพนักงานจะมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะโดยยกมาทั้งไม้ยาวๆ แบบนี้แล้วแบ่งหั่นให้เรา เป็นการเสิร์ฟสไตล์บราซิเลียนแท้ๆ

เรานั่งละเมียดละไมอาหารแบบไม่รีบร้อน ผมเน้นไปที่เนื้อย่างอร่อยๆ ส่วนคุณนายเธอหนักไปทางปูเผากุ้งเผาตามสไตล์คนรักซีฟู้ด อร่อยแบบหลากหลายเป็นข้อดีของบุฟเฟ่ต์ที่นี่ มีไวน์ให้บริการในราคาพิเศษด้วยนะครับ

อ้อ… สำหรับ เกรท ชาร์โคล บาร์บีคิว บุฟเฟ่ต์ ราคาต่อคนอยู่ที่ อาทิตย์ – พฤหัส 788 บาท ศุกร์ – เสาร์ 1,299 บาท (ไลน์อาหารมากกว่าวันธรรมดา) เด็กอายุ 12-18 ปี ลด 50% ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 65 ปี ลด 25% เปิดให้บริการตั้งแต่ 18.30 – 21.30 น. ไม่ได้พักที่นี่ก็สามารถมาทานได้ครับ


(3)

วันพักผ่อนแบบนี้นอนดึกตื่นสายไม่ต้องแคร์อะไรทั้งนั้นครับ เรื่องการงานขอเบรกไว้ก่อน ตื่นเช้าแบบงัวเงียเดินมาทานเบรกฟาสต์กันที่ร็อค รอยัลตี้ เล้าจ์ วันนี้สั่งไขขาวม้วน กับข้าวต้มปลา ง่ายๆ เบาๆ สบายๆ

เราพักผ่อนแบบสุดจะขี้เกียจอยู่ที่ห้อง ลงมาถ่ายรูปเล่นที่สระว่ายน้ำสักพัก แล้วเกือบเที่ยงนั่นแหละครับถึงค่อยเช็คเอาต์ เรียกว่าใช้เวลาภายในโรงแรมให้คุ้มที่สุด

หลังเช็คเอ้าต์ เรามีคิวทานกลางวันกันอีกหนึ่งมื้อที่ ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ ปกตินักท่องเที่ยวจะมากันตอนกลางคืน (เมื่อคืนผมก็แอบแว่บมาแป๊บนึง) แต่บรรยากาศช่วงบ่ายด้านในก็สบายๆ และสวยอีกแบบนะครับ โดนใจมาก ตกแต่งด้วยของใช้ต่างๆ ของวงร็อคชื่อดังทั้งรุ่นเก๋าและรุ่นเกือบเก่าเพียบเลย

เมนูเด่นที่ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ เป็นแบบตะวันตกจ๋าเลยล่ะ เราได้ทาน นิวยอร์ค สตริป สเต็ก กับ ลีเจนดารี่ ฮิคคอรี่ เบอร์เกอร์ บาร์บีคิว (แค่เรียกชื่อตอนสั่งก็น้ำลายไหลแล้ว) พร้อมค็อกเทลเย็นฉ่ำสองแก้ว และชุดออร์เดิร์ฟทานเล่น ต้องบอกว่าเนื้อที่นี่ยอดมาก อร่อยสุดๆ ไปเลย

นั่นแหละครับ โรงแรมฮาร์ดร็อค พัทยา กับทริปพักผ่อนแบบเอ็คคลูซีฟของเราสองคน เป็นสามวันสองคืนซึ่งไม่ได้เดินออกจากโรงแรมเลยแม้แต่ก้าวเดียว และทำให้รู้เลยว่าเที่ยวพักผ่อนเต็มที่กับโรงแรมดีๆ อย่างนี้ มันก็ดีงามไม่หยอกเลยนะ


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller


 

About the author

นายสองสามก้าว

Leave a Comment

Shares
Loading...