บ้านแหลม @ เพชรบุรี อย่าให้เป็นแค่จุดแวะ แต่ให้เป็นจุดหมาย

อำเภอบ้านแหลม เพชรบุรี เอ่ยถึงอำเภอนี้นึกถึงอะไรกัน คนที่นึกออกต้องร้องอ๋อทันที แต่คนนึกไม่ออกคงแทบเป็นใบ้ หรือซ้ำร้ายอาจถามกลับด้วยซ้ำว่ามันอยู่ตรงไหนของแผนที่ประเทศไทยกันแน่

บ้านแหลมเป็นดินแดนนาเกลือ ชายทะเลอ่าวไทยครับ ทว่าบังเอิญเป็นทะเลช่วงที่ไม่สวยเท่าไหร่ นักเที่ยวสายชิลจึงมักมองข้ามผ่านลงใต้ไป ชะอำ หัวหิน บ้านแหลมเลยกลายเป็นเพียงทางผ่านบ้างไม่ผ่านบ้าง ไม่ค่อยมีใครสนใจเที่ยวมากเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับทรัพยากรและความน่าสนใจที่มี

แต่ไม่นานมานี้ผมมีทริปซึ่งอาจทำให้ทุกคนมองบ้านแหลมเปลี่ยนไป หลังได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนฝูงสายถ่ายภาพคนหนึ่งแจ้งข่าวว่ามีรีสอร์ทน่ารักเปิดใหม่ชื่อ Fisherman’s Villa Sea View อยู่แถวชายทะเลบ้านแหลม และทางรีสอร์ทอยากชักชวนผมให้แวะไปเที่ยวเก็บภาพแถวนั้นสักหน่อย เฮ้ย… แบบนี้น่าสนสิ เพราะที่นี่เป็นถิ่นรักของผมอยู่แล้ว เที่ยวแหลมผักเบี้ยมาเป็นสิบรอบเห็นจะได้ ทว่ายังไม่เคยได้พักค้างคืนสักที

สองวัน หนึ่งคืน ควงคุณเธอไปบ้านแหลม เริ่มต้นแบบนี้แหละครับ


(1)

ปกติไปเพชรบุรี จาก กทม. มีให้เลือกสองเส้น ผมเรียกขำๆ ว่าเส้นหน้าบ้านกับหลังบ้าน หน้าบ้านคือตามถนนพระรามที่ 2 (ทล.35) จนสุดสายถึงแยกวังมะนาว เลี้ยวซ้ายเชื่อมต่อกับถนนเพชรเกษม (ทล.4) ผ่านอำเภอเขาย้อย เข้าตัวเมืองเพชร ส่วนเส้นหลังบ้านคือพอถึงถนนพระรามที่ 2 กม.72 เขตจังหวัดสมุทรสงคราม ก็เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบท สส.2021 ตามป้ายทางลัดไปชะอำ เชื่อต่อกับทางหลวงชนบท พบ.4012 และ พบ.4028 เส้นนี้จะผ่านอำเภอบ้านแหลม มีถนนตัดเข้าตัวเมืองให้เลือกใช้หลายเส้นเป็นระยะๆ แต่ไม่ใช่ทางหลวงใหญ่ ผมเลยเรียกเป็นถนนหลังบ้าน

พูดถึงการทำความเร็ว วิ่งเส้นหน้าบ้านเร็วกว่าเยอะครับเพราะเป็นทางหลวงหลัก ถนนใหญ่ ระยะทางสั้นกว่า แต่ว่าเส้นหลังบ้านมีดีที่ความชิล ขับกินลมชมวิว ผ่านทิวทัศน์หลากหลาย ใครไม่รีบขับเส้นนี้จะรู้สึกสบายใจมาก

จากที่ผมร่ายมา การไปบ้านแหลมควรใช้เส้นทาง สส.2021 สะดวกที่สุด แต่พอดีทริปนี้ผมอยากแว่บไปเที่ยวเขาวัง พระนครคีรี แลนด์มาร์คเพชรบุรีสักหน่อย เลยขอวิ่งทางหลักแล้วเดี๋ยวค่อยย้อนกลับบ้านแหลมแล้วกัน (ถ้าใครไม่ไปเขาวัง ในตัวเมืองเพชรยังมีที่เที่ยวอีกเยอะเลยครับ ถ้ำเขาหลวง วังบ้านปืน วัดวาอารามต่างๆ)

ถึงตัวเมืองเพชรยังมีทางขึ้นเขาวังให้เลือกสองทาง คือเดินขึ้นหรือนั่งรถรางไฟฟ้า ผมน่ะมากี่รอบก็ได้แต่เดินขึ้น คราวนี้อยากลองนั่งรถรางดูบ้าง จอดรถแล้วปรี่ไปซื้อตั๋ว ผู้ใหญ่คนไทย 70 บาท แบ่งเป็นค่ารถราง 50 บาท กับค่าเข้าชม 20 บาท

เขาวังมีชื่อเต็มยศว่าอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร เป็นพระราชวังระหว่างแปรพระราชฐานของรัชกาลที่ 4 อายุอานามสร้างมามากกว่า 150 ปี ด้านบนสวยงาม เก่าแก่ ขรึมขลัง ร่มรื่นมาก (ใช้คำเยอะเยอะไหม ฮา…)

จุดเด่นคือต้นลีลาวดีซึ่งปลูกอยู่รอบพื้นที่ ใครไปช่วงดอกบานสะพรั่งจะยิ่งสวยเลยล่ะ

บนเขาวังประกอบด้วยยอดเขาสามลูกครับ ลูกแรกเป็นหมู่พระที่นั่งต่างๆ รวมทั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี ลูกที่สองคือเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุจอมเพชร เจดีย์องค์ใหญ่สีขาวซึ่งมีอยู่ดั้งเดิมนานแล้ว กระทั่งได้รับการบูรณะในเวลาต่อมาเมื่อสร้างเขาวัง

ลูกสุดท้ายคือที่ตั้งของวัดพระแก้วน้อย เป็นเหมือนวัดประจำเขาวัง เราเดินเที่ยวได้ทั่วด้วยตัวเอง ที่ต้องระมัดระวังนิดหน่อยคือฝูงลิงตามธรรมชาติ อย่าได้ถือของกินไว้กับตัวเด็ดขาด

หลังเที่ยวเขาวังเสร็จสรรพ ขอแวะกินของโปรดของผมยามมาเพชรบุรีคือขนมจีนทอดมัน ร้านนุชทอดมัน อยู่ตรงข้ามวัดข่อย ใครไปไม่ถูกตั้งจีพีเอสและเข้าไปจอดรถในวัดได้เลย อยู่ใกล้ๆ กับเขาวัง

รสชาติไม่ขอการันตีเพราะแล้วแต่คนชอบ ทอดมันที่นี่ออกจะแห้งๆ แต่หอมด้วยกลิ่นใบกระเพรา กินคู่กับขนมจีน ราดน้ำจิ้มทอดมันใส่ด้วยนิดหน่อยถูกปากผมอย่างแรง เป็นสูตรที่ทำขายกันมากว่าห้าทศวรรษ สืบทอดรุ่นสู่รุ่นเลยล่ะ

ร้านเปิดสิบโมงเช้าถึงบ่ายสามครับ หยุดพุธ พฤหัส ลองแวะไปกินดูว่าจะชอบสูตรนี้หรือเปล่า (ฮา…)

เอาล่ะ… เที่ยวแล้วกินแล้ว ได้เวลาเข้าที่พัก Fisherman’s Villa Sea View สักที เส้นทางจากตัวเมืองเพชรไปบ้านแหลมง่ายนิดเดียว วิ่งตามป้ายหาดเจ้าสำราญ พอถึงวงเวียนก่อนเข้าหาดก็เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอบ้านแหลม

Fisherman’s Villa Sea View อยู่ที่บ้านบางแก้ว ถ้าวิ่งมาเส้นเดียวกับผมจะอยู่เลยโครงการแหลมผักเบี้ย ประมาณ 7 กิโลเมตร ถึงจุดชมวิวบางแก้วก็ชะลอรถเตรียมเลี้ยวขวาเข้าซอยอีกไม่กี่สิบเมตรสู่รีสอร์ทได้เลย มีป้ายชี้บอกอยู่

เพราะอยู่ที่บ้านแหลม ผมไม่นึกจริงๆ ครับว่าที่พักจะเป็นสไตล์น่ารักหวานแหววมาก เหมือนหมู่บ้านการ์ตูนยุโรปขนาดเล็ก มองทางไหนก็มีแต่ดอกไม้ ตกแต่งทั้งดอกไม้จริงและพลาสติกผสมผสานกัน เพิ่งเปิดบริการช่วงกลางปี 60 นี่เอง

ห้องพักมีสองลักษณะ โซนที่เป็นทาวน์เฮ้าส์ดัดแปลง กับโซนบ้านเดี่ยวในสวน เราสองคนนอนโซนทาวเฮ้าส์ชั้นบน ราคาที่พักเริ่มต้นสองพันนิดๆ

นี่คือห้องของเรา กว้างขวางสบายมาก บันไดลงไปห้องชั้นล่างมีประตูกั้นไว้แบบคอนเน็คติ้งรูม ซึ่งหากมาเป็นครอบครัวจะเหมาทั้งสองชั้นเป็นห้องคู่ก็ได้

อุปกรณ์พร้อมทุกอย่างจริงๆ ชุดจานชาม ชุดทำครัวแบบง่ายๆ ด้วยไมโครเวฟ มีแม้กระทั่งเครื่องซักผ้า เป็นจุดประสงค์ของรีสอร์ทที่เตรียมไว้รองรับแขกต่างชาติที่เข้าพักระยะยาว ภายในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำด้วยครับ

ส่วนห้องชั้นล่างมีอ่างจากกุซซี่อยู่ระเบียงหน้าบ้าน

ตรงนี้คือห้องพักแบบบ้านเดี่ยว ขนาดห้องเล็กกว่าแต่ได้บรรยากาศกลางสวนดอกไม้ สาวๆ มาพักที่นี่จุดชุดมาถ่ายรูปเต็มที่ได้เลย มีให้เลือกเตียงคู่กับเตียงเดี่ยว และสีสันการตกแต่งที่ต่างกัน

ที่นี่ติดทะเลด้วยนะ แต่หากใครรู้สภาพพื้นที่ของบ้านแหลมดีคงเข้าใจดีว่าเป็นทะเลโคลน ไม่ได้มีหาดทรายให้เล่นน้ำ ทว่าทางรีสอร์ทมีสระว่ายน้ำเป็นสระเกลือแถมน้ำอุ่นอีกต่างหาก แช่น้ำเพลินชมวิวสบายๆ มีโซนพักผ่อนและศาลาริมทะเล

ถ้าถามผมว่าอะไรคือจุดเด่นที่สุด ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่าคือความเงียบสงบ เพราะเป็นรีสอร์ทปลอดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ตอนนี้เห็นว่ากำลังทำโซนใหม่ที่อะลุ้มอะล่วยให้ดื่มเบาๆ ได้เล็กน้อย) นี่แหละฟินมากสำหรับคนรักความสงบแบบเราสองคน

มีจักรยานให้ใช้ฟรีด้วยครับ เหมาะมากกับการปั่นออกกำลังกายตอนเย็นๆ

ข้อดีอีกข้อคือที่นี่ไม่มีห้องอาหารครับ เอ๊ะ… ดียังไง ดีตรงที่รีสอร์ทพยายามมีส่วนร่วมและสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ยังไง อาหารเช้ามีบริการเป็นของกินซื้อจากชุมชน ส่วนกลางวันและเย็นทานตามร้านใกล้ๆ หรือสั่งให้มาส่งที่รีสอร์ทก็ได้ พอเป็นแบบนึ้คนในพื้นที่เลยยิ้มแก้มปริ รีสอร์ทมาเปิดปุ๊บ ตัวเองก็มีรายได้เพิ่มขึ้น แนวคิดแบบนี้น่าสนับสนุนมาก

เย็นย่ำวันนั้นฟ้าค่อนข้างครึ้ม แต่หลังจากกินข้าวกลับมาฟ้าก็โปร่งขึ้น ชมดาวทั้งในทะเลและบนท้องฟ้าบรรยากาศสบายดีเหลือเกิน


(2)

เที่ยวทะเลเพชรบุรีมีไฟท์บังคับต้องตื่นเช้า ไม่เช้าได้อย่างไรเพราะฝั่งนี้เป็นฝั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นชัดๆ เช้าวันนั้นยอมรับเลยว่าลมโหมแรงสุดๆ แต่ก็เป็นเช้าแสนวิเศษ เที่ยวทะเลมานับไม่ถ้วนแต่เพิ่งเป็นครั้งที่สองในชีวิตที่ผมเห็นพระอาทิตย์เคลื่อนตัวขึ้นจากเส้นขอบฟ้า คือลอยขึ้นจากทะเลเลยนะ ไม่ใช่โผล่จากหลังเมฆ สวยงามสุดใจ

สักเจ็ดโมงเราทานอาหารเช้าแบบง่ายๆ ข้าวต้มกุ้ง ปาท่องโก๋จิ้มนม ซาลาเปา ขนมปังต่างๆ ซึ่งอย่างที่บอกคือทั้งหมดทางรีสอร์ทอุดหนุนซื้อมาจากร้านในบ้านบางแก้วนี่เอง

ที่ต้องรีบทานอาหารเช้า เพราะเรามีคิวไปดูนกกันครับ แหม… มาถึงบ้านแหลม แหล่งดูนกระดับประเทศทั้งทีจะพลาดกิจกรรมแบบนี้ได้ยังไง มีสุดยอดจุดดูนกชายเลนอยู่ห่างจาก Fisherman’s Villa Sea View ไม่กี่กิโลเมตร คือที่บ้านปากทะเล ตรงข้ามวัดปากทะเลนอก (เห็นพระอุโบสถรูปเรือสำเภากำลังสร้างอยู่) จะเจอป้ายบอกว่าแหล่งดูนก ขับรถเข้าไปได้เลย

จุดดูนกที่บ้านปากทะเลคือตามนาเกลือ ธันวาคมเป็นช่วงที่มีนกอพยพเยอะที่สุด และเราไม่ใช่แค่สองคนที่มาที่นี่นะ มีฝรั่งนักส่องนกมือฉมังอีกสองสามกลุ่มวนเวียนอยู่ไม่ไกล เทียบจากอุปกรณ์แล้วขอยอมแพ้แบบราบคาบ (ฮา…)

เราเดินดูนกตามถนนดินแดงไปเรื่อยๆ จนถึงทะเลได้เลย แต่ชาวบ้านขอร้องว่าอย่าเดินขึ้นไปตามคันดินนาเกลือเพราะอาจทำให้คันดินยุบ ฝรั่งหลายคนเดินเข้าไปโดยไม่รู้ก็ต้องร้องเรียกส่งภาษามือให้ออกมา รบกวนตรงนี้ด้วยครับ

เลนส์ 250 มม. ส่องได้เท่าไหนก็เท่านั้น ถึงอย่างไรก็สนุกกับการดูนกอยู่ดี ตีนเทียน ชายเลนบึง นางนวลแกลบ หัวโตเล็ก

ที่เซอร์ไพรส์คือเห็นนกกาบบัวฝูงสิบกว่าตัว นกชนิดนี้ในสวนสัตว์มีเยอะแยะ แต่การเห็นพวกมันหากินตามธรรมชาติเป็นอะไรที่ทำให้ยิ้มกว้างกว่าชนิดเทียบกันไม่ได้

ส่องนกแบบไกลๆ อย่างเพลินๆ จนถึงสักเก้าโมงเศษๆ ค่อยกลับรีสอร์ท วันนี้แดดดีฟ้าสวยกว่าเมื่อวานเยอะเลย เพิ่มความน่ารักให้รีสอร์ทมากขึ้นอีกหลายระดับ

และคุณเธอไม่พลาดลงแช่ตัวสบายๆ ในสระว่ายน้ำ ช่างสุขดีแท้หนอ

เราสองคนเช็คเอาต์ตอนเที่ยง หาข้าวกินง่ายๆ แถวนั้น รอเวลาสักแป๊บให้ท้องเริ่มย่อยแล้วเดินทางไป “กังหันทอง” โอท็อปห้าดาวผลิตภัณฑ์สปาเกลือ อยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ท แค่เข้าไปแป๊บเดียวก็ต้องสังเวยเงินในกระเป๋าเป็นค่าสบู่ดอกเกลือห้าหกก้อนอย่างรวดเร็ว (ฮา…) สินค้าของเขาเน้นการแปรรูปและผสมดอกเกลือ มาซื้อถึงที่กับผู้ผลิตโดยตรงแบบนี้รู้สึกดีเป็นพิเศษ

แล้วดอกเกลือคืออะไร ? ดอกเกลือคือเกลือซึ่งได้เป็นชุดแรกของการทำนาเกลือในแต่ละครั้ง คิดง่ายๆ ว่าปกติเราจะได้เกลือเมื่อน้ำทะเลระเหยจนหมด แต่ดอกเกลือพิเศษกว่าคือพวกมันจะจับตัวแล้วลอยขึ้นมาเหนือน้ำก่อน ถ้าหากไม่รีบเก็บก็จะจมกลับหายไป ดังนั้นดอกเกลือจึงมีปริมาณน้อยกว่าเกลือธรรมดา แพงกว่า บริสุทธิ์กว่า รสชาติดีกว่าด้วย ไม่เค็มมาก ว่ากันว่ามสรรพคุณหลายอย่าง

นอกจากขายของโอท็อป กังหันทองยังมีบริการนวดไทย นวดหน้า และขัดผิว เน้นใช้ผลิตภัณฑ์จากดอกเกลือ ราคาน่าคบหาแต่ละคอร์ส 300 บาท เราสองคนจัดนวดไทยคนละชั่วโมง ต่อด้วยให้คุณเธอนวดหน้าสมใจสาวอยากสวย (ฮา…) สามขั้นตอน ขัด นวด พอก สปาแบบไทยๆ เก๋ไก๋สไตล์ไทยๆ ครับ

ออกจากกังหันทองก็ใกล้สี่โมงเย็น ได้เวลาไปโครงการฯ แหลมผักเบี้ย หนึ่งในสถานที่สุดรักสุดโปรดของผม เดี๋ยวนี้เขาไม่อนุญาตให้นำรถยนต์เข้าไปเองแล้ว แต่มีจักรยานให้เช่า หรือใช้บริการรถนำชมของโครงการก็ตามสะดวก

ที่รอมาช่วงเย็นๆ เพราะแดดจะได้ไม่แรงมาก ปั่นจักรยานเพลินๆ บรรยากาศดีๆ

นอกจากมาส่องนกในโครงการ จุดที่พลาดไม่ได้คือสะพานไม้ป่าชายเลนที่ทอดตัวออกไปถึงอ่าวไทย มากี่รอบก็ถ่ายภาพทุกรอบ ภาพคล้ายกันแต่มีเรื่องราวและความทรงจำแตกต่างกัน นี่คือเสน่ห์ของภาพถ่ายล่ะนะ

ต้องบอกว่าวันนี้ท้องฟ้าสีสวยละมุนละไมสุดๆ เคยรักอยู่แล้วยิ่งทำให้หลงรักเข้าไปอีก

เราออกจากแหลมผักเบี้ยใกล้หกโมงเย็น (โครงการฯ ปิดหกโมงแต่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวอยู่ข้างในได้อีกสักพัก) ขับรถกลับด้วยถนน สส.2021 ผ่านบางตะบูน คลองโคน ออกถนนพระรามที่ 2 แล้วยิงยาวเข้า กทม. เป็นอันปิดทริปสองวันหนึ่งคืน เพชรบุรี – บ้านแหลม

ใกล้กรุง แหล่งนาเกลือ ทะเลโคลน นกชายเลน โดยส่วนตัวผมรักที่นี่อยู่แล้ว และเชื่อว่ามีคนไม่น้อยหลงรักที่นี่เช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นเพียงเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ทั่วไป

แต่นั่นแหละครับ สักครั้งอยากให้เมียงมองมาที่นี่บ้าง ในความที่คิดว่าไม่มีอะไร มักมีอะไรต่อมิอะไรซ่อนอยู่เยอะเชียว ยิ่งถ้ามาตอนนาเกลือกำลังพีคหน้าร้อน (ททท. จะจัดงานท่องเที่ยวประจำปีช่วงเดือนมีนาคม) เราจะได้เห็นภาพสวยงามที่หลากหลายมากๆ ของบ้านแหลม

สองวัน หนึ่งคืน อำเภอบ้านแหลม กับ Fisherman’s Villa Sea View ที่นี่ไม่อยากให้แค่ผ่านหรือแวะเท่านั้นครับ แต่ต้องให้เป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวพักผ่อนใกล้กรุงเลยล่ะ


ติดต่อ
Fisherman’ Villa Sea View
เฟซบุ๊ก : www.facebook.com/fisherman.bangkaeo
โทร : 081 651 3034

กังหันทอง
เฟซบุ๊ก : www.facebook.com/kanghuntong
โทร : 091 705 0926, 086 544 4473


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller


 

About the author

นายสองสามก้าว

Leave a Comment

Shares
Loading...