สัมผัสโรงแรมหรู สไตล์จีนร่วมสมัยที่ Marine Beach Hotel Pattaya จอมเทียน พัทยา

“พัทยา” คิดอะไรไม่ออก ก็ไป “พัทยา” เมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่อยู่ใกล้ชาวกรุงเทพฯ มากที่สุด ระยะเวลาขับรถไปก็พอๆ กับเวลาที่รถติดอยู่บนเส้นสุขุมวิท! ความจริงพัทยาก็ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด หากเรารู้จักสรรหาที่เที่ยวหรือที่พักใหม่ๆ เราก็จะเห็นพัทยาในมุมที่แตกต่างออกไป ใครไปพัทยาแล้วเลือกพักแต่ที่เดิมๆ ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้างไหมครับ? วันนี้ทีมงานรีวิวไทยแลนด์ได้เฟ้นหาโรงแรมใหม่แกะกล่องมารีวิว เป็นตัวเลือกให้ทุกคนพิจารณาสำหรับพัทยาทริปหน้า บอกเลยว่าเป็นโรงแรมที่ตกแต่งได้สวย มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนโรงแรมทั่วไปในพัทยา แถมยังเหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก เพื่อน หรือครอบครัว และผมกำลังพูดถึงโรงแรม Marine Beach Hotel Pattaya

ความร่มรื่นและเขียวขจีของแมกไม้ใหญ่น้อยมากมายที่รอต้อนรับเราตั้งแต่หน้าโรงแรมยาวไปจนถึงล็อบบี้ เปรียบเสมือนการย้ำเตือนให้เราผ่อนคลายตัวเอง ทิ้งความคิดที่ยุ่งเหยิง และเตรียมกายเตรียมใจให้พักผ่อนให้เต็มที่

Marine Beach Hotel Pattaya 

เป็นโรงแรมเปิดใหม่ กลิ่นอายบูติก ตั้งอยู่ริมถนนเลียบหาดจอมเทียน บอกก่อนเลยว่านี้เป็นครั้งแรกของผม ที่มีโอกาสเข้าพักโรงแรมแถบจอมเทียน ปรกติก็จะพักแถวพัทยาเหนือตลอด ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าบริเวณนั้นค่อนข้างวุ่นวาย ออกมานอกโรงแรมก็พบกับความพลุกพล่านของผู้คน รถราก็แล่นกันวุ่นวาย ซึ่งผิดกับแถวจอมเทียนพอสมควร ที่ยังเงียบสงบ รู้สึกว่ามีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ผู้คนไม่เร่งรีบ ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความสโลว์ไลฟ์ที่พัทยาให้ไม่ได้อยู่

โรงแรมมีลักษณะเป็นตึกความสูง 5 ชั้น แบ่งพื้นที่เป็น  2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายเป็นตัวตึกโรงแรมและฝั่งขวาเป็นสวนและมีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลาง

แม้จะมีถนนคั่นระหว่างโรงแรมกับชายหาดด้านหน้า แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร เพราะเป็นถนน  1 เลน มีทางม้าลายและรถก็ไม่ได้หนาแน่น ค่อนข้างประทับใจกับชายหาดที่ยังสวยและสะอาดอยู่ พระอาทิตย์ตกก็สวยไม่แพ้กัน

โรงแรมสไตล์จีนร่วมสมัย

“จากรูปปั้นสิงโตจีนขนาดใหญ่บริเวณทางเข้า บานประตูไม้แบบจีนโบราณที่ทอดยาวจากพื้นขึ้นไปสู่เพดาน เมื่อเปิดออกก็กลายเป็นช่องรับลม พื้นไม้สีดำน้ำตาลเข้มขัดเงาแวววับ เก้าอี้ไม้พนักสูง ไปสู่แจกันลายครามกับดอกกล้วยไม้สีม่วงสด”

นี่คือความประทับใจแรกที่ผมมีต่อโรงแรมแห่งนี้กับการตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัย ที่ใส่ใจในทุกดีเทลของการตกแต่ง ยอมรับว่าแปลกตาดีเมื่อมาเห็นสิ่งเหล่านี้ในโรงแรมที่พัทยา!

บริเวณหน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน มีการจัดโซนที่นั่งไว้อย่างน่ารัก กับชุดโซฟาเก้าอี้ในโทนสีครีมเทาพร้อมหมอนอิงนุ่มๆ บนโต๊ะมีแจกันใส่ดอกกล้วยไม้สีม่วงสด ช่วยขับให้ล็อบบี้มีสีสันและเสน่ห์ขึ้นมากทีเดียว

เมื่อมองออกไปนอกช่องรับลมก็จะพบกับวิวของสวนหย่อมเล็กๆ สบายตา มีลมอ่อนๆ พัดเข้ามาตลอดเวลา

จุดเด่นของโรงแรมแห่งนี้ก็คือการหยิบกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีสมาใช้ กับรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออก (จีนเป็นหลัก) และตะวันตกเข้าด้วยกัน พบเห็นได้เยอะในเมืองแถบแหลมมลายู เช่น เมืองมะละกา เมืองปีนัง สิงคโปร์ หรือมาเก๊า รวมไปถึงประเทศไทย ใครนึกภาพไม่ออกก็ให้นึกถึงตึกรามบ้านช่องในย่านเมืองเก่า จ.ภูเก็ต โดยโรงแรมได้นำความเป็นชิโน-โปรตุกีส มาปรับให้ทันสมัยขึ้น ผสมความโมเดิร์นเข้าไป ซึ่งน่าจะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่มองหาความทันสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องการความแตกต่าง

นอกเหนือจากการตกแต่งที่สวยแปลกตา อีกสิ่งที่ผมสัมผัสได้ตั้งแต่ย่างก้าวแรก คือความเงียบสงบ ไร้ซึ่งความวุ่นวาย เนื่องจากโรงแรมมีจำนวนห้องพักไม่มากและไม่รับกรุ๊ปทัวร์ด้วย ที่นี่จึงเหมาะกับการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง

Impeccably designed, Comfortable rooms

ห้องพักของโรงแรมมีให้เลือกมากถึง 6 ประเภท ซึ่งแน่นอนว่าสามารถตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า การตกแต่งภายในและฟีเจอร์ต่างๆ ของแต่ละประเภทห้องพักนั้นค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน โทนสี การตกแต่ง ข้าวของเครื่องใช้ และเฟอร์นิเจอร์ ส่วนสิ่งที่แตกต่างกันจะเป็นขนาดพื้นที่ วิว และขนาดของห้องน้ำ โดยผมขอสรุปจุดเด่นๆ หลักของห้องพักให้ดังนี้

การตกแต่ง ผมสามารถสัมผัสได้ทันทีว่าโรงแรมค่อนข้างพิถีพิถันในการตกแต่ง ทุกองค์ประกอบนั้นผสมกลมกลืนไปด้วยกัน เน้นความโมเดิร์น เรียบหรูแต่ไม่หวือหวา ในโทนสีขาวสบายตา ประดับผ้าม่านและใช้พรมสีเทาอ่อน แฝงกลิ่นอายความคลาสสิคด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่สั่งทำพิเศษ ของเตียงนอน โต๊ะ และตู้เสื้อผ้า รวมไปถึงของประดับเล็กๆ น้อยๆ  เช่น ชุดน้ำชาเซรามิกจีน  และกรอบภาพวาดสีดำข้างในเป็นภาพสเก๊ตช์ลายเส้นไทย

สิ่งอำนวยความสะดวก ในห้องมีทีวี 40 นิ้ว โต๊ะทํางาน มินิบาร์ ตู้เย็นขนาดเล็ก ตู้นิรภัย กาต้มน้ำ ที่ชาร์จมือถือช่อง USB ไดร์เป่าผม น้ำเปล่า (2 ขวดต่อวัน) และที่น่ารักไม่เหมือนที่ไหนคือมีหนังสือมาให้อ่านด้วย 4 -5 เล่ม

ชะลอมไม้ไผ่สานใส่ขนมขบเคี้ยวสุดแนว เป็นส่วนหนึ่งของมินิบาร์ (มีค่าใช้จ่าย)

เตียงนอน บอกเลยว่าเด็ด เพราะโรงแรมเลือกใช้เตียงระดับระดับพรีเมี่ยมของ Slumberland โมเมนต์ที่ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียง มันฟินมา กด้วยความนุ่มกำลังดี ผสานกับผ้านวมที่หนานุ่มฟู หลับสบายทั้งคืน ตอนเช้าไม่อยากตื่นอีก!

ประเภทห้องพักแนะนำ

  • ห้อง Superior เป็นห้องระดับเริ่มต้น ราคา 4,500 บาท/คืน มีทั้งห้องแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ พื้นที่ 30 ตรม. ห้องน้ำจะอยู่บริเวณประตูทางเข้า แบ่งเป็นห้องอาบน้ำและห้องส้วม มีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเล็กๆ ทำจากหินอ่อน อยู่ข้างหน้า เดินเข้าไปก็จะเป็นเตียงนอน มีโต๊ะทํางานและทีวีอยู่ที่ปลายเตียง

อีกหนึ่งสิ่งที่ชื่นชอบคือกลิ่นที่แสนจะหอมอโรมาของแชมพูสระผมและสบู่เหลว

  • ห้อง Studio Marine Suite ราคา 8,000 บาท/คืน มีขนาด 65 ตรม. มี 1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่น ที่มีประตูกั้นเป็นสัดส่วนจากห้องนอน

  • ห้อง Marine Bedroom Suite ราคา 9,000 บาท/คืน  มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกนิด ด้วยพื้นที่ 70 ตรม. มีประตูกั้นห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็นสัดส่วน นอกจากนั้นยังมีซิงค์ล้างจานและไมโครเวฟให้อีกด้วย อีกหนึ่งความพิเศษคือขนาดห้องน้ำที่กว้างขึ้นพร้อมกับอ่างอาบน้ำ

  • สำหรับใครที่มาเป็นครอบครัวใหญ่ ขอแนะนำห้อง Marine Presidential Suite ราคา 22,500 บาท/คืน  สำหรับเข้าพักได้สูงสุด 4 ท่าน มี 2 ห้องนอน (เตียงใหญ่และเตียงคู่) 2 ห้องน้ำ (ห้องน้ำของห้องนอนเตียงใหญ่มีอ่างอาบน้ำ) พร้อมกับวิวทะเลแบบเต็มๆ เพราะห้องพักประเภทนี้จะอยู่หน้าสุดของตึก

วิว เนื่องจากตึกของโรงแรมมีลักษณะเป็นแนวยาวลึกจากถนนไปข้างหลัง ดังนั้นห้องส่วนใหญ่จะไม่ได้มีวิวทะเลเต็มๆ ห้องพักฝั่งซ้ายจะเป็นวิวสระว่ายน้ำของโรงแรมและจะเห็นวิวทะเลนิดหน่อยจากระเบียง ส่วนห้องพักทางขวามือจะเป็นวิวตึก

Breakfast by the Sea

อาหารเช้าจะให้บริการที่ห้องอาหาร Tea Room ซึ่งอยู่บริเวณหน้าสุดของโรงแรม เป็นห้องอาหารแบบโอเพ่นแอร์ ตกแต่งสไตล์จีน เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างทำจากไม้กลมกลืนไปกับตัวล็อบบี้ จากที่นี่เบื้องหน้าเราสามารถมองเห็นวิวชายหาดและทะเล ส่วนด้านข้างจะเป็นวิวของสวนหย่อมเล็กๆ สีเขียวสบายตา

อาหารเช้าของโรงแรมอาจจะแตกต่างจากโรงแรมทั่วไปหน่อย เพราะไม่ได้จัดเป็นบุฟเฟ่ต์ทุกวัน แต่จะจัดเป็นเซ็ต แต่จะให้ 1 เซ็ต/คน/วัน มีให้เลือกทั้งหมด 4 เซ็ต ทั้งสไตล์อาหารไทยและตะวันตก ในเซ็ตประกอบไปด้วยขนมปัง อาหารหลัก สลัด ผลไม้ และเครื่องดื่ม แม้จะเสิร์ฟเป็นเซ็ตไม่ใช่บุฟเฟ่ต์ อาจจะดูไม่ได้อลังการ แต่ท้ายที่สุดผมก็ว่าผมอิ่มนะ! อาหารเช้าให้บริการตั้งแต่เวลา 7.30 น. ถึง 10.30 น.

Pool Time, Fun & Flips  

อีกหนึ่งไฮไลท์ของโรงแรมแห่งนี้คือสระว่ายน้ำซึ่งอยู่อีกฝั่งของโรงแรม เดินออกมาจากตึกและเดินไปยังสวนฝั่งซ้ายมือ ก็จะพบสระว่ายน้ำขนาดกลางห้อมล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยร่มรื่น ข้อดีของที่นี้คือห้องพักน้อย จำนวนแขกก็น้อยตามจำนวนห้อง ทำให้สระค่อนข้างโล่งตลอดวัน ลืมภาพฝรั่งนอนแผ่หราริมสระไปเลย ที่นี่สระจะเป็นของคุณ! แบ่งเป็นสระเด็กและสระผู้ใหญ่ และโรงแรมก็ใจดีมีห่วงยางเป่าลม 4 แบบให้เราด้วย จะเอาไว้ว่ายเล่นก็ดี เอาไว้เป็นพร็อพถ่ายรูปก็เก๋​

Dine

ห้องอาหารหลักของโรงแรมจะอยู่หลัง Tea Room และก่อนถึงล็อบบี้ มีลักษณะเป็นห้องแบบโอเพ่นแอร์ ตกแต่งเรียบง่าย มีที่นั่งประมาณ 10 โต๊ะเรียงต่อกัน ด้านซ้ายมือจะเป็นบานประตูไม้แบบจีนเปิดออกเป็นช่องรับลมเรียงยาวมาจากล็อบบี้จนถึงห้องอาหาร มองออกไปข้างนอกจะเป็นบ่อน้ำเล็กๆ ขนาบติดกับบานประตู และสวนหย่อมปลูกต้นไม้ทรงเตี้ยผสมกันหลากหลายพันธุ์ ถัดจากสวนก็จะเป็นกำแพงต้นไม้สูงเขียวขจี บรรยากาศผ่อนคลาย สบายๆ

เมนูอาหารอาหารมีให้เลือกทั้งสไตล์ตะวันตกและไทย วันแรกผมลองสั่ง อกไก่ทอดซอสเนยสมุนไพรและสเต็กพอร์คชอป รสชาติมาตรฐาน ไม่ได้หวือหวา

วันรุ่งขึ้นเราลองสั่งอาหารไทยๆ บ้างปรากฏว่าค่อนข้างประทับใจเลยครับ เช่น ข้าวผัดปูรสชาติกลมกล่อม น้ำพริกกุ้งสดรสชาติจัดจ้านให้เนื้อกุ้งมาเต็มถ้วยทานกับผักลวก ตบท้ายด้วยแกงเขียวหวาน เปรมมากสำหรับเมนูอาหารไทย

ทานอิ่มแล้ว ขอล้างรสด้วยการจิบชาคาโมมายล์อุ่นๆ

Beach

ข้ามถนนมานิดเดียว ก็จะพบกับหาดจอมเทียนที่เงียบสงบ ชายหาดยังค่อนข้างสะอาดอยู่ ช่วงกลางวันผมสังเกตว่ามีชาวต่างชาติลงไปเล่นน้ำมากมาย ใครสนใจเล่นบานาน่าโบ๊ทหรือเจ็ทสกีก็มีบริการริมหาด แต่ช่วงโปรดของผมก็ต้องเป็นยามเย็น ขณะพระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า ประมาณ 6 โมงเย็น สวยงามมาก ไม่มีอะไรมาบดบังวิวเส้นขอบฟ้า


สรุป

  • Marine Beach Hotel Pattaya สามารถเรียกได้ว่าเป็นดีไซน์โฮเตลที่มีเอกลักษณ์ แตกต่างจากโรงแรมส่วนใหญ่ในพัทยา ใครมองหาความแปลกใหม่ อยากหนีจากความจำเจของโรงแรมเดิมๆ ในตัวเมืองพัทยา บวกกับเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่ห้องพักน้อย แขกน้อย ที่นี่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ใช่เลยครับ
  • ห้องนอนตกแต่งสวยทุกมุม สะอาด และเตียงนุ่มมาก สระว่ายน้ำใหญ่ มีทั้งสระเด็กและผู้ใหญ่ และอยู่ใกล้หาด
  • พนักงานให้บริการอย่างอบอุ่นและกระตือรือร้น ถามหาอะไรก็จัดให้ได้หมด
  • ราคาห้องพักเริ่มต้นอยู่ที่ 4,500 ฿ / คืน สำหรับห้อง Superior นั้นถือว่าเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อ ทั้งในเรื่องการบริการ ห้องพักที่ใหม่ สะอาด โรงแรมตกแต่งสวยงาม รวมไปถึงความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ใครสนใจสามารถติดต่อโรงแรมได้โดยตรงเลยทางเบอร์โทรข้างล่าง เพราะมักจะมีราคาโปรโมชั่นพิเศษออกมาเสมอๆ

ที่อยู่ :  131/62 Moo 12 Jomtien Beach Rd. Nongprue Banglamung Chonburi 20150

เบอร์โทร :  +66 38-197-692 หรือ +66 95-749-6510

เว็บไซต์ : http://www.marine-beach.com/

เฟสบุ๊ค :  https://www.facebook.com/marinebeachhotel/

About the author

Review Thailand

กิน เที่ยว รอบรู้เรื่องเมืองไทยไปด้วยกัน
ติดต่อ news@reviewthailand.net

Leave a Comment

Shares
Loading...