อิตาลีอยู่ใกล้แค่นี้…ที่ The Verona at Tub Lan (เดอะเวโรน่า แอท ทับลาน) จ.ปราจีนบุรี

หากใครเคยมีโอกาสได้ดูหนังรักโรแมนติกเรื่อง Letters to Juliet (สะดุดเลิฟ ที่เมืองรัก) คงจะพอจำได้ว่าบรรยากาศและสถานในหนังนั้นสวยงามและโรแมนติกมาก โดยหนังเรื่องนี้ถ่ายทำที่เมือง Verona (เวโรน่า) แคว้นเวเนโต้ ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เมืองนี้นอกจากจะเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกแล้ว ก็ยังเป็นต้นกำเนิดของนวนิยายรักสุดคลาสิคอย่าง Romeo & Juliet ประพันธ์โดยวิลเลียมเชกสเปียร์ บ้านเรือนและสถาปัตยกรรมที่มีความงดงาม คลาสสิคและโรแมนติก คือสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือนมาเมืองแห่งความรักแห่งนี้

ใครจะรู้ว่าที่ประเทศไทยก็มี “(มินิ)เวโรน่า” ด้วย! ใกล้ๆ แค่จ.ปราจีนบุรี เอง The Velona at Tab Lan เดอะเวโรน่า แอท ทับลาน คือโรงแรมและสถานที่พักผ่อน บนพื้นที่กว่า 300 ไร่ ท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนสุดคลาสสิค อบอวลไปด้วยความโรแมนติก ภายใต้ธีม “ดินแดนแห่งรัก อาณาจักรแห่งการพักผ่อน”  สำหรับเรา 2 วัน 1 คืน ที่นี่คือฟินครบจบในที่เดียว ไม่ต้องออกไปหาที่เที่ยวที่อื่น เพราะมีทั้งที่พัก ทุ่งดอกไม้ กิจกรรมพักผ่อนและผจญภัยมากมาย ….  ตั้งแต่เข้ามาที่นี่ เหมือนได้หลุดมายังอีกดินแดนหนึ่งเลย

การเดินทางก็ไม่ได้ลำบาก ใช้เวลาขับประมาณ 3 ชม. จากรุงเทพฯ แป๊บๆ ก็ถึงแล้ว โดยเดอะเวโรน่าตั้งอยู่บนถนนสาย 304 ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติทับลาน เส้นทางเดียวกับทางไป อำเภอวังน้ำเขียวโดยใช้เส้นปราจีนบุรี ดูแผนที่

Verona-inspired Town

เดอะเวโรน่า แอท ทับลาน สร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากเมืองเวโรน่า ที่ไม่ได้เหมือนแค่เพียงชื่อเรียก …. เพราะเขาได้จำลองสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ฉบับสมจริงมาให้เราทุกคนได้สัมผัส โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปชมถึงอิตาลี

โดยบริเวณหน้าสุดเดอะเวโรน่าคือโซนคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ เป็นจุดพักรถและพักผ่อนของปราจีนบุรี  มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกมากมาย เปิดให้เข้าชมพรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยบริเวณนี้ถูกเนรมิตให้เป็นจุตรัสเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยตึกและบ้านเรือนผนังสีส้มสไตล์อิตาลี แซมด้วยสวนสีเขียวเล็กๆทั่วบริเวณ ตรงกลางมีหอคอย Lamberti ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชมวิวได้ ถัดไปก็เป็นทะเลสาบ Garda (ที่ทำให้เราเกือบเชื่อว่านี้คือทะเลสาบธรรมชาติของจริง เพราะขนาดมันใหญ่มาก) กลางทะเลสาบมี สะพาน Castelvecchio ทุกสิ่งก่อสร้างจำลองทำออกมาในขนาดสมจริง และมีการเก็บดีเทลของสถาปัตยกรรมเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีมาก จนเรารู้สึกทึ่งไปเลย

ใครที่อยากโชคดีเรื่องความรัก ต้องไม่พลาดมาขอพรกับรูปปั้นจูเลียต … ที่เขาว่ากันว่าการจับหน้าอกรูปปั้นจูเลียตจะช่วยให้สมหวังในความรัก เอาาา ใครโสดอยู่มาเที่ยวด่วนๆ

และก็คงไม่ใช่อิตาลี หากไม่มีเรือกอนโดล่า! ใครอยากเติมความหวานให้กันและกัน ที่นี่เขาก็มีกิจกรรมล่องเรือกอนโดล่าในทะเล Garda ให้คุณทั้งสองได้แบ่งปันช่วงเวลาพิเศษร่วมกันท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติคของเดอะ เวโรน่า

Verona Farm

อีกหนึ่งไฮไลท์ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวที่นี่หรือปราจีนบุรี คือการไปชมทุ่งดอกไม้ที่ปลูกหมุนเวียนไปตามฤดูกาล โดยช่วงนี้จะเป็นทุ่งเวอร์บีน่าสีม่วงสดใสที่กำลังบานสะพรั่งเต็มทุ่ง โอบล้อมด้วยแนวเทือกเขา บอกเลยว่าสวยมาก อย่าลืมเตรียมชุดและพร็อพมาให้พร้อม รับรองว่าถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาสวย  (ค่าเข้าชมอยู่ที่  50 บาท/คน โดยจะมีรถรับส่งรออยู่บริเวณหน้าคอมมูนิตี้มอลล์)

Verona Boutique Hotel

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าเดอะเวโรน่า มีในส่วนของโรงแรมด้วย ใครที่ไม่อยากมาเที่ยวแบบวันเดย์ทริป ไม่อยากรีบมารีบกลับ เราแนะนำให้มานอนพักสัก 1 คืน ซึ่งเป็นเวลาที่เพียงพอให้คุณได้สัมผัสและทำกิจกรรมต่างๆของที่นี่ได้เต็มอิ่ม Verona Boutique Hotel เป็นที่พักสไตล์บูทีค ออกแบบมาในลักษณะหมู่บ้านสไตล์อิตาลี เป็นบ้านหลังๆสีสันสดใส ถ่ายรูปออกมาน่ารัก มีสวนสีเขียวทั่วบริเวณให้บรรยากาศร่มรื่นและผ่อนคลาย ห้องพักมีทั้งหมด 6 รูปแบบ ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะมากับเพื่อน คนรักหรือครอบครัว ภายในห้องตกแต่งทันสมัยมีกลิ่นอายสถาปัตกรรมยุโรป พร้อมเครื่องอำนวยสะดวกครบครับ อาทิ ตู้เย็นขนาดเล็ก ทีวี ชุดโซฟานั่งเล่น กาต้มน้ำร้อน (ชาและกาแฟพร้อมชง) ไดร์เป่าผม โดยวิวของแต่ละประเภทห้องพักจะแตกต่างกัน มีทั้งวิวภูเขาและวิวทะเลสาบ 

Verona Super Deluxe คือห้องที่เราเข้าพักในครั้งนี้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,300 บาท/คืน เป็นห้องแบบสตูดิโอ มีพื้นที่  30 ตรม. (เรียกว่ากว้างสบายสำหรับการเข้าพัก 2 ท่านเลย) สามารถเลือกได้ทั้งแบบเตียงเดี่ยวหรือคู่ และความพิเศษของเตียงคู่ที่นี่ คือขนาดที่ใหญ่มากถึง 5 ฟุต (โดยปรกติของหลายๆโรงแรมจะอยู่ที่ 3.5 ฟุต) บอกเลยว่านอนกลิ้งไปมาสบ๊ายยย

ภายในห้องตกแต่งในโทนสีน้ำตาลอ่อน มีระเบียงส่วนตัวเปิดไปจะเห็นวิวภูเขา มีห้องน้ำในตัวที่แยกเป็นโซนเปียกและแห้ง มีสบู่ แชมพู คอนดิชั่นเนอร์ และสบู่ล้างมือให้พร้อม

Verona Cowboy Town 

อีกหนึ่งโซนที่ถ่ายรูปสวยและน่าสนใจไม่แพ้กัน คือ Cowboy Town ที่จะนำคุณย้อนกลับไปยังเมืองคาวบอยในยุค 18s ที่สิ่งก่อสร้างและทุกอย่างในโซนนี้ถูกออกแบบในธีมคาวบอย และยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินด้วย อาทิ ให้อาหารม้า ชี่ม้า ขี่ม้าออกเทรล นั่งรถม้า ยิงปืนลม และยิงธนู และในโซนนี้ก็ยังมีที่พักในธีมอินเดียแดงและคาวบอยให้บริการอีกด้วย

Tipi House เป็นที่พักสไตล์กระโจมอินเดียแดง มีแค่ 6 หลัง ภายในกระโจมจะเป็นห้องพักแบบเตียวเดี่ยว เข้าพักได้ 2-3 ท่าน นอกจากจะถ่ายรูปออกมาสวยแล้วยังให้ฟิลลิ่งเหมือนหลุดไปในหนังอินเดียนแดงยังไงยังงั้น โซนนี้สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้

ส่วนใครอยากนอนในห้องพักให้เป็นเรื่องเป็นราวก็สามารถเลือกพักที่ Western Room ได้ เป็นห้องพักสไตล์คาวบอย แบบ 1 ห้องนอน มีด้านบนเป็นชั้นลอย (สามารถเสริมที่นอนได้อีกสำหรับ 2 ท่าน ที่บนชั้นลอย ส่วนใครมาเป็นหมู่คณะ Barn House น่าจะตอบโจทย์ เพราะเป็นที่พักสำหรับหมู่คณะ สำหรับ 4, 10 และ 16 ท่าน

Verona Adventure 

สายแอดเวนเจอร์ ชอบความตื่นเต้นและท้าทาย เดอะเวโรน่ารอต้อนรับคุณอยู่ กับหลากหลายกิจกรรมมันส์ๆให้คุณได้สนุกจนลืมเวลา ไม่ว่าจะเป็นโหนสลิง, ปีนหน้าผาจําลอง, โรยตัว, สวิงโรป (อันนี้เสียวสุดละ ตัวเราจะถูกผูกไว้กับสลิงแล้วดึงขึ้นด้านบน จากนั้นสลิงเส้นหนึ่งจะถูกปลด ทำให้เราหล่นลงมาและแกว่งไปมาอย่างสุดเสียว), กิจกรรมพายเรือคายัค, สไลเดอร์น้ำ และขับ ATV วิบาก ที่มีสนามซ้อมขับให้โดยเฉพาะ *กิจกรรมเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายต่างหากนะ

Blackwood Bar & Restaurant (Thai & Italian Fusion) 

ห้องอาหารแบบออลเดย์ ไดน์นิ่ง มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีโซนที่นั่งทั้งแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์ (โซนด้านนอกจะเห็นวิวทะเลสาบ Garda และสะพาน Castelvecchio) ให้บริการอาหารสไตล์ไทยและอิตาเลี่ยนฟิวชั่น เมนูที่เราได้ลองทานและชอบมากเป็นพิเศษ คือ พิซซ่าเขียวหวานไก่ แป้งหนานุ่ม หอมเครื่องแกงเขียวและโหระพาอ่อนๆ ผสานเข้ากับชีสได้อย่างลงตัว, ปลากะพงยำมะม่วง ปลาตัวโตทอดได้พอดีคือกรอบนอกนุ่มใน ทานกับน้ำยำมะม่วงแซ่บๆ, ปลาเก๋าผัดฉ่า ปลาเนื้อนุ่มผัดกับเครื่องแกงรสชาติเผ็ดร้อนนิดๆ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเหาะ, และเขียวหวานไก่กรอบโรตี ตอนแรกนึกว่าเป็นแนวอินเดียๆ ซึ่งไม่ค่อยชอบ แต่พอได้ลองทานเท่านั้น ติดใจตั้งแต่คำแรก

มาชมในส่วนของบุฟเฟ่ต์อาหารเช้ากันสักหน่อย ให้บริการที่ห้องอาหาร Blackwood เช่นกัน มีให้เลือกหลากหลายเมนูพอสมควร ไม่ว่าเป็นเมนูไข่ (ออมเล็ต ไข่ดาว) ไส้กรอก แฮม เบคอน ขนมปัง สลัด อาหารอุ่นร้อน (มีประมาณ​ 4 อย่าง) ข้าวต้ม สปาเก็ตตี้ ซีเรียล โยเกิร์ต ผลไม้ และชากาแฟ

ใครที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนใหม่ๆ ไม่ใกล้จากกรุงเทพฯ (ขับรถประมาณ 3 ซม. เท่านั้น) เดอะเวโรน่า แอท ทับลาน คือหนึ่งในตัวเลือกที่เราอยากแนะนำ ที่เดียวมีครบไม่ว่าจะเป็นโรงแรมน่าพัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ทุ่งดอกไม้ และกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมาย

เว็บไซต์ : เดอะเวโรน่า แอท ทับลาน
เฟสบุ๊ค  : เดอะเวโรน่า แอท ทับลาน
โทรศัพท์: +66 76 318300
อีเมล์ : veronatublan@gmail.com
ที่อยู่ : 251 หมู่6 ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี ปราจีนบุรี 25220

About the author

Review Thailand

กิน เที่ยว รอบรู้เรื่องเมืองไทยไปด้วยกัน
ติดต่อ news@reviewthailand.net

Leave a Comment

Shares
Loading...