7 Hidden Gems : บางสถานที่ซึ่งจะทำคุณต้องร้อง…ว้าว

เมืองไทยแดนขวานทองช่างกว้างใหญ่ แสนสมบูรณ์ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย เหตุไฉนทำไมเราต้องกระจุกกันอยู่เพียงแค่ภูทับเบิก เกาะแสมสาร เกาะตาชัย หรือที่เที่ยวมีชื่อเสียงทั้งหลาย ทำไมต้องเที่ยวซ้ำกับคนอื่น ไม่สนใจเปิดโลกใหม่ ลองเที่ยวในที่แตกต่างดูบ้างหรือ

ว่าแล้วเลยขอแนะ นำที่เที่ยวซึ่งจะว่าเปิดใหม่ก็ไม่ใช่หรอก แต่ยังเป็นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่รู้จัก หรือบ้างก็ไม่ค่อยให้ความสนใจนัก การันตีเลยว่าถึงชื่อเสียงยังไม่โด่งดัง แต่มีความน่าเที่ยวไม่น้อยกว่าสถานที่ยอดฮิตสักนิด และจะทำให้เราได้เห็นภาพความสวยงามในมุมแตกต่างไม่ซ้ำกับนักเที่ยวตามกระแส ด้วยนะ

ภาคแรกขอเน้นสถานที่ใกล้กรุงก่อนแล้วกัน ลองฉีกหนีจากที่เดิมมาที่ใหม่ เพราะอยากให้รู้ว่าไม่ต้องไกลเมืองหลวงยังมีที่ให้เที่ยวอีกมากมายครับ


ชุมชนคลองโคน

ที่ตั้ง : ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
การเดินทาง : จากถนนพระรามที่ 2 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบท สส. 2021 หรือถนนเลี่ยงไปชะอำ สักพักจะพบทางแยกให้เลี้ยวซ้ายไปชุมชนคลองโคน ราคาทริปหนึ่งวันที่ศูนย์ฯ คนละประมาณ 700 บาท

ปากอ่าวแม่กลองเป็นทะเลโคลนสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง คนรู้จักเรื่องการเป็นแหล่งร้านอาหารทะเลราคาไม่แพง แต่โดยมากมักยังไม่ค่อยได้สัมผัสกับความเจ๋งสุดๆ ของคลองโคนสักเท่าไหร่ นั่นคือการปลูกป่าชายเลน กินข้าวบนกระเตงกลางทะเล ดูการหาหอยแครง เลี้ยงหอยแมลงภู่ และกิจกรรมสนุกสนานต่างๆ บนทะเลโคลน

ปกตินิยมเที่ยวแบบแพ็คเกจค้างหนึ่งคืน รวมเบ็ดเสร็จทั้งค่าอาหารทะเล และกิจกรรมน่าสนใจตามฤดูกาล มีโฮมสเตย์ชาวบ้านให้บริการหลายแห่ง เสิร์ชเลือกจาก Google ตามสบาย แต่ใหญ่ที่สุดคือศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน ซึ่งผู้ใหญ่ในพื้นที่ร่วมกับชุมชนพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์เสริมสร้างความรู้ในการรักษาป่าเลน มีนักศึกษา องค์กร หน่วยงานต่างๆ มาทำกิจกรรมทั้งแบบวันเดียวและค้างคืนอยู่ตลอด หากเรามากันไม่กี่คนและต้องการเที่ยวเดย์ทริปสามารถติดต่อขอร่วมกรุ๊ปได้เลย ตัวอาจจะเลอะโคลนสักหน่อยแต่รับรองว่าหน้าจะเปื้อนรอยยิ้มกว้างเช่นกัน

คลองโคน-(2) คลองโคน-(4) คลองโคน-(3) คลองโคน-(1)


โครงการฯ แหลมผักเบี้ย

ที่ตั้ง : ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
การเดินทาง : จากถนนพระรามที่ 2 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบท สส. 2021 หรือถนนเลี่ยงไปชะอำ ตามป้ายไปหาดเจ้าสำราญ หาดปึกเตียน หาดชะอำ ก่อนถึงหาดเจ้าสำราญไม่ไกลจะพบโครงการฯ อยู่ทางซ้าย ด้านหน้าเป็นวัดสมุทรธาราม

ชื่อน่ะคุ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้หรอกว่าภายในโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีดีอะไร น่าเที่ยวตรงไหน เกริ่นก่อนว่าโครงการนี้เน้นการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งพื้นที่ที่ประกอบด้วยบ่อบำบัดหลายบ่อถือเป็นแหล่งอาศัยพักพิงของนกน้ำหลายร้อยชนิด เป็นแหล่งดูนกชั้นดีของประเทศ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพลงมาจากทางซีกโลกเหนือ

นอกจากการดูนกซึ่งเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับพาลูกๆ หลานๆ มาเรียนรู้แล้ว ที่นี่เขามีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่สมบูรณ์มาก จัดทำอย่างดี ร่มรื่น สวยงาม คู่รักมาถ่ายพรีเวดดิ้งกันที่นี่เป็นประจำ สำหรับเรามาก็เดินดูปู ดูปลาตีน ดูต้นไม้ชายเลนนานาพรรณ ศึกษาระบบนิเวศเพลิดเพลิน จะมาถ่ายรูปเล่นหรือต้องการเรียนรู้ก็เหมาะทั้งนั้น

แหลมผักเบี้ย-(2) แหลมผักเบี้ย-(1) แหลมผักเบี้ย-(3) แหลมผักเบี้ย-(4)


น้ำตกช่องลม

ที่ตั้ง : เขื่อนขุนด่านปราการชล อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก
การเดินทาง : ใช้เส้นทางถนนรังสิต-นครนายก จนถึงตัวเมืองนครนายก แล้วเชื่อมต่อไปยังเขื่อนขุนด่าน การเช่าเรือเที่ยวติดต่อได้ที่ผู้ให้บริการบนสันเขื่อน ราคาเหมาลำประมาณ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 คน

ชายขอบมรดกโลกผืนป่าเขาใหญ่ เขื่อนขุนด่านปราการชล ใครเขาก็รู้จัก แต่บรรดาน้ำตกน้อยๆ ที่อยู่รายรอบอ่างเก็บน้ำและเดินทางเที่ยวได้เพียงวิธีเดียวคือการนั่งเรือต้องบอกว่ายังมีไม่มากนักที่เคยได้สัมผัส บ้างเพราะไม่ได้สนใจ บ้างคิดว่าเปลืองค่าเรือ ไม่คุ้มเงิน ซึ่งขอบอกว่าถ้าคุณงกเงินเพียงไม่เท่าไหร่ก็เท่ากับว่าพลาดของดีเสียแล้วล่ะ

น้ำตกช่องลมเป็นน้ำตกที่น่าเที่ยวและน่าเล่นน้ำที่สุดในเขื่อนขุนด่าน น้ำตกไม่ใหญ่นัก ไหลลงมาตามช่องผา มีแอ่งน้ำความลึกกำลังเหมาะ มีน้ำตลอดทั้งปี มากหรือน้อยตามฤดูกาล ช่วงระดับน้ำในเขื่อนมากเมื่อเรือเทียบฝั่งเราเดินอีกเพียงไม่กี่สิบเมตรก็ถึงน้ำตก หากเป็นช่วงน้ำแห้งอาจต้องเดินไกลครึ่งกิโลเมตร แต่นั่นกลับเป็นเรื่องดีเพราะทำให้เราเห็นวิวสวยที่ปกติจะจมอยู่ใต้น้ำ

น้ำตกช่องลม-(3) น้ำตกช่องลม-(4) น้ำตกช่องลม-(2) น้ำตกช่องลม-(1)


น้ำตกผาตาด

ที่ตั้ง : ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
การเดินทาง : จากกรุงเทพเข้าถึงตัวเมืองกาญจนบุรี แล้วใช้เส้นทางไปอำเภอไทรโยค เลยจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคไปประมาณ 40 กิโลเมตร จะพบซอยเลี้ยวขวาสู้น้ำตกผาตาด เป็นทางเดียวกับไปน้ำพุร้อนหินดาด

ไฮไลท์ของการเที่ยวน้ำตกเมืองกาญจน์มักโฟกัสที่น้ำตกชื่อดังอย่าง เอราวัณ ห้วยแม่ขมิ้น หรือไทรโยคใหญ่ ทว่ายังมีน้ำตกซึ่งแม้ชื่อไม่ดังเท่าแต่ผมหลงรักมากกว่าสามแห่งข้างต้นเสียอีกคือน้ำตกผาตาด ตั้งอยู่ในเขต อช.เขื่อนศรีนครินทร์ ฝั่งอำเภอทองผาภูมิ เลยจากน้ำตกไทรโยคใหญ่ไปสัก 40 กิโลเมตร ใครมาเห็นที่นี่อาจต้องร้องว้าวและพยักหน้ายอมรับว่าสวยไม่แพ้น้ำตกใดใจเมืองกาญจน์

ทางลาดยางอย่างดีเข้าถึง แถมเดินเท้าก็ไม่ไกลและลำบาก น้ำตกมีสามชั้น ชั้นล่างติดลานจอดรถ ชั้นสองถัดไปอีกนิด และชั้นสูงสุด สวยสุด เดินเพียงแค่ 400 เมตร สายน้ำไหลหลั่นผ่านตามหน้าผากว้างซอกแซกตามมุมต่างๆ เป็นน้ำตกที่ไม่สูงแต่กินพื้นที่กว้าง ใครเคยไปช่วงงดงามที่สุดประมาณปลายฝนต้นหนาวต้องหลงรักแทบทุกราย และภายในหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ยังมีลานกางเต็นท์ให้แคมปิ้งพักแรมด้วย

น้ำตกผาตาด-(1) น้ำตกผาตาด-(2) น้ำตกผาตาด-(3) น้ำตกผาตาด-(4)


เขาพระยาเดินธง

ที่ตั้ง : ตำบลพัฒนานิคม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
การเดินทาง : จากกรุงเทพไปสระบุรี ถึงแยกพุแค เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 สู่อำเภอพัฒนานิคม ลพบุรี สำหรับทางขึ้นเขาให้เข้าซอยพัฒนานิคม 15 หรือซอยโสมาภารีสอร์ท ตรงไปประมาณ 8 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตรงป้ายสำนักสงฆ์แดนสนธยาจะเป็นทางลูกรังสู่ตีนเขา ควรสอบถามเส้นทางจากชาวบ้านอีกครั้ง

ใครก็บอกว่าไปเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ต้องนั่งรถลากจูง ขึ้นหอคอยชมวิว… อยากจะบอกว่านั่นมันเป็นการเที่ยวแบบเด็กประถมเพราะให้เจ๋งจริงต้องมาชมทิวทัศน์เขื่อนอันกว้างใหญ่จากมุมลิบสูงเสียดฟ้าแบบนี้ ขึ้นมาเลยบนเขาพระยาเดินธงแล้วจะต้องกลืนน้ำลาย ความงามระดับนี้ยังไม่มีใครได้เห็นมากนัก ทั้งที่แต่ละปีมีคนมาเที่ยวเขื่อนป่าสักมากมายมหาศาล

เขาพระยาเดินธงยังไม่บูมด้านการท่องเที่ยวอาจเพราะพื้นที่ยังไม่พร้อม ถนนขึ้นเขา 4 กิโลเมตรเป็นทางลูกรัง ต้องใช้รถกระบะหรือมอเตอร์ไซค์ หากไม่มีก็ต้องว่าจ้างชาวบ้านแถวนั้นพาขึ้นไป แต่ก๊วนนักปั่นจักรยานเสือภูเขาคุ้นชื่อเพราะใช้เป็นสถานที่แข่งขันอยู่บ่อยๆ ยอดเขาเป็นสำนักสงฆ์ สาขาวัดหนองนา ช่วงเทศกาลสำคัญมีการจัดกิจกรรมถือศีลปฏิบัติธรรมกันด้วย แต่ยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะมีการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างจริงจังหรือเปล่า

เขาพระยาเดินธง-(3) เขาพระยาเดินธง-(4) เขาพระยาเดินธง-(2) เขาพระยาเดินธง-(1)


ผายายเที่ยง

ที่ตั้ง : ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
การเดินทาง : ใช้พหลโยธินเชื่อมต่อกับถนนมิตรภาพ ถึงอำเภอสีคิ้ว เมื่อเลยศูนย์บริการทางหลวงลำตะคองไม่ไกลจะพบสี่แยกโรงไฟฟ้าลำตะคอง (ไม่มีสัญญาณไฟจราจร) ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยเป็นทางขึ้นสู่เขายายเที่ยง แล้วตามป้ายบอกสู่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านเขายายเที่ยง

ใครขับรถสายอีสานไปตามถนนมิตรภาพ ผ่านถึงอำเภอสีคิ้ว มักต้องจอดแวะพักชมวิวหรือพักรถยืดเส้นยืดสายกันที่ศูนย์บริการทางหลวงลำคะตอง ตรงนั้นแหละหากหันหลังกลับมาจะมองเห็นเขาลูกใหญ่ทอดตัวตระหง่านยาวเหยียด นั่นคือเขายายเที่ยง ขอบอกว่าข้างบนมีจุดชมวิวสวยๆ รวมทั้งรีสอร์ทบ้านพักตากอากาศให้มาเที่ยวมาค้างแรมสูดอากาศดีๆ

จุดชมวิวผายายเที่ยงตั้งอยู่ริมหน้าผาติดกับโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ทาง กฟผ. พัฒนาจัดสร้างเป็นสวนป่าชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมใช้ประโยชน์จากป่าอย่างที่ถูกต้องเพื่อการอนุรักษ์ระยะยาว หน้าผากว้างเป็นจุดชมวิวไกลสุดลูกหูลูกตา เห็นเขื่อนลำตะคองกว้างใหญ่แบบเต็มตาถนนเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นทางลูกรัง แต่รถเก๋งธรรมดาสามารถเข้าได้สบายมาก

ผายายเที่ยง-(2) ผายายเที่ยง-(1) ผายายเที่ยง-(4) ผายายเที่ยง-(3)


เขาหมาจอ (พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย)

ที่ตั้ง : ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
การเดินทาง : จากกรุงเทพไปชลบุรี ผ่านพัทยา ผ่านสัตหีบ แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางสนามบินอู่ตะเภา ไปตามทางจนถึงแยกเลี้ยวซ้ายสู่บ้านช่องแสมสาร และตามป้ายพิพิธภัณฑ์ฯ จนถึงที่หมาย

ลำพังเกาะแสมสารน่ะโด่งดังเป็นพลุแตกจนแทบไม่มีนักเที่ยวคนไหนไม่รู้จัก โดยเฉพาะช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ว่ากันว่าการซื้อตั๋วเรือข้ามเกาะในวันหยุดต้องถ่างตาจองคิวกันตั้งแต่ก่อนฟ้าสว่าง แถมยังมีกรุ๊ปทัวร์จีนเข้ามาเบียดแย่งพื้นที่อีกต่างหาก แต่น่าประหลาดใจว่ากลับไม่ค่อยมีใครขึ้นไปชมวิวมองเกาะแสมสารตั้งเด่นกลางทะเลจากเขาหมาจอ ทั้งที่ทางขึ้นก็อยู่ตรงท่าเรือนั่นแหละ

เอาเถอะ เข้าใจว่ามันเหนื่อย แต่ถึงจะเหนื่อยก็คุ้มค่ากับทุกหยาดเหงื่อ วิวบนเขาหมาจอหรือด้านบนสุดของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทยสวยงามอย่าบอกใคร มองเห็นทั้งบ้านช่องแสมสาร เกาะแรด เกาะแสมสาร เกาะขาม กับอีกหลากหลายเกาะน้อยใหญ่ รวมทั้งชายหาดในเขตทหารเรือ แถมเป็นจุดที่จะทำให้เราเข้าใจด้วยว่าทำไมเขาถึงเรียกบริเวณนี้ว่าช่องแสมสาร เชื่อเถอะว่าคุ้มกับการออกแรง

เขาหมาจอ-(1) เขาหมาจอ-(2) เขาหมาจอ-(3) เขาหมาจอ-(4)


ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเดินทางของผมได้อีกช่องทาง
http://www.facebook.com/alifeatraveller

Back-Cover


 

About the author

นายสองสามก้าว

Leave a Comment

Shares
Loading...