ตะลุยตัวเมือง เพชรบุรี ตอนที่ ๑

อยุธยา เมืองหลวงเก่าของไทยเรานั้น มีวัดที่สวยงามมากมาย แต่หลายวัดก็ได้ถูกเพลิงเผาผลาญสิ้นแล้วเมื่อคราวเสียกรุง ยากนักที่จะได้ชมศิลปะอันสวยงามเมื่อครั้งอดีต หากแต่มีอยู่สถานที่หนึ่ง ที่เหมือนได้พาคุณย้อนกลับไปสมัยที่อยุธยายังรุ่งเรือง เพชรบุรี คือนามของสถานที่นั้น

115481095

จังหวัดเพชรบุรีตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ ๑๒๓ กิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีสถานที่เที่ยวที่สวยงามทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ไปจนถึงธรรมชาติที่สวยงามน่าชมหลายแห่ง ในครั้งนี้ จะได้พาชมในเขตตัวเมืองของจังหวัดเพชรบุรีที่มีวัดสวยงามมากมาย
สถานที่สำคัญที่สุดในอำเภอเมือง จ.เพชรบุรีที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้นั่นก็คือ พระนครคีรี หรือ เขาวัง ซึ่งเป็นพระราชนิเวศน์สำหรับประทับในฤดูร้อน สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ เดิมบริเวณนี้เรียกว่า เขาสมน (สะ-หมน) แต่เมื่อมีการสร้างพระราชวังแล้ว ชาวบ้านก็เรียกว่า เขาวัง นับแต่นั้นเป็นต้นมา

DSCF3529

พระนครคีรี ถ่ายจากวัดข่อย

ระหว่างทางที่เดินขึ้นไปบนพระนครคีรีนั้น จะพบกับฝูงลิงแสมมากมาย ซึ่งลิงแสมที่นี่นั้นสุภาพเรียบร้อย ไม่ทำร้ายคน เดินชมไปก็รู้สึกเอ็นดูในพฤติกรรม ท่าทางที่เหมือนกับคนไม่มีผิด

 

DSCF3303

DSCF3396

ภายในบริเวณพระนครคีรี มีป้อมอยู่ด้วยกันสี่ป้อม ป้องกันสี่ทิศ คือ ป้อมธตรฐป้องปก ป้อมวิรุฬหกบริรักษ์ ป้อมวิรูปักษ์ป้องกัน และป้อมเวสสุวรรณรักษา ซึ่งชื่อของป้อมนั้นก็มาจากชื่อของท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ส่วนมากเราจะพบรูปเคารพของท้าวจตุโลกบาลตามวัดจีนต่าง ๆ มากกว่า

DSCF3294

บริเวณพระนครคีรีนั้นประกอบไปด้วยเขาสามลูก เขาลูกแรกนั้นเป็นที่ตั้งของเขตพระราชฐาน มีพระที่นั่งมากมายหลายหลัง ที่เด่นที่สุด พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท ที่มียอดเป็นพระปรางค์ ด้านในประดิษฐานพระบรมรูปของรัชกาลที่ ๔

DSCF3309

DSCF3310

DSCF3331

หอดูดาวที่รัชกาลที่ ๔ มักเสด็จขึ้นไปทอดพระเนตรดวงดาวบนท้องฟ้า

จากเขาลูกแรก จะมีทางเดินพาไปสู่เขาลูกที่สองอันเป็นที่ตั้งของ วัดพระแก้วน้อย ที่เป็นวัดประจำพระราชวังโดยตามธรรมเนียมการสร้างพระราชวังของแต่ละยุคสมัยนั้น จะต้องมีการสร้างวัดในพระบรมมหาราชวัง ดังเช่นในสมัยกรุงสุโขทัย ก็มีวัดมหาธาตุเป็นวัดในเขตพระราชวัง กรุงศรีอยุธยาก็มีวัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง สมัยกรุงธนบุรีก็มีวัดอรุณราชวรารามและวัดโมลีโลกยาราม และในปัจจุบัน กรุงรัตนโกสินทร์ก็มีวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว เป็นวัดในเขตพระราชฐาน ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ และไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก็มีพระราชวังอยู่หลายแห่งที่มีการสร้างวัดไว้ภายใน แม้จะไม่ใช่พระบรมมหาราชวังก็ตาม เช่น พระราชวังบวรสถานมงคล หรือ วังหน้า ก็มีวัดบวรสถานสุทธาวาสที่ในปัจจุบัน เหลือเพียงพระอุโบสถ ตั้งอยู่ในวิทยาลัยนาฏศิลป์ วัดบวรสถานสุทธาวาสนั้นมีชื่อเรียกโดยทั่วไปว่า วัดพระแก้ววังหน้า เพื่อสื่อว่าเป็นวัดในวังเช่นเดียวกับวัดพระแก้ว วัดพระแก้วน้อยที่พระนครคีรีก็เช่นกัน

DSCF3385

124910381

พระอุโบสถ และพระเจดีย์ วัดพระแก้วน้อย

DSCF3342

พระประธานในพระอุโบสถวัดพระแก้วน้อยนั้น เป็นพระนิรันตราย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่รัชกาลที่ ๔ ทรงหล่อพระราชทานให้พระอารามหลวงในธรรมยุติกนิกาย โดยธรรมยุติกนิกายนั้นเป็นนิกายที่รัชกาลที่ ๔ ทรงก่อตั้งขึ้น ณ วัดราชาธิวาสเมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ในสมัยรัชกาลที่ ๓

DSCF3339
พระปรางค์แดง

DSCF3336
ด้านในพระปรางค์แดงประดิษฐานพระไพรีพินาศจำลอง องค์จริงประดิษฐานอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร โดยพระไพรีพินาศองค์จริงนั้นเป็นศิลปะแบบศรีวิชัย ว่ากันว่าในสมัยรัชกาลที่ ๔ นั้น มีพระราชวงศ์บางพระองค์ที่คิดกบฏต่อพระองค์ แต่เมื่อรัชกาลที่ ๔ ทรงได้รับพระไพรีพินาศมาแล้ว กบฏเหล่านั้นก็มีอันต้องแพ้พ่ายไป พระองค์จึงทรงเรียกพระพุทธรูปองค์นั้นว่า พระไพรีพินาศ

DSCF3357
พระปรางค์แดงในมุมที่มองจากพระอุโบสถ

DSCF3364
เวลาเดินจริง ๆ แล้วดูเหมือนว่าไม่ไกล แต่พอย้อนกลับไปดูเขาลูกแรก จะเห็นพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาทอยู่ลิบ ๆ ทำให้รู้สึกว่าไกลมาก แต่การเดินทางบนเขาวังนี้จะไม่มีเส้นทางที่เป็นบันไดเลย แต่จะทำเป็นทางลาดไปเรื่อย ๆ

แล้วเราก็จะไปกันที่เขาลูกสุดท้ายที่เป็นที่ตั้งของ พระธาตุจอมเพชร พระเจดีย์สีขาวที่เห็นเด่นชัดมาแต่ไกล เป็นพระธาตุที่มีมาก่อนจะมีการสร้างพระนครคีรี ได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ ๔ และมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน
อีกสถานที่หนึ่งที่น่าไปเยือนเมื่อไปพระนครคีรีนั่นคือ วัดมหาสมณารามราชวรวิหาร ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาที่ด้านล่าง วัดนี้เป็นวัดในสังกัดธรรมยุตินิกายที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ ด้านในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนไทยโบราณที่วาดโดย ขรัวอินโข่ง ศิลปินเอกในยุคนั้น

DSCF3360
พระธาตุจอมเพชร

115482037
จากวัดพระพุทธไสยาสน์ที่อยู่ใกล้ ๆ กันก็มองเห็นพระธาตุจอมเพชรด้วย

แล้วเราก็จะไปกันที่เขาลูกสุดท้ายที่เป็นที่ตั้งของ พระธาตุจอมเพชร พระเจดีย์สีขาวที่เห็นเด่นชัดมาแต่ไกล เป็นพระธาตุที่มีมาก่อนจะมีการสร้างพระนครคีรี ได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ ๔ และมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน
อีกสถานที่หนึ่งที่น่าไปเยือนเมื่อไปพระนครคีรีนั่นคือ วัดมหาสมณารามราชวรวิหาร ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาที่ด้านล่าง วัดนี้เป็นวัดในสังกัดธรรมยุตินิกายที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ ด้านในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนไทยโบราณที่วาดโดย ขรัวอินโข่ง ศิลปินเอกในยุคนั้น

DSCF3249
พระอุโบสถ วัดมหาสมณารามราชวรวิหาร

DSCF3257
พระประธานในพระอุโบสถ มีลักษณะของพระอัครสาวกคอยพัดให้ด้วย

 

DSCF3268

DSCF3273
จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ เป็นฝีมือของขรัวอินโข่ง จิตรกรเอกในสมัยนั้น ซึ่งท่านเป็นพระ และเป็นศิลปินคนแรก ๆ ของไทยที่นำวิธีการวาดภาพแบบตะวันตกเข้ามาใช้
ลงจากเขาวังมาแล้ว ที่ต่อไปที่อยากจะให้ไปชมนั้น เป็นสถานที่ที่จะได้สัมผัสทั้งธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมในคราวเดียวกัน นั่นก็คือ ถ้ำเขาหลวง แต่ก่อนจะไปถึงถ้ำเขาหลวง มีอีกสถานที่หนึ่งที่ผมอยากให้ลองแวะไปชมดูก่อน เป็นสถานที่สำคัญที่มีทุกจังหวัด นั่นก็คือ ศาลหลักเมือง

DSCF3413

DSCF3412
เสาเอก

DSCF3421
รูปร่างหน้าตาก็คล้าย ๆ กับศาลหลักเมืองของจังหวัดอื่น

ทีนี้เราก็จะมาเที่ยวถ้ำเขาหลวงกันจริง ๆ เสียที ถ้ำเขาหลวงเป็นถ้ำที่สวยงามมาก ด้านในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หลายองค์ ซึ่งพระพุทธรูปเหล่านั้นได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ ๔ แม้เจ้าชายหรือพระราชวงศ์ของต่างประเทศก็เคยเสด็จเยือนถ้ำเขาหลวงแห่งนี้มาแล้ว

DSCF3429

DSCF3428
ถ้ำเขาหลวงเป็นอีกสถานที่หนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีที่มีลิงอาศัยอยู่เยอะมาก

DSCF3432

DSCF3433

DSCF3453

DSCF3448
หลวงพ่อโต พระประธานภายในถ้ำเขาหลวง นอกจากหลวงพ่อโตแล้วยังมีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ประดิษฐานอยู่

DSCF3471

DSCF3468
พระนอนองค์ใหญ่ ภายในถ้ำเขาหลวง

สิ่งสำคัญที่ต้องไม่พลาดเมื่อได้มาเยือนถ้ำเขาหลวงแห่งนี้นั่นคือ การชมแสงอาทิตย์ที่ส่องลอดเพดานถ้ำลงมา โดยเวลาที่เหมาะสมสำหรับการชมแสงส่องลอดถ้ำนั้นคือประมาณ ๑๐.๓๐ น. ถึง ๑๔.๐๐ น.

DSCF3446

เสร็จจากถ้ำเขาหลวงแล้ว เราจะย้อนกลับมาที่บริเวณใกล้ ๆ เขาวัง ซึ่งวัดนี้ดูจากชื่อวัดแล้ว อาจไม่น่าสนใจอะไร แต่กลับมีสิ่งสวยงามมากมายที่ซ่อนอยู่ วัดนั้นมีชื่อว่า วัดข่อย

DSCF3514

DSCF3538

DSCF3552

พระธาตุฉิมพลีพระเศรษฐีนวโกฏิ

วัดนี้เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ในปัจจุบันได้มีการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาเยอะมาก สิ่งที่เด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น พระธาตุฉิมพลีพระเศรษฐีนวโกฏิ ซึ่งมีต้นแบบมาจากยันต์ฉิมพลี และจะเห็นว่ามียันต์โภคทรัพย์อยู่ที่บริเวณชั้นสองของพระธาตุ ส่วนชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

DSCF3501
พระพุทธมิ่งมงคล

DSCF3502
พระสีวลีมหาลาภร่มเย็น

บริเวณรอบ ๆ ของฐานพระธาตุนั้น เป็นที่จัดแสดงประติมากรรมปูนสดมากมาย โดยศิลปะการปั้นปูนสดนั้นเป็นศิลปะขึ้นชื่อของเพชรบุรีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ล่าสุด ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๕ นั้น ช่างปั้นปูนสดจากจังหวัดเพชรบุรีได้มีโอกาสในการปั้นรูปสัตว์หิมพานต์ประดับรอบ ๆ พระเมรุด้วย

DSCF3493

DSCF3506

 

DSCF3511
ศิลปะการปั้นปูนสด เรื่อง พระมหาชนก

DSCF3512
พระมหาชนก ตอนที่นางมณีเขลาช่วยพาพระมหาชนกขึ้นจากทะเล และพาเหาะไปยังกรุงมิถิลา

DSCF3525
น่าจะเป็นบุคคลสำคัญของจังหวัดเพชรบุรี (มีปู่เย็น เฒ่าทระนงด้วย)

DSCF3548
มีทั้งแบบขาวและแบบสี (ในภาพนี้จากซ้าย ท้าวเวสสุวรรณ,พระพรหม,ท้าววิรุฬหก)

DSCF3549
จากซ้าย ท้าววิรูปักษ์,พระอินทร์,ท้าวธตรฐ

DSCF3545
หลวงพ่อทันใจ

DSCF3542

คราวนี้เราจะมาเยี่ยมชมอุโบสถกันบ้าง หลายท่านอาจจะงง ว่าทำไมเดี๋ยวผมใช้คำว่าพระอุโบสถ เดี๋ยวผมก็ใช้ว่าอุโบสถเฉย ๆ คือแบบนี้ครับ หากวัดไหนที่เป็นพระอารามหลวง ก็จะเรียกอุโบสถ วิหาร หรือเจดีย์ในวัดโดยที่มีคำว่า พระ นำหน้า แต่ถ้าไม่ใช่พระอารามหลวง เป็นเพียงวัดราษฎร์ ก็จะไม่มีพระนำหน้าครับ พูดถึงเรื่องของอุโบสถและวิหารแล้ว ก็อาจจะมีคนสงสัยอีกว่าอุโบสถหรือโบสถ์และวิหารต่างกันยังไง ก็ดูง่าย ๆ ว่าหากเป็นโบสถ์จะมีใบเสมาล้อมรอบทั้ง ๘ ทิศ โดยโบสถ์จะใช้เป็นที่ประกอบพิธีสังฆกรรมต่าง ๆ เช่น อุปสมบท,งานกฐิน หรือการทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็น โดยเฉพาะการอุปสมบทนั้น จะต้องทำในขอบเขตของใบเสมา ซึ่งก็คือโบสถ์นั่นเอง แต่ก็อาจจะมีบางวัดเหมือนกัน ที่โบสถ์ไม่มีใบเสมาล้อมรอบ อาจจะเป็นเพราะยังไม่ได้มีการติดตั้งใบเสมา หรืออะไรก็แล้วแต่

DSCF3536

ใบเสมาของวัดข่อย ซึ่งบางวัดก็อาจจะมีซุ้มเสมาที่สวยงาม หรือบางวัดก็ไม่มีอย่างเช่นวัดข่อยนี้ หรือบางวัดก็ทำเป็นใบเสมาติดอยู่กับผนังโบสถ์ก็มี ผมเคยได้ยินหลวงพี่ที่วัดแก้วแจ่มฟ้าพูดถึงที่มาของใบเสมาไว้ว่า สมัยพุทธกาล ไม่มีไมโครโฟน เวลาพระพุทธเจ้าจะเทศนาสั่งสอนอะไรพระสงฆ์ก็แล้วแต่ ก็ต้องให้พระสงฆ์อยู่รวมกันเป็นหมู่ อยู่ใกล้ ๆ กัน จะได้ได้ยินที่พระพุทธเจ้าเทศน์ จึงได้มีการกำหนดเขตของเสมาขึ้นมา อีกอย่าง มันเป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่สงฆ์ด้วย

DSCF3537
อุโบสถ

DSCF3530
ด้านในอุโบสถประดิษฐานพระประธานองค์สีขาว

ออกจากวัดข่อยแล้ว ยังมีอีกสองวัดในบริเวณนั้น ซึ่งในที่นี้ผมจะไม่กล่าวถึงสองวัดนั้นมากนัก แต่หากท่านใดที่สนใจก็อาจจะแวะเข้าไปได้นะครับ
DSCF3568
วัดแรกคือ วัดรัตนตรัย ซึ่งมีฉากหลังเป็นเขาวัง

DSCF3573
วัดที่สองคือ วัดสระบัวที่เป็นโบราณสถาน โบสถ์เป็นศิลปะอยุธยา

ต่อไป เราจะไปกันที่วัดโบราณอีกวัดหนึ่ง นั่นคือ วัดเกาะแก้วสุทธาราม จริง ๆ แล้วในจังหวัดเพชรบุรีมีวัดเกาะอยู่ด้วยกันหลายแห่ง ก็ต้องระบุให้ดีว่าวัดเกาะที่ไหน สำหรับวัดเกาะแก้วสุทธารามที่มาชมกันในวันนี้นั้น เป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เหตุที่เรียกว่าวัดเกาะนั้นก็เพราะในสมัยก่อนวัดนี้มีสภาพเป็นเกาะ มีคลองสองสายไหล่มาบรรจบกัน

DSCF3613
อุโบสถ เป็นศิลปะอยุธยาอย่างชัดเจน สังเกตได้จากฐานของอุโบสถที่โค้งงอเหมือนเรือสำเภา เรียกว่า ตกท้องช้าง หรือ ตกท้องเชือก และอีกประการคือ ไม่มีช่องหน้าต่าง เป็นลักษณะสำคัญของสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยา

DSCF3609

DSCF3586
พระประธานเป็นปางสมาธิ ศิลปะอยุธยาเช่นกัน จริง ๆ ตอนแรกที่ผมไป อุโบสถไม่ได้เปิด แต่พอได้ไปคุยกับพระ พระท่านก็ใจดีเอากุญแจมาเปิดให้ ทำให้ได้เข้าไปชมภายในอุโบสถที่ดูงดงามแบบขลัง ๆ
พูดถึงเรื่องการเปิดอุโบสถ หากไม่ใช่วัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวดัง ๆ หรือวัดที่คนมากันเยอะ ๆ แล้ว มักจะไม่เปิดอุโบสถ เพราะกันคนเข้าไปขโมยของ จะเปิดก็เฉพาะเวลาที่พระทำวัตรเช้า-เย็น ส่วนใหญ่ทำวัตรเช้าก็จะประมาณ ๘ โมง ทำวัตรเย็นก็ประมาณ ๕ โมง หรือบางวัดอาจทำวัตรเย็นเร็วกว่านั้น ๓-๔ โมงก็เปิดแล้ว บางวัดก็อาจทำวัตรดึกกว่านั้น หรือบางวัดก็ไม่เปิดเลย เวลาพระทำวัตรก็ทำที่บริเวณอื่นในวัด อาจจะเปิดเฉพาะเวลามีงาน หรือมีพิธีอุปสมบท ก็ว่ากันไป

DSCF3589

DSCF3595

DSCF3606

DSCF3604
จิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถ เป็นเรื่องราวของพุทธประวัติ

สำหรับการรีวิวจังหวัดเพชรบุรีในครั้งนี้ เป็นการไปเพชรบุรีเป็นครั้งที่สองของผม แต่ขอหยิบยกมาเขียนก่อนเป็นตอนแรก โดยในการไปครั้งนั้น ผมนั่งรถตู้จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ทีแรกก็กะจะไปลงที่สถานีขนส่งที่เพชรบุรีนั่นแหละครับ แต่ปรากฏว่ารถยังไปไม่ทันถึง ผมก็เห็นป้ายเขาวัง เลยขอเขาลงก่อน แล้วก็เดินชมเขาวัง ก่อนจะเรียกรถกระป๋อง (รถซูบารุ แล้วแต่จะเรียก) ไปที่ถ้ำเขาหลวง แล้วนั่งรถนั้นกลับมาที่วัดข่อยอีกที ก่อนที่สุดท้าย จะเรียกรถซูบารุอีกคันไปที่วัดเกาะแก้วสุทธาราม ซึ่งวัดเกาะแก้วสุทธารามจะค่อนข้างฉีกเส้นทางไปจากวัดอื่น ๆ ก่อนหน้านี้เล็กน้อย เสร็จแล้ว ก็กลับมาที่ท่ารถตู้ นั่งรถไปลงที่เซ็นทรัล พระราม ๒ ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านผมนัก

About the author

Golf Watraj

Leave a Comment

Shares
Loading...